โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SIRI กำไร Q1/68 ที่ 814 ลบ.พร้อมตุน backlog 2.2 หมื่นลบ. เล็งออก Perpetual Bond ระดมทุน มิ.ย.นี้

efinanceThai

เผยแพร่ 14 พ.ค. 2568 เวลา 03.16 น.

SIRI กำไร Q1/68 ที่ 814 ลบ.พร้อมตุน backlog 2.2 หมื่นลบ. เล็งออก Perpetual Bond ระดมทุน มิ.ย.นี้

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -14 พ.ค. 68 10:15 น.

SIRI เผยไตรมาส 1/68 เติบโตสอดรับภาวะตลาด ด้วยกำไรสุทธิ 814 ล้านบาท ปิดยอดขายที่ 1.51 หมื่นล้านบาท พร้อมเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว ด้วยสถานะการเงินที่มั่นคง เตรียมออก Perpetual Bond มิ.ย.นี้ พร้อมวางแผนธุรกิจเชิงรุกเตรียมรับกระแสฟื้นตัวของตลาด พร้อม Backlog รอรับรู้รายได้กว่า 22,000 ล้านบาท

นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/2568 สะท้อนสภาวะตลาดในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยมียอดขายอยู่ที่ 15,000 ล้านบาท (+25% YoY) เติบโตสูงสุดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566 และ 2567 มีรายได้รวมอยู่ที่ 6,891 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 814 ล้านบาท

บริษัทยังคงรักษาฐานะการเงินที่มั่นคงและมีเสถียรภาพพร้อมรับมือกับความผันผวนของตลาดได้ดี สะท้อนจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อการเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ หรือ Perpetual Bond ที่ได้รับการตอบรับที่ดี นักลงทุนให้ความสนใจสอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก และคาดว่าจะเปิดให้จองซื้อในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมิถุนายนนี้

แม้ไตรมาสแรกของปีจะมีความท้าทาย แต่แสนสิริเชื่อมั่นว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มฟื้นตัวจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ การออกมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองลงเหลือ 0.01% ในกลุ่มที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ต่อเนื่องถึงปี 2569 และการผ่อนคลายมาตรการ LTV ชั่วคราว รวมถึงการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ 1.75% ต่อปี โดยเป็นการลดลงต่อเนื่องจากการประชุมครั้งก่อน จะเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ส่วนตลาดอสังหาฯ ในเมืองท่องเที่ยวหลัก อาทิ ภูเก็ต ยังคงมีกำลังซื้อเข้ามาจากการขยายตัวของธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ คาดว่าจะเป็นอีกแรงขับเคลื่อนหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและดึงการลงทุนเข้าสู่ประเทศได้ สำหรับปัจจัยบวกด้านดีมานด์ ที่น่าจับตามองคือความต้องการในกลุ่มบ้านแนวราบที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและครอบคลุมทุกเซกเมนต์ โดยเฉพาะในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับบนที่แสนสิริมีความเชี่ยวชาญและครองส่วนแบ่งตลาดในระดับแนวหน้าของประเทศ

แสนสิริยังคงเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ควบคู่ไปกับการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาเสถียรภาพและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ด้วยกลยุทธ์การบริหารที่รัดกุมและการรักษาสภาพคล่องทางการเงินที่แข็งแกร่ง เติบโตอย่างมีศักยภาพได้ในระยะยาว จากการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการพร้อมโอนและการเปิดตัวโครงการใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการตลาด ร่วมด้วย Backlog
รอรับรู้รายได้กว่า 22,000 ล้านบาท นายวิชาญ กล่าว

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...