โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Copenhagen : เมืองหลวงแห่งความหวัง ของประชาธิปไตย สิ่งแวดล้อม และ Hygge

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 12.44 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 03.39 น.

บทความพิเศษ | พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ดร.เดชรัตน์ สุขกำเนิด

Copenhagen

: เมืองหลวงแห่งความหวัง

ของประชาธิปไตย สิ่งแวดล้อม และ Hygge

สัปดาห์ก่อน เราเขียนถึงฟินแลนด์-ประเทศที่ให้บทเรียนเรื่องการศึกษา ความเข้มแข็งจากภายใน (Sisu) และการสร้างความไว้วางใจในระบบสาธารณะ

สัปดาห์นี้ เราข้ามสะพาน ?resund มายัง “เดนมาร์ก” ประเทศเพื่อนบ้านที่มีอุดมการณ์เสรีประชาธิปไตยฝังแน่นไม่แพ้กัน

และยังกลายเป็น “แชมป์ด้านสิ่งแวดล้อม” ที่ทั่วโลกจับตามอง

เราเดินทางมาร่วมงาน Copenhagen Democracy Summit ซึ่งจัดขึ้นโดย Anders Fogh Rasmussen อดีตนายกรัฐมนตรีของเดนมาร์ก และอดีตเลขาธิการ NATO ผู้ก่อตั้ง Alliance of Democracies Foundation เพื่อตอบสนองต่อแนวโน้มการถดถอยของประชาธิปไตยทั่วโลก

เขาเชื่อว่าในยุคที่ระบอบเผด็จการกลับมาในหลายภูมิภาค และเทคโนโลยีกลายเป็นเครื่องมือบิดเบือนความจริง เสรีภาพจะอยู่รอดได้ก็ต่อเมื่อโลกเสรีร่วมมือกัน

การประชุมปีนี้รวบรวมทั้งผู้นำประเทศ อดีตผู้นำจากยุโรปตะวันออก ผู้แทนจากไต้หวัน ยูเครน และกลุ่มภาคประชาสังคมทั่วโลก พูดคุยกันในคำถามที่ท้าทายว่า – จะฟื้นฟูความไว้วางใจในระบบเลือกตั้งได้อย่างไร?

จะจัดการกับ deepfake, AI-generated disinformation อย่างไร?

และจะทำให้ประชาธิปไตย “ใช้งานได้จริง” โดยไม่ถูกมองว่าเชื่องช้าและไร้ประสิทธิภาพในยุคแห่งความเร่งด่วน

แต่ขณะที่เรามองไปข้างหน้าในเรื่องประชาธิปไตย สิ่งที่เดนมาร์กกำลังทำในอีกด้านหนึ่งกลับน่าทึ่งไม่แพ้กัน – นั่นคือ การสร้างเมืองและประเทศให้เป็นกลางทางคาร์บอนอย่างจริงจัง และเป็นรูปธรรม

เดนมาร์กมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือ การเป็นประเทศที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Emission) ภายในปี 2045 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 70% ภายในปี 2030 จากระดับปี 1990 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เข้มข้นที่สุดประเทศหนึ่งในโลกและมีผลผูกพันตามกฎหมาย

กรุงโคเปนเฮเกนตั้งเป้าเป็น “เมืองหลวงแห่งแรกของโลกที่ปลอดคาร์บอน” ภายในปี 2025 โดยกว่า 80% ของระบบทำความร้อนในเมืองใช้ระบบ district heating ที่รวบรวมพลังงานจากขยะ พลังงานหมุนเวียน และโรงงาน แล้วกระจายความร้อนสู่บ้านเรือนอย่างมีประสิทธิภาพ

เบื้องหลังเป้าหมายที่ทะเยอทะยานนี้ ไม่ได้มีเพียงเทคโนโลยีหรือนโยบายเท่านั้น หากแต่มีวัฒนธรรมที่เรียกว่า “Hygge” – แนวคิดเรื่องความเรียบง่าย อบอุ่น และการใช้ชีวิตอย่างใส่ใจสิ่งรอบตัว

Hygge ไม่ใช่แค่การตกแต่งบ้านด้วยแสงเทียนหรือห่มผ้าอุ่นๆ ในฤดูหนาว แต่คือวิธีคิดของสังคมที่ให้คุณค่ากับความสัมพันธ์ระหว่างกัน ความยั่งยืนของชีวิต และความสุขจากสิ่งเล็กๆ ที่พอเพียง

มันคือการ “ใช้ชีวิตช้าๆ อย่างมีจุดหมาย” ซึ่งกลายเป็นรากฐานทางวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำโดยไม่สร้างแรงต้าน

ระดับประเทศ

: 3 โครงการเด่นที่เดนมาร์กลงมือทำจริง

1. โรงงาน e-methanol ที่ Kass?, Jutland – ด้วยความร่วมมือของ M?rsk, Lego และ Novo Nordisk โรงงานแห่งนี้ผลิต e-methanol จากพลังงานลมและ CO? ที่จับจากอุตสาหกรรม สร้างเชื้อเพลิงสะอาดให้กับเรือเดินสมุทร ซึ่งปล่อยคาร์บอนมากกว่าเครื่องบินเสียอีก กำลังการผลิตสูงถึง 42,000 ตัน/ปี ลดการปล่อยคาร์บอนได้ราว 100,000 ตัน/ปี

2. เกาะพลังงานเทียมกลางทะเลเหนือ (North Sea Energy Island) – โครงการนี้จะรวมพลังงานจากฟาร์มลมนอกชายฝั่งกว่า 200 ต้น ผลิตไฟฟ้าสะอาดได้สูงสุด 10 กิกะวัตต์ – เพียงพอสำหรับบ้านกว่า 10 ล้านหลัง – และเชื่อมต่อสู่ประเทศเพื่อนบ้านเช่น เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และเบลเยียม

3. Bornholm Smart Energy Island – เกาะบอร์นโฮล์มเป็นห้องทดลองพลังงานหมุนเวียนที่รวมโซลาร์เซลล์ พลังงานลม ระบบกักเก็บพลังงาน และสมาร์ทกริดไว้ในระบบเดียว ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านพลังงานชุมชน (community energy) และใช้ระบบบริหารจัดการพลังงานแบบเรียลไทม์

ระดับเมือง

: 3 นวัตกรรมสีเขียวในโคเปนเฮเกน

1. CopenHill – โรงไฟฟ้าขยะที่แปรรูปขยะ 440,000 ตัน/ปี เป็นพลังงานสะอาด พร้อมพื้นที่บนหลังคาที่กลายเป็นลานสกี ผนังปีนเขา และเส้นทางเดินชมวิว เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานเป็นพื้นที่ชีวิต

2. Karens Minde Aksen – พื้นที่สีเขียวในเขต Sydhavn ที่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ถูกออกแบบใหม่ให้เป็น “เมืองฟองน้ำ” ด้วยคลองธรรมชาติ พื้นซึมน้ำ และต้นไม้กว่า 200 ต้น ดูดซับและชะลอน้ำฝน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ชุมชนใช้สันทนาการ

3. Paper Island และ Opera Park – จากพื้นที่อุตสาหกรรมริมทะเล กลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของเมืองที่รวมสวนสาธารณะหลังคาเขียว พื้นที่ศิลปะสำหรับเด็ก จุดชมวิว และทางเดินสาธารณะริมทะเล ที่ผสมผสาน “สิ่งแวดล้อม” เข้ากับ “ความน่าอยู่” อย่างลงตัว

สิ่งที่น่าฉงนเกี่ยวกับเดนมาร์กคือ ในขณะที่สังคมนี้ยึดหลัก “ความพอดี” อย่างจริงจัง ทั้งในรูปแบบของ Janteloven ที่ห้ามโอ้อวดหรือทำตัวเด่นเกินใคร และวัฒนธรรม Hygge ที่เน้นความสุขเรียบง่ายกับสิ่งเล็กๆ – ประเทศกลับสามารถสร้างความเป็นเลิศในระดับโลกได้ในหลากหลายด้าน

คำอธิบายหนึ่งอาจอยู่ที่ “ความสม่ำเสมอของระบบ” และ “คุณภาพของโครงสร้างร่วม”

เมื่อไม่มีใครพยายามแย่งซีน แต่ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ในจุดที่ควรอยู่ ระบบก็สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องพึ่ง “ฮีโร่” หรือ “อัจฉริยะ” รายคน

ความไม่สุดโต่งกลับทำให้ประเทศนี้แข็งแกร่ง – เพราะทุกอย่างเดินหน้าไปด้วยกัน ไม่มีใครล้ำหน้า แต่ก็ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

เดนมาร์กจึงไม่ใช่แค่ประเทศที่ “คิดเก่ง”

แต่เป็นประเทศที่ “ลงมือทำจริง” โดยมี Hygge เป็นพลังเงียบที่หล่อเลี้ยงความเปลี่ยนแปลง

จากเดนมาร์ก เราจะเดินทางต่อไปยัง สวีเดน เพื่อศึกษาว่าอีกหนึ่งประเทศนอร์ดิกจะออกแบบประชาธิปไตย ความเป็นอยู่ และความยั่งยืนอย่างไรในโลกหลังยุควิกฤต

หมายเหตุ : ดร.เดชรัตน์ สุขกำเนิด เป็นผู้อำนวยการ Think Forward Center

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Copenhagen : เมืองหลวงแห่งความหวัง ของประชาธิปไตย สิ่งแวดล้อม และ Hygge

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...