เอ็กโซติค ฟู้ด (XO) สร้างรายได้จากการขายซอส มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี
เอ็กโซติค ฟู้ด (XO) หรือที่อาจจะคุ้นเคยกับแบรนด์ซอสพริกศรีราชาตราห่านบิน (Flying Goose) ก่อตั้งในปี 2542 ด้วยสองพี่น้องที่หลงใหลในอาหารไทย เริ่มผลิตและขายเครื่องปรุงรสต่างๆ จากสินค้าหลักไม่กี่โหลเติบโตจนปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย แต่ 87% ของรายได้ยังมาจากผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสอาหาร เช่น ซอสพริก น้ำจิ้มไก่ และซอสต่างๆ อยู่และยังมีผลิตภัณฑ์เครื่องประกอบอาหาร เช่น กะทิและเครื่องแกงต่าง ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน เช่น ข้าวแกงเขียวหวานและก๋วยเตี๋ยวผัดไทย
บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO ได้ตำแหน่งบริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2023 ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)* ที่จัดโดย วารสารการเงินธนาคาร ด้วยผลประกอบการที่โดดเด่น โดยย้อนหลัง 3 ปี XO มีรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 1,000 ล้านบาท โดยในปีล่าสุด 2565 บริษัทมีรายได้รวม 1,480.37 ล้านบาท กำไรสุทธิ 340.16 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 22.98%
ภายใต้รายได้หลัก 1,000 ล้านบาทต่อปีของ XO นั้นเป็นสัดส่วนรายได้ในประเทศเพียง 0.16% เท่านั้น แต่รายได้จากการส่งออกมากถึง 99.84% โดยมีตลาดยุโรปเป็นสัดส่วนมากที่สุด
จิตติพร จันทรัช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) บอกว่า ตลาดซอสส่งออกในปี 2566 คาดว่าจะได้อานิสงส์จากอาหารไทยเป็นเมกะเทรนด์ และรับอานิสงส์การเปิดประเทศ นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางมาท่องเที่ยวที่เมืองไทย สนับสนุนความต้องการสินค้าของบริษัทเป็นที่ตอบรับจากลูกค้าทั่วทุกมุมโลก
ภาพรวมตลาดซอสไทยส่งออกอยู่ที่ประมาณ 19,901 ล้านบาท ในปี 2566 XO มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 6.4% และจะขยายการเติบโตในตลาดโลกได้ต่อเนื่อง ด้วยการขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านดิสทริบิวเตอร์ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 69 ประเทศทั่วโลก หรือส่งออกไปประมาณ 25,000 เอาต์เล็ต
XO ยังเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง โดยได้ขยายไปยังลูกค้ารายใหม่เพิ่มเติม ได้แก่ ประเทศ จีน จอร์เจีย อินโดนีเซีย เป็นต้น แม้ปีที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบยอดขายที่ลดลงจากหลายประเทศในทวีปยุโรปมีการผ่อนคลายมาตรการเกี่ยวกับโควิด-19 ทำให้ประชาชนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และมีการประกอบอาหารที่บ้านน้อยลง ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อยอดจำหน่ายสินค้าของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกปีนี้ยังทรงตัว โดย XO ยังเดินหน้าทำการตลาดเชิงรุก นอกจากนี้ ได้ล็อกต้นทุนวัตถุดิบ พริก น้ำตาล กระเทียม ไว้เรียบร้อยแล้ว หลังราคามีการปรับขึ้นมาบ้าง ซึ่งบริษัทพยายามบริหารจัดการอย่างรัดกุม
*การจัดอันดับ 300 บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2566 (Best Public Companies of The Year 2023) ของวารสารการเงินธนาคารเป็นการวิเคราะห์พื้นฐานทางธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีมูลค่าตลาดหลักทรัพย์ (Market Capitalization) สูงสุด 300 อันดับแรก และมีผลประกอบการที่แสดงกำไร รวมทั้งบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ที่มีผลประกอบการที่แสดงกำไร จำนวน 140 บริษัท โดยใช้ข้อมูล ณ สิ้นปี 2565