โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เผ่าภูมิ โว รบ.อิ๊งค์ ดันจีดีพี โตเกิน 3% ทุกไตรมาส ย้ำรบ.เร่งหาเครื่องยนต์ใหม่ กระตุ้นศก. ให้ไทยยืนแถวหน้าเวทีโลก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 06.08 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 04.46 น.

เผ่าภูมิ โว รบ.อิ๊งค์ ดันจีดีพี โต 3% ทุกไตรมาส ย้ำรบ.เร่งหาเครื่องยนต์ใหม่ กระตุ้นศก. ให้ไทยยืนแถวหน้าเวทีโลก

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 7 กรกฎาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม วาระกระทู้ถามทั่วไป ของ นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ส.ว. ถามประเด็นอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งตั้งข้อสังเกตต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่เข้าเป้า เช่น อัตราการท่องเที่ยวในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดลง จากผลกระทบของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงการประเมินประมาณการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่โตต่ำกว่าคาดการณ์เช่นเดียวกับตัวเลขทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง ส่วนการทำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอีก 115,000 ล้านบาท ที่จะกระจายไปยัง 50 หน่วยงานภาครัฐเพื่อใช้ดำเนินโครงการลงทุนระยะสั้น โดยกระทรวงการคลังคาดว่าจะช่วยสร้างงานและผลักดันจีดีพีให้โตเพิ่มขึ้น 0.4 % ตนคิดว่านโยบายแบบเบี้ยหัวแตกแบบนี้เป็นการปะผุเล็กๆ น้อยๆ และไม่มีผลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว

นายนรเศรษฐ์กล่าวต่อว่า ประเทศไทยเราไม่ได้แพ้เพราะเราไม่มีทรัพยากร แต่เราแพ้เพราะเราไม่มีทิศทาง ประเทศไทยเราไม่ต้องการนโยบายแบบประชานิยมอีกต่อไป แต่เราต้องการการลงทุนที่สามารถแข่งขันให้ประเทศได้ในระยะยาว ประชาชนมีรายได้และประเทศมีอนาคต ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องกลับมาให้ความสำคัญกับการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ แทนที่จะเติมน้ำมันปะผุให้เรือลำเก่าและคาดหวังมันจะวิ่งได้เร็วขึ้น

“ตอนนี้เหมือนประเทศไทยเป็นเรือที่ฝ่าพายุ แต่เครื่องยนต์ดับทีละเครื่อง ขณะที่ผู้นำไม่รู้ว่าจะพาไปทิศทางไหน ดังนั้น ควรมีเครื่องยนต์ใหม่ เพื่อทำให้จีดีพีและเศรษฐกิจไทยให้พ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง” นายนรเศรษฐ์กล่าว

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง ชี้แจงว่า ในการบริหารประเทศของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯนั้น ทำจีพีดีเกิน 3% ทุกไตรมาส และไตรมาสสอง ของปี 2568 ทำได้ดีกว่าที่คาด เห็นได้ว่าตลอดการบริหารของรัฐบาล ทำให้เศรษฐกิจโตสูงกว่าที่เคยเป็นตลอด 7-8 ปีที่ผ่านมา ขณะที่การประมาณการตัวเลขจากสถาบันทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เชื่อว่าจะปรับขึ้นอัตราเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในไม่ช้า เพราะเราเริ่มเห็นตัวไตรมาสสอง เป็นตัวเลขดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งการผลิต การบริโภค

“ยืนยันว่ารัฐบาลที่มองไปข้างหน้า และกล้าคิดที่แต่ก่อนไม่เคยเกิดขึ้น และไม่ใช่คิดแค่โครงการระยะสั้นเท่านั้น แต่มองไปข้างหน้าเพื่อให้ประเทศเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจได้ นอกจากนั้นแล้วยังดูแลเรื่องกฎหมายให้เอกชนง่ายต่อการประกอบธุรกิจ รวมถึงสร้างเครื่องยนต์ใหม่ทางเศรษฐกิจ” นายเผ่าภูมิกล่าว

นายเผ่าภูมิกล่าวว่า นอกจากนั้นในส่วนเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวในเดือนมิถุนายน เติบโตขึ้น หลังจากติดลบมา 2 เดือน ซึ่งรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว เช่น ฟอร์มูล่าวัน แมนเมด เป็นต้น รวมถึงได้พัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานของประเทศรองรับเศรษฐกิจประเทศได้ เช่น การพัฒนาท่าเรือภูเก็ต เพื่อเทียบเรือสำราญได้ ท่าเรือสงขลา รองรับการขนส่งสินค้ามากขึ้น ด้วยการเพิ่มเครนหน้าท่า รวมท่าเรือบีหนึ่ง กับบีสอง ที่แหลมฉบัง เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าได้มากขึ้น

“รัฐบาลพยายามจะสร้างเพื่อให้เกิดเงินใหม่ รายได้ใหม่กับประเทศ ไม่ได้หมกมุ่นกับเงินงบประมาณ แต่มองเงินที่ลอยในอากาศ และชิงจังหวะดูดเงินจากต่างชาติเพื่อให้ได้เงินพัฒนาประเทศ ขอให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยสร้างอุตสาหกรรมใหม่ๆ ให้ประเทศไทยยืนอยู่แถวหน้าของเวทีโลก” นายเผ่าภูมิกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เผ่าภูมิ โว รบ.อิ๊งค์ ดันจีดีพี โตเกิน 3% ทุกไตรมาส ย้ำรบ.เร่งหาเครื่องยนต์ใหม่ กระตุ้นศก. ให้ไทยยืนแถวหน้าเวทีโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...