โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เฮอไฮเนส’ ทิ้งภาพโลว์โปรไฟล์ ตั้งแบรนด์แอมบาสซาเดอร์-รุกตลาดโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 พ.ค. 2568 เวลา 04.36 น. • เผยแพร่ 11 พ.ค. 2568 เวลา 04.36 น.
กัญญฉัชฌ์ เลิศธนไพบูลย์

HER HYNESS สลัดคราบโลว์โปรไฟล์ ลุยทำตลาดเต็มรูปแบบ พร้อมรุกความงามโลก ประเดิมตั้ง “หลิงหลิง คอง” นั่งแท่นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ ขยายฐานเจาะแฟนคลับ-ตลาดครีมกันแดด ชิงเม็ดเงิน 6.1 พันล้าน ก่อนเฟ้นพันธมิตรร่วมทางรุกต่างประเทศก่อนสิ้นปี มั่นใจรายได้โต 40% แน่นอน

นางกัญญฉัชฌ์ เลิศธนไพบูลย์ ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมซัน รอเยล จำกัด ผู้บริหารแบรนด์ HER HYNESS สินค้าความงามสัญชาติไทย กล่าวว่า ปี 2568 นี้สินค้าความงามทั้งในไทยและหลายภูมิภาคทั่วโลกยังเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโต ด้วยแรงหนุนจากผู้บริโภคที่ต่างไม่หยุดสวยและจับจ่ายกับสินค้าความงาม โดยมีเทรนด์สำคัญที่เป็นโอกาสทางธุรกิจ คือ “คลีนบิวตี้” หรือการที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพ-ประสิทธิภาพของสินค้าทัดเทียมกับชื่อเสียงของแบรนด์ และการให้ความสำคัญกับสินค้าที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานคลินิก

เห็นได้จากข้อมูลของบริษัทวิจัย Euromonitor ที่ระบุว่า ในปี 2568 นี้ ผู้บริโภคทั่วโลกจำนวน 40% ให้ความสำคัญกับคลีนบิวตี้ โดย 4 ประเทศที่มีผู้บริโภคกลุ่มคลีนบิวตี้สูง ประกอบด้วย อินโดนีเซีย 59%, อินเดีย 57%, ไทย 56% และแอฟริกาใต้ 53%

ด้านการเลือกซื้อสินค้าของกลุ่มคลีนบิวตี้จะดูจากส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ ด้วยการหาข้อมูลอย่างจริงจังก่อนซื้อ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านฉลาก, ผลการทดสอบมาตรฐาน, คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ฯลฯ นอกจากนี้ จำนวนกลุ่มคลีนบิวตี้ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า กับกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ ยังมีสัดส่วนใกล้เคียงกันที่ 48% และ 47% ตามลำดับ สะท้อนความต้องการด้านประสิทธิภาพควบคู่กับภาพลักษณ์

โดยหนึ่งในเซ็กเมนต์ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง คือ ผลิตภัณฑ์กันแดด มูลค่า 6,100 ล้านบาท ซึ่งเติบโต 6% ในช่วงปี 2564-2567

จบยุคโลว์โปรไฟล์

นางกัญญฉัชฌ์กล่าวต่อไปว่า เพื่อต่อยอดจากทั้ง 2 เทรนด์ จึงตัดสินใจทำการตลาดอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์เมื่อปี 2559 โดยยกระดับการสื่อสารด้วยการตั้งแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนแรก และการส่งสินค้าใหม่เพิ่มในเซ็กเมนต์ผลิตภัณฑ์กันแดด รวมถึงเตรียมบุกตลาดต่างประเทศให้ทันก่อนสิ้นปี 2568 เพื่อผลักดันรายได้ให้เติบโตต่อเนื่องที่ 40% หลังปี 2567 รายได้เติบโตถึง 90% จนแตะ 1,000 ล้านบาทแล้ว

โดยบริษัทจับมือ “หลิงหลิง คอง” หรือ “ศิริลักษณ์ คอง” นักแสดงและนางแบบลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง สังกัดสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนแรกของแบรนด์ HER HYNESS เพื่อย้ำแคแร็กเตอร์ของแบรนด์ในฐานะผู้หญิงยุคใหม่ที่กล้าเป็นตัวของตัวเอง สร้างแรงบันดาลใจให้คนรอบข้าง และสื่อสารไปยังผู้บริโภคที่กล้าคิด กล้าเลือกใช้ชีวิตด้วยความมั่นใจ ผ่านสื่อเอาต์ออฟโฮมทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ รวมถึงปูพรมกิจกรรมกับเหล่าแฟนคลับ อีเวนต์ ฯลฯ ต่อเนื่องตลอดหลายปีข้างหน้า

ประเดิมงานแรก ด้วยการเปิดตัวครีมกันแดด UV Adapt Hya Water Sunscreen SPF50+ PA++++ สินค้าใหม่สำหรับชิงเม็ดเงินและส่วนแบ่งในเซ็กเมนต์ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีแนวโน้มเติบโต ด้วยจุดเด่นอย่างนวัตกรรมที่ทำให้ประสิทธิภาพกันแดดได้ยาวนานขึ้น ตอบเพนพอยต์ของผู้บริโภคที่ต้องทากันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมง พร้อมตอบโจทย์กลุ่มคลีนบิวตี้ด้วยผลทดสอบจากห้องแล็บมาตรฐานสากล 4 แห่ง ยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยต่อผู้ที่ผิวแพ้ง่าย โดยเริ่มวางจำหน่ายในช่องทางต่าง ๆ แล้ว ที่ราคาเริ่มต้น 1,190 บาท

มั่นใจรุก ตปท.ก่อนสิ้นปี’68

พร้อมกันนี้อยู่ระหว่างศึกษาและหาพันธมิตรรุกตลาดต่างประเทศทั้งเอเชีย และภูมิภาคอื่น ในรูปแบบผ่านตัวแทนที่จะร่วมมือแบบระยะยาวไม่เพียงนำสินค้าเข้าไปจำหน่าย แต่รวมไปถึงการทำตลาดและการสร้างแบรนด์ในประเทศนั้น ๆ ด้วย ทั้งนี้ มั่นใจว่าจะสามารถหาตัวแทนและเริ่มทำตลาดต่างประเทศได้ภายในปี 2568 นี้แน่นอน ทั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะผลักดัน HER HYNESS ให้เติบโตไปถึงระดับโกลบอลแบรนด์ ตามเป้าหมายที่วางไว้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘เฮอไฮเนส’ ทิ้งภาพโลว์โปรไฟล์ ตั้งแบรนด์แอมบาสซาเดอร์-รุกตลาดโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...