กรมอุตุนิยมวิทยา 7 วันข้างหน้า เตือน 1-7 มิ.ย.นี้ ฝนลดน้อยลง
กรมอุตุนิยมวิทยา 7 วันข้างหน้า เผยช่วง 31 พ.ค.-4 มิ.ย. 68 ฝนลดลง แต่ยังมีฝกหนักบางแห่ง เฉลี่ย 30-40% ของพื้นที่ และลดลงไปจนถึง 7 มิ.ย. 68 ก่อนจะกลับมามีฝนตกเพิ่ม-ตกหนักอีกครั้งช่วง 8-13 มิ.ย. 2568
กรมอุตุนิยมวิทยาอัพเดตผลการพยากรณ์ฝนสะสมรายวัน (ทุก ๆ 24 ชม. (นับตั้งแต่ 07.00 น. ถึง 07.00 น.วันรุ่งขึ้น) และลมที่ระดับ 925hPa (750 ม.) 15 วันล่วงหน้า ระหว่าง 30 พ.ค.-13 มิ.ย. 68 init. 2025052912 จากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) วิเคราะห์ตามผลจากแบบจำลอง เฉดสีแดงหมายถึงฝนหนัก สีเขียวหมายถึงฝนเล็กน้อย
ช่วงวันที่ 30-31 พ.ค. 68 บริเวณพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน ภาคกลาง ภาคตะวันออก (จ.ระยอง จันทบุรี ตราด) กทม.และปริมณฑล ยังมีฝนตกต่อเนื่อง และมีหนักบางจุด บางพื้นที่ ต้องเฝ้าระวังฝนที่ตกสะสมไปอีก 1-2 วัน ออกนอกบ้านพกร่ม เสื้อกันฝน ใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากมรสุมมีกำลังปานกลางยังพัดปกคลุม
ส่วนหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอลตอนบนได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศบังคลาเทศแล้วและจะอ่อนกำลังลง ไม่มีผลกระทบกับประเทศไทย สำหรับร่องมรสุมได้เลื่อนขึ้นไปพาดผ่านภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน คลื่นลมในทะเลอันดามันตอนบน มีกำลังค่อนข้างแรง เรือเล็กขอให้งดออกจากฝั่งไปอีก 1-2 วัน ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันตอนล่าง เดินเรือด้วยความระวัง
ช่วงวันที่ 1-7 มิ.ย. 68 พื้นที่ฝนลดน้อยลงกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังมีฝนบางแห่งด้านรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ยังคงพัดปกคลุม สำหรับภาคใต้ฝั่งอันดามันจะมีฝนเพิ่มขึ้น ระวังฝนตกหนัก
และช่วงวันที่ 8-13 มิ.ย. 68 จะมีฝนเพิ่มขึ้นบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งอันดามันด้านรับมรสุม เนื่องจากมรสุมจะมีกำลังแรงขึ้น และอาจมีร่องมรสุมพาดผ่าน ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและกลับมาเฝ้าระวังกันอีกครั้ง (ข้อมูลนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ตามข้อมูลนำเข้าและประมวลผลใหม่ ใช้เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจและติดตามสภาพอากาศ)
พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า
ในช่วงวันที่ 31 พ.ค.-5 มิ.ย. ประเทศไทยจะมีฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยเริ่มมีกำลังอ่อนลง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน สำหรับทะเลอันดามัน มีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ข้อควรระวัง
ในช่วงวันที่ 30-31 พ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง
ในช่วงวันที่ 2-5 มิ.ย. ขอให้ประชาชนในภาคใต้ฝั่งตะวันตกระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองตลอดช่วง
สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง
สถานการณ์แผ่นดินไหว (ช่วงวันที่ 29-30 พ.ค. 68) : ตรวจพบเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 3.5, 1.8, 3.5 และ 3.7 มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมา ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยแต่อย่างใด
คาดหมายอากาศรายภาค
วันที่ 30 พ.ค.-5 มิ.ย. 68
ภาคเหนือ
ในช่วงวันที่ 30-31 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
ในช่วงวันที่ 1-5 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 22-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในช่วงวันที่ 30-31 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
ในช่วงวันที่ 1-5 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคกลาง
ในช่วงวันที่ 30-31 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 1-5 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
ในช่วงวันที่ 30-31 พ.ค. และ 2-3 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 1 และ 4-5 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 23-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
ในช่วงวันที่ 30 พ.ค.-1 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 2-5 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
ในช่วงวันที่ 30 พ.ค.-1 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดพังงา ขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ต ลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 2-5 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพฯและปริมณฑล
ในช่วงวันที่ 30-31 พ.ค. และ 3-4 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 1-2 และ 5 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ
อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
(ออกประกาศ 30 พฤษภาคม 2568)
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมอุตุนิยมวิทยา 7 วันข้างหน้า เตือน 1-7 มิ.ย.นี้ ฝนลดน้อยลง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net