“อิชิบะ” หารือ “ทรัมป์” กว่า 30 นาที เคลียร์ภาษีรถยนต์-เหล็ก แต่ยังไร้ข้อตกลง
นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเข้าพบประธานาธิบดี ทรัมป์ ระหว่างประชุม G7 หวังคลี่คลายมาตรการภาษี โดยเฉพาะภาคยานยนต์และโลหะ พร้อมเสนอความร่วมมือด้านแร่หายาก-เซมิคอนดักเตอร์ รับมือจีน แต่ยังไร้ข้อตกลงที่เป็นรูปธรรม
วันที่ 17 มิถุนายน 2568 เวลา 06.52 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า ชิเกรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น พบกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อวันจันทร์ ระหว่างการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ (G7) โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้มีการทบทวนภาษีศุลกากรของสหรัฐต่อสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น พร้อมย้ำถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่เกื้อกูลกันทั้งสองฝ่าย
ภายหลังการหารือแบบทวิภาคีนายอิชิบะกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า“ยังคงมีบางประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายมีมุมมองไม่ตรงกัน เราจึงยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงโดยรวมได้” และเสริมว่า ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องที่จะให้รัฐมนตรีของทั้งสองประเทศเดินหน้าหารือต่อ
“เราจะยังคงเจรจาอย่างจริงจัง เพื่อให้ได้ข้อตกลงที่สะท้อนผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ”
การพบกันครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ระหว่างอิชิบะกับทรัมป์ ต่อจากการพบกันครั้งแรกที่กรุงวอชิงตันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดยการหารือครั้งล่าสุดใช้เวลาประมาณ 30 นาที
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับระยะเวลาในการบรรลุข้อตกลง อิชิบะตอบว่า“เรื่องนี้ต้องอาศัยการตกลงร่วมกันจากทั้งสองฝ่าย เราต้องปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติของเราเอง ดังนั้นจึงยากที่จะกำหนดกรอบเวลาได้อย่างชัดเจน …ตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นผลประโยชน์แห่งชาติอย่างแท้จริง”
ขณะนี้ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับอัตราภาษีศุลกากรสูงถึง 25% สำหรับการส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ไปยังสหรัฐ รวมถึงภาษี 50% สำหรับเหล็กและอะลูมิเนียม และภาษีอีก 10% ครอบคลุมสินค้าเกือบทุกประเภท นอกจากนี้ยังมีภาษีตอบโต้ (reciprocal tariff) อีก 14% ที่อยู่ในสถานะระงับชั่วคราว แต่กำหนดระงับจะสิ้นสุดในวันที่ 9 กรกฎาคม 2568
แม้ว่าจะมีการประชุมระดับรัฐมนตรีมาแล้วถึง 6 รอบระหว่างโตเกียวและวอชิงตัน แต่ความคืบหน้าโดยรวมยังน้อยมาก
ทรัมป์เคยแสดงความไม่พอใจต่อการที่ญี่ปุ่นมีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐสูงถึงประมาณ 9 ล้านล้านเยน หรือราว 6.24 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามในการหารือเมื่อวันจันทร์ นายอิชิบะได้เน้นย้ำถึงบทบาทของญี่ปุ่นในฐานะนักลงทุนต่างชาติอันดับหนึ่งในสหรัฐ รวมถึงการสร้างงานจำนวนมาก และแสดงความพร้อมที่จะเพิ่มการผลิตภายในสหรัฐเพื่อตอบแทนเศรษฐกิจอเมริกัน
การพบกันครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์มีมติอนุมัติให้บริษัท Nippon Steel ของญี่ปุ่นเข้าซื้อกิจการ U.S. Steel ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในความสัมพันธ์ด้านการลงทุน
นายอิชิบะกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอาทิตย์ก่อนเดินทางไปแคนาดาว่า “การซื้อกิจการนี้ถือเป็นดีลประวัติศาสตร์ที่ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างญี่ปุ่นกัสหรัฐผ่านการลงทุน”
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นยังเสนอให้มีความร่วมมือในการรับมือกับจีน ซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักของมาตรการภาษีของสหรัฐ โดยเขาแสดงความพร้อมที่จะร่วมมือในด้านห่วงโซ่อุปทานของแร่หายากและเซมิคอนดักเตอร์ พร้อมทั้งหารือเรื่องการทบทวนมาตรการที่สหรัฐมองว่าเป็น “อุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี” (non-tariff barriers) เช่น กระบวนการตรวจสอบความปลอดภัยของรถยนต์นำเข้าจากอเมริกา
รัฐบาลญี่ปุ่นมองว่าการประชุมสุดยอดครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเจรจาภาษี นับตั้งแต่เริ่มต้นในเดือนเมษายนเจ้าหน้าที่อาวุโสของญี่ปุ่น กล่าวว่า “เรากำลังเจรจาภายใต้เงื่อนไขที่ยากลำบาก แต่ก็หวังว่าจะมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในการประชุมสุดยอดครั้งนี้”
อ้างอิง : asia.nikkei.com