โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เฮ! กยศ. คืนเงินผู้กู้ชำระเกินแล้ว 2.5 พันบัญชี จาก 2.8 แสนบัญชี เป็นเงิน 73 ล้านบาท

The Bangkok Insight

อัพเดต 13 พ.ค. 2568 เวลา 01.48 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 01.48 น. • The Bangkok Insight

กยศ. คืนเงินผู้กู้ที่ชำระเกิน ตามเกณฑ์คำนวณแบบใหม่แล้ว 2.5 พันบัญชี จากกว่า 2.8 แสนบัญชี เป็นเงิน 73 ล้านบาท ทยอยคืนทั้งหมดภายใน ก.ย. 2569

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินของ กยศ. เพื่อให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา สามารถเรียนจนจบการศึกษาเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติ

โดยขณะนี้ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้เดินหน้า การปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ตาม พระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 สาระสำคัญ คือ การตัดลำดับการชำระหนี้ใหม่เป็น “เงินต้น – ดอกเบี้ย – เบี้ยปรับ” แทนแบบเดิม พร้อมลดอัตราเบี้ยปรับจากสูงสุด 18% เหลือเพียง 0.5% ยืนยันผู้กู้ทุกคนจะเห็นยอดหนี้ลดลงทันที

ชำระเกิน

คำนวณหนี้แบบใหม่ ลดหนี้ ดำเนินการแล้ว 2.3 ล้านราย

การคำนวณหนี้แบบใหม่นี้ ครอบคลุมผู้กู้ประมาณ 3.5 ล้านราย โดยขณะนี้ กยศ. ดำเนินการได้แล้วกว่า 2.3 ล้านราย หรือราว 70% ซึ่งผู้กู้สามารถตรวจสอบยอดหนี้ใหม่ได้ผ่านเว็บไซต์ www.studentloan.or.th สำหรับผู้กู้ที่เคยทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ก่อนการคำนวณหนี้แบบใหม่ แม้อาจเห็นยอดหนี้สูงขึ้นในช่วงแรก แต่ระบบจะปรับยอดหนี้ให้อัตโนมัติ หลังจากระบบใหม่แล้วเสร็จ

ทั้งนี้ กยศ. ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ เนื่องจากแอปพลิเคชัน “กยศ. Connect” ยังไม่สามารถรองรับระบบใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ และเมื่อระบบใหม่แล้วเสร็จแล้ว ผู้กู้จะสามารถตรวจสอบยอดหนี้ที่แท้จริงได้ผ่านทางเว็บไซต์www.studentloan.or.th

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์

ปรับโครงสร้างหนี้-ลดอัตราชำระรายเดือน

สำหรับระบบการหักเงินเดือนผ่านองค์กรนายจ้าง ที่ผ่านมา กยศ. ได้ดำเนินการหักเฉพาะยอดหนี้ปีปัจจุบัน ไม่รวมยอดหนี้ค้างในปีก่อนหน้า ซึ่งบางรายจะมียอดหนี้ค้างเก่าทำให้ในเดือนเมษายน 2568 มีผู้กู้ที่ถูกหักเงินเดือนเพื่อชำระยอดหนี้ค้างเก่า จำนวน 490,225 ราย (510,716 บัญชี) และในเดือนพฤษภาคมอีก จำนวน 251,083 ราย (258,151 บัญชี)

ในส่วนของการรองรับผู้กู้ที่ได้รับผลกระทบจากการหักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาทต่อบัญชี กยศ. มีแนวทางดูแลเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

  • ผู้กู้ยืมเงินที่ได้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับ กยศ. ในเดือนพฤษภาคม 2568 จะต้องชำระตามยอดหนี้ที่ปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ในงวดแรกด้วยตนเอง และต้องแจ้งให้นายจ้างทราบเพื่อจะได้ไม่ถูกหักเงินเดือนเพิ่มอีก 3,000 บาท ในเดือนนั้น ซึ่งนายจ้างจะเริ่มหักเงินเดือนตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ตั้งแต่งวดที่ 2 เป็นต้นไป
  • ผู้กู้ยืมเงินที่ยังไม่ได้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้และยังคงมียอดหนี้ค้างชำระ หากผู้กู้ยืมเงินไม่สามารถให้หักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาท ในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2568 จะต้องยื่นขอปรับลดจำนวนการหักเงินเดือนทางเว็บไซต์ กยศ. ภายในวันที่ 17 พฤษภาคม 2568 ซึ่งจะมีผลปรับลดจำนวนหักเงินเดือนเฉพาะเดือนพฤษภาคมนี้เท่านั้น

หากดำเนินการไม่ทันสามารถยื่นขอปรับลดการหักเงินเดือนได้อีกครั้งในเดือนมิถุนายน 2568 โดยจะต้องยื่นขอปรับลดจำนวนการหักเงินเดือน ภายในวันที่ 14มิถุนายน 2568 และ กยศ. จะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้กู้ยืมเงินทราบทาง SMS พร้อมแจ้งให้นายจ้างทราบในระบบ e-PaySLF ต่อไป

ชำระเกิน

ยอดชำระเกินกว่า 2.8 บัญชี คืนเงินแล้ว 2.5 พันบัญชี

ด้านความคืบหน้าในการคืนเงินให้ผู้กู้ที่ชำระเกิน หลังคำนวณหนี้ตามกฎหมายใหม่นั้น ณ วันที่ 7 พฤษภาคม2568 มีบัญชีที่มียอดชำระเกิน 286,362 บัญชี เป็นเงิน 3,399.13 ล้านบาท กยศ. คืนแล้ว 2,528 บัญชี เป็นเงิน 73.81 ล้านบาท และในเดือนพฤษภาคม 2568 จะคืนเงินเพิ่มเติมอีก 1,215 บัญชี เป็นเงิน 2.95 ล้านบาท และจะทยอยคืนทั้งหมดภายในเดือนกันยายน 2569

ทั้งนี้ ข้อมูล ณ เดือน เมษายน 2568 ระบุว่า จังหวัดที่มีผู้ค้างชำระสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (129,146 บัญชี), นครราชสีมา (78,816 บัญชี), นครศรีธรรมราช (77,687 บัญชี), ขอนแก่น (73,409 บัญชี) และเชียงใหม่ (63,346 บัญชี)

กลุ่มอายุที่ค้างชำระมากที่สุด คือ ช่วงวัยทำงาน 30-39 ปี (1,132,339 บัญชี) รองลงมาคือ อายุ 40-49 ปี (675,184 บัญชี), อายุ 20-29 ปี (356,209 บัญชี), อายุ 50-59 ( 25,906 บัญชี), มากกว่า 59 ปี (3,396 บัญชี)

ชำระเกิน

ปรับโครงสร้างหนี้ ยืดเวลาชำระหนิ้ ปลดภาระผู้ค้ำ

อย่างไรก็ตาม หากผู้กู้ยืมเข้าทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ทั้งแบบสัญญากระดาษ และแบบออนไลน์ จะได้รับสิทธิพิเศษโดยการปลดภาระผู้ค้ำประกันทันที พร้อมทั้งให้ผ่อนชำระหนี้เป็นรายเดือนได้นานถึง 15 ปี หรือไม่เกินอายุ 65 ปี นอกจากนี้ ผู้กู้ยืมจะได้รับส่วนลดเบี้ยปรับ 100% เมื่อผู้กู้ชำระหนี้งวดสุดท้ายเสร็จสิ้น แต่หากผู้กู้ยืมผิดนัดชำระหนี้สะสมเกิน 6 งวด จะถือว่าสัญญาปรับโครงสร้างหนี้สิ้นสุดลงและผู้กู้ยืมจะไม่ได้รับส่วนลดเบี้ยปรับดังกล่าว

สำหรับผู้กู้บางรายประสบปัญหาในการเข้าระบบปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ เช่น อินเทอร์เน็ตช้า มือถือสเปกต่ำ หรือขั้นตอนยืนยันตัวตนในระบบ ThaiD ใช้เวลานาน ขอให้ผู้กู้ติดตั้งและยืนยันตัวตนในแอปพลิเคชัน ThaiD ให้เรียบร้อยล่วงหน้า เพื่อป้องกันความล่าช้าในการปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์

นอกจากนี้ กยศ. ยังมีมาตรการลดหย่อนหนี้เพื่อจูงใจให้ผู้กู้ยืมชำระเงินคืน เพื่อให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างระยะเวลาปลอดหนี้ และผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ ที่ กยศ. ยังไม่ฟ้องคดี โดยจะได้รับส่วนลดต้นเงิน 5 – 10% และส่วนลดเบี้ยปรับ 100% เมื่อชำระหนี้ปิดบัญชีในคราวเดียว โดยผู้กู้ยืมสามารถตรวจรายละเอียดและลงทะเบียนขอรับสิทธิได้ที่ www.studentloan.or.th ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2568

นางสาวศศิกานต์ กล่าวว่า กยศ. เป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนไทย โดยเฉพาะผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 1% ต่อปี และไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน ผู้กู้สามารถเริ่มชำระหนี้หลังจบการศึกษา 2 ปี และผ่อนชำระได้นานถึง 15 ปี

รัฐบาลขอเชิญชวนผู้กู้ กยศ. ทุกท่านที่เคยได้รับโอกาสทางการศึกษาให้หันกลับมาชำระหนี้ตามกำลัง เพื่อร่วมกันส่งต่อโอกาสให้รุ่นน้องได้เรียนต่ออย่างทั่วถึง และขอย้ำว่า กยศ. ไม่มีนโยบายกดดันหรือฟ้องร้องหากไม่จำเป็น แต่ขอเพียงให้ทุกคนกลับเข้าระบบ มาช่วยกันรักษาระบบที่เปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับสังคมไทยให้คงอยู่ต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...