โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับหนุ่มเคยบวช 11 พรรษา โพสต์หลอกขายเครื่องสังฆภัณฑ์ทุกชนิด

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 21 ก.ค. 2566 เวลา 11.13 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2566 เวลา 04.13 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

21 ก.ค. – สืบนครบาล-PCT5 รวบ “เจ้าของร้านสังฆภัณฑ์ เคยบวช 11 พรรษา กลางตลาดโต้งรุ่ง หลอกขายเครื่องสังฆภัณฑ์ทุกชนิด มีลูกค้าหลงเชื่อสัปดาห์ละ 3-4 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 10 ล้านบาท

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบที่สร้างความเดือนร้อนแก่ประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดยชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. ร่วมกับชุด PCT5 ได้ออกลาดตระเวนออนไลน์จนพบความเดือดร้อนของพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนจำนวนมากที่ถูกคนร้ายใช้ เพจเฟซบุ๊กชื่อบัญชี “หจก.เพชรเจริญสังฆภัณฑ์ ปลีกส่ง”, “เพชรเจริญสังฆภัณฑ์” และ “หจก.เพชรเจริญสังฆภัณฑ์” โพสต์หลอกขายเครื่องสังฆภัณฑ์ทุกชนิด ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักสามหมื่น เมื่อได้เงินโอนจ่ายจากลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นพระสงฆ์วัดต่างๆ ทั่วประเทศ และพุทธศาสนิกชน ก็จะนิ่งเงียบและบล็อกการติดต่อ สร้างความเดือดร้อนให้กับพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างมาก มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

วานนี้ (20 ก.ค.) กำลังเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุม นายวรากร อายุ 46 ปี ในพื้นที่ อำเภอทรายทองวัฒนา จังหวัดกำแพงเพชร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ 264/2566 ลงวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน และโดยทุจริต หรือโดยการหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณตลาดโต้รุ่ง ใกล้แยกพังโคน ถนนนิตโย ตำบลพังโคน อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความพยายามเฝ้าสืบสวนแกะรอยเฝ้าจุดติดตามจนพบผู้ต้องหาขณะขับรถจักรยานยนต์ออกมาจากสถานที่หลบซ่อน ก่อนจะสะกดรอยติดตามและจับกุมได้กลางตลาดโต้รุ่งอำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร

จากการตรวจสอบข้อมูลในฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า ณ ปัจจุบัน นายวรากร หรือเพชร คงอุทิศ มีหมายจับที่ต้องการตัวเพื่อดำเนินคดี จำนวน 5 หมายจับ ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยรับว่าช่วงเด็กและวัยรุ่น ตนบวชเรียนถึง 11 พรรษา และศึกษาจนจบชั้นปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งหนึ่ง เมื่อศึกษาจนจบชั้นปริญญาตรี ได้สึกและออกมาประกอบอาชีพสำนักพิมพ์เกี่ยวกับหนังสือพระแห่งหนึ่งประมาณ 1 ปี จากนั้นย้ายมาทำงานที่สื่อมวลชนช่องหนึ่ง ทำหน้าที่ผู้ช่วยโปรดิวเซอร์เขียนสคลิปข่าว ก่อนจะเลื่อนเป็นโปรดิวเซอร์ข่าวเกี่ยวกับสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ประมาณ 3 ปี จนช่วงปี 2561 ได้ลาออกมาเปิดร้านสังฆภัณฑ์ ชื่อร้าน ห้างหุ่นส่วนจำกัดเพชรเจริญสังฆภัณฑ์ มีสถานที่ตั้งร้านอยู่พื้นที่หนองแขม กรุงเทพมหานคร ขายทั้งหน้าร้านและผ่านโซเชียล สั่งจริง ส่งจริง จนเมื่อช่วงปี 2563 เริ่มมีปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน ซ้ำยังมาประสบปัญหาช่วงสถานการณ์โควิด ทำให้เริ่มโกงไม่ส่งสินค้าแก่ลูกค้าทั้งพระสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนที่สั่ง เมื่อรู้ว่ามีผู้เสียหายจำนวนมากดำเนินคดี ได้หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร โดยหลบมาเช่าบ้านพัก และทำธุรกิจขายอะไหล่รถยนต์มือสองร่วมกับเพื่อน และยังคงโพสต์หลอกขายเครื่องสังฆภัณฑ์อยู่อย่างต่อเนื่อง โดยใช้ชื่อเพจเฟซบุ๊กชื่อบัญชี “ เพชรเจริญสังฆภัณฑ์ ” ในการก่อเหตุ

ที่ผ่านมาเริ่มก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2562 มูลค่าความเสียหายต่อราย หลักร้อยจนถึงหลัก 30,000 บาท มีลูกค้าหลงเชื่อสัปดาห์ละ 3-4 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 10,000,000 ล้านบาท เงินที่ได้มานำมาใช้ในชีวิตประจำวัน เช่าห้องพักเพื่อหลบซ่อนตัว เล่นพนันออนไลน์ และลักลอบตระเวนเล่นไฮโลในพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด และได้ประสานแจ้งให้พนักงานสอบสวน สน.และ สภ.อื่นๆ ซึ่งมีผู้เสียหายเดินทางเข้าร้องทุกข์และพนักงานสอบสวนรวมรวมพยานหลักฐานเสนอต่อศาลออกหมายจับผู้ต้องหาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่ออายัดตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดี. -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...