โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดที่มา “ประติมากรรมเดวิด” สรุปแล้วเดวิดเป็นใคร?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 16 พ.ค. 2568 เวลา 13.00 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2568 เวลา 17.05 น.
ภาพประติมากรรมเดวิด (ภาพจาก unsplash)

รูปปั้นชายเปลื้องผ้า “เดวิด” หรือ ประติมากรรมเดวิด ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก อาจดูเป็นศิลปะที่งดงามตามแบบฉบับตะวันตก ทว่าภายใต้เบื้องหลังความงามที่คุ้นตานี้ได้ซ่อนความหมายลึกซึ้งเกินกว่าที่หลายคนคิด

ย้อนไปในบรรยากาศของยุคเรอเนสซองส์ ณ เมืองฟลอเรนซ์ อิตาลี ใน ค.ศ. 1501 คณะกรรมการโบสถ์ได้หารือที่จะว่าจ้างศิลปินชื่อดังอย่าง มีเกลันเจโลผู้เป็นทั้งประติมากร, จิตรกร และสถาปนิกชาวฟลอเรนซ์ ในการสลักหินอ่อนรูปปั้น “เดวิด” เพื่อไปวางไว้บนหลังคาวิหารฟลอเรนซ์

อย่างไรก็ตาม รูปปั้นเดวิดเมื่อเสร็จสมบูรณ์ใน ค.ศ. 1504 มีขนาดความสูง 5.17 เมตร และหนัก 5,560 กิโลกรัม ซึ่งหลังคาวิหารไม่น่าจะรองรับน้ำหนักขนาดนี้ได้ คณะกรรมการโบสถ์จึงมีมติให้เปลี่ยนไปตั้งไว้ที่จตุรัส Piazza della Signoria แทน กระทั่ง ค.ศ. 1873 ได้ย้ายไปจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะอัคคาเดเมียแห่งฟลอเรนซ์ และจัดแสดงอยู่จนถึงปัจจุบัน

ประติมากรรมเดวิดของวีรบุรุษชาวยิว

เดวิดเป็นรูปปั้นแกะสลักชายหนุ่มที่เผยร่างเปลือยกายให้เห็นกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งและสง่างาม สะท้อนความสมบูรณ์แบบของร่างกายมนุษย์อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในยุคกลาง ซึ่งบุคคลต้นแบบของรูปสลักนี้มีที่มาจากคนในประวัติศาสตร์ คือ เดวิดหรือ ดาวิดนั่นเอง

แล้วเดวิดคือใคร?

เดวิดเป็นกษัตริย์พระองค์ที่ 2 ต่อจากกษัตริย์ซาอูลของเหล่าชาวยิว แต่ทรงเป็นกษัตริย์พระองค์แรกที่สามารถรวบรวมชาวยิวจนพิชิตเยรูซาเล็มได้ (ก่อนหน้าบริเวณนี้เป็นของชนเผ่าคานาอัน) และยังเป็นผู้นำหีบแห่งพันธสัญญา อันเปรียบเสมือนหัวใจของศาสนายูดาห์ ที่ภายในบรรจุบัญญัติ 10 ประการของโมเสส มาไว้ในดินแดนแห่งพันธสัญญาตามพระประสงค์ของพระเจ้าได้สำเร็จ โดยนักประวัติศาสตร์เชื่อว่า เดวิด มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1037-967 ก่อนคริสต์ศักราช

เดวิดยังถือเป็นต้นแบบของกษัตริย์ในอุดมคติของคนยิว และยังเชื่อว่าพระเมสสิยาห์หรือพระผู้ไถ่ ที่จะมาจุติในอนาคต จะเป็นผู้สืบเชื้อสายจากพระองค์ นอกจากนี้ พระองค์ยังมีความเชื่อมโยงกับ 3 ศาสนาคือ ศาสนาคริสต์ ศาสนายูดาห์ (เรียกพระองค์ว่า เดวิด) และศาสนาอิสลาม (เรียกพระองค์ว่า ดาวู้ด) อีกด้วย

เอกสารทางศาสนาได้เล่าเรื่องราวของเดวิดไว้หลายฉบับ เช่น หนังสือซามูเอลเล่มที่หนึ่ง, คัมภีร์พันธสัญญา, พงศาวดารกษัตริย์ ฯลฯ

โดยเฉพาะตำนานของเดวิดและยักษ์โกลิอัท ว่าเดิมทีเดวิดเป็นเพียงเด็กเลี้ยงแกะธรรมดาจากเมืองเบธเลเฮม ที่มีอุปนิสัยกล้าหาญ และมีความสามารถในการเล่นพิณที่ยอดเยี่ยม

ภายหลังได้อาสาต่อสู้กับยักษ์โกลิอัท ที่คอยสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวยิว ด้วยการเหวี่ยงลูกหินด้วยสลิงยิงเข้าตาโกลิอัท ก่อนที่เขาจะพุ่งเข้าไปตัดหัวยักษ์โกลิอัทได้สำเร็จ

แต่บางตำนานก็เล่าว่า พระเจ้าทรงเลือกเดวิดจากการมีความสามารถรอบด้าน และเนื่องจากพระเจ้าไม่โปรดกษัตริย์ซาอูล เพราะทรงบัญชาให้กษัตริย์ซาอูลไปทำลายศัตรู แต่กษัตริย์ซาอูลกลับละโมบหวังเอาสมบัติของศัตรูแทน

พระเจ้าจึงสั่งให้ซามูเอล ผู้เป็นนักพยากรณ์ เป็นตัวแทนออกไปตามหากษัตริย์พระองค์ใหม่ เมื่อพบกับเดวิดที่กำลังเลี้ยงแกะอยู่ พระเจ้าจึงตรัสกับซามูเอลว่า “เจิมเดวิดเสีย เพราะนี่คือกษัตริย์”

หลายวันต่อมาเมื่อพระเจ้าลงโทษกษัตริย์ซาอูลอย่างทุกข์ทรมาน ซามูเอลก็แนะนำให้เรียกเด็กเลี้ยงแกะมาเข้าเฝ้า เพื่อเล่นพิณรักษาอาการเจ็บปวดของกษัตริย์ซาอูล ปรากฏว่าอาการเจ็บปวดทั้งหลายหายเป็นปลิดทิ้ง เดวิดจึงกลายเป็นหนึ่งในผู้ช่วยคนสำคัญของกษัตริย์ซาอูลเรื่อยมา

หลังกษัตริย์ซาอูลสวรรคต ด้วยการสนับสนุนของพระเจ้าและประชาชน และด้วยภาพลักษณ์ที่กล้าหาญและชาญฉลาด เดวิดจึงกลายเป็นกษัตริย์พระองค์ที่ 2 ของชาวยิวโดยทันที

แม้ว่าตำนานเหล่านี้จะฟังดูเกี่ยวข้องกับศาสนายูดาห์โดยตรง แต่ในความเชื่อของศาสนาคริสต์ เดวิดเองก็มีสถานะเป็นบรรพบุรุษของพระเยซูเช่นเดียวกัน

เมื่ออ่านมาถึงตอนนี้ ผู้อ่านก็คงมีข้อสงสัยอยู่บ้างว่า แล้วทำไมคณะกรรมการโบสถ์ฟลอเรนซ์ถึงเลือกปั้นประติมากรรมเดวิด?

จากคำอธิบายของนักประวัติศาสตร์ศิลปะ มักจะให้เหตุผลในการอ้างถึงบรรยากาศของผู้คนในยุคเรเนสซองส์ ที่นิยมศิลปะที่เน้นความงามตามแบบมนุษยนิยม แต่ก็มีผู้ตีความศิลปะชิ้นนี้ในทางการเมืองไว้อย่างน่าสนใจเช่นเดียวกัน

ซอล เลวีน (Saul levine) นักประวัติศาสตร์ศิลปะ กล่าวว่า การสร้างรูปปั้นเดวิดมีความหมายเชิงการเมืองที่ให้ภาพของสังคมฟลอเรนซ์ในช่วงเวลานั้น ที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์การขับไล่ตระกูลเมดีชีอันทรงอิทธิพลในโรม

หากสังเกตอิริยาบถรูปปั้นเดวิด ที่อยู่ในท่วงท่าก่อนการต่อสู้ และจากท่าทางของเดวิดที่ดูมุ่งมั่นตึงเครียด อีกทั้งเมื่อมองจากสถานที่ตั้งเดิมก่อนที่เจ้าหน้าที่จะย้ายรูปปั้นออกไป เดวิดได้หันหน้าไปทางกรุงโรม พร้อมสายตาที่เหมือนกำลังจ้องมองไปที่ยักษ์โกลิอัท

รูปปั้นเดวิดจึงเปรียบเสมือนสิ่งแทนตัวตนของชาวฟลอเรนซ์ ที่เป็นคนตัวเล็ก ๆ และมีเพียงร่างกายที่เปลือยเปล่า แต่สามารถคานอำนาจกับโรมและตระกูลเมดีชีได้

เมื่อมองในมุมนี้ เดวิดในแบบของมีเกลันเจโลจึงไม่ใช่เด็กเลี้ยงแกะในคัมภีร์เพียงเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นภาพสะท้อนบริบทของเมือง กลายเป็นไอคอนิกแห่งยุคเรเนสซองส์ ที่ผู้คนกล่าวถึงจนปัจจุบัน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง:

อรอนงค์ ฤทธิ์ฤาชัย, สัญชัย สันติเวส, นิธิวดี ทองป้อง,ไพโรจน์ ชมุนี, ยลดา หนองบัว, วินิจ มูลวิชา. (2565). เดวิด : ประติมากรรมที่มีมากกว่าความงามที่ปรากฏ. วารสารศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 14(1) มกราคม-มิถุนายน. เรียกใช้เมื่อ 7 พฤษภาคม 2568

สิทธิโชติ สุภาวรรณ์. (2566). กษัตริย์ดาวิด ผู้นำแห่งชาวอิสราเอล ราชาที่สถาปนาเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงยิว. เข้าถึงจาก https://ngthai.com/history/52189/kingdavid/. เรียกใช้เมื่อ 7 พฤษภาคม 2568

Kanaporn (นามแฝง). (2554). ตามหา เดวิด ชายที่งามที่สุดในโลก. เข้าถึงจาก https://www.iurban.in.th/design/david. เรียกใช้เมื่อ 7 พฤษภาคม 2568

Covert Rylaarsdam. (2568). David king of Israel. เข้าถึงจาก https://www.britannica.com/biography/David. เรียกใช้เมื่อ 7 พฤษภาคม 2568.

James King west. (2568). Saul King of Israel. เข้าถึงจาก https://www.britannica.com/biography/Saul-king-of-Israel. เรียกใช้เมื่อ 7 พฤษภาคม 2568.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 18 พฤษภาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดที่มา “ประติมากรรมเดวิด” สรุปแล้วเดวิดเป็นใคร?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...