โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘แม่ผิวดำ’ ในสหรัฐฯ ฟ้องโรงเรียนจัด ‘โครงการเก็บฝ้าย’ กระทบจิตใจลูก

Xinhua

เผยแพร่ 19 ส.ค. 2565 เวลา 11.04 น.
(แฟ้มภาพซินหัว : ประชาชนเดินอยู่ในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ วันที่ 12 พ.ค. 2022)

ลอสแอนเจลิส, 19 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (17 ส.ค.) สำนักข่าวเอ็นบีซี นิวส์ของสหรัฐฯ รายงานว่าราชุนดา พิตตส์ แม่ชาวอเมริกันผิวดำ ได้ยื่นฟ้องสำนักงานเขตการศึกษาลอสแอนเจลิส (LAUSD) ระบบโรงเรียนรัฐขนาดใหญ่อันดับสองของสหรัฐฯ กรณีโครงการของโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งมีเนื้อหาเชื่อมโยงการเก็บฝ้ายเพื่อเรียนรู้การเป็นทาส ซึ่งเธอมองว่าไม่ได้คำนึงถึงความอ่อนไหวทางวัฒนธรรม ทั้งทำให้ลูกสาวของเธอหวาดกลัวและเผชิญผลกระทบทางอารมณ์อย่างรุนแรง

คดีความข้างต้นที่ยื่นฟ้องต่อศาลสูงลอสแอนเจลิส ระบุว่าสำนักงานฯ และโรงเรียนประถมลอเรล สแปน ที่ได้ปิดตัวลงและเปิดใหม่ในชื่อโรงเรียนลอเรล ซีเนมาติก อารต์ส ครีเอทีฟ เทค แม็กเน็ต (Laurel Cinematic Arts Creative Tech Magnet) สร้างความอับอายแก่ลูกของพิตตส์ด้วยการให้เด็กหญิงร่วมโครงการเกี่ยวกับยุคสมัยที่สหรัฐฯ ยังใช้แรงงานทาส ซึ่งทำให้เธอวิตกกังวลและมีอาการป่วยทางจิตใจ

พิตตส์เริ่มสังเกตว่าลูกสาวมีอาการซึมเศร้าเมื่อเธอแทบไม่พูดไม่จานานสองสัปดาห์ในเดือนกันยายน 2017 ขณะเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ก่อนจะเห็นทุ่งฝ้ายที่ปลูกในโรงเรียนตอนไปส่งลูกอีกราวหนึ่งเดือนต่อมา โดยเธอแจ้งให้รองอาจารย์ใหญ่รับทราบ ซึ่งครูได้อธิบายว่าเพื่อนร่วมชั้นเรียนของลูกกำลังอ่านอัตชีวประวัติของเฟรเดอริก ดักลาส ที่กล่าวถึงการเก็บฝ้าย และแปลงปลูกฝ้ายในโรงเรียนมีไว้ให้นักเรียนได้เรียนรู้ประสบการณ์จริงว่าชีวิตของทาสนั้นเป็นอย่างไร

พิตตส์เสริมว่าเธอควรได้รับแจ้งว่าโรงเรียนจะจัดโครงการ "เก็บฝ้าย" ล่วงหน้า และแม้ลูกสาวของเธอจะไม่ต้องเก็บฝ้ายจริงๆ แต่เด็กหญิงก็ถูกกระทบกระเทือนทางจิตใจ ขณะเฝ้ามองเด็กคนอื่นทำกิจกรรมนี้

ทั้งนี้ แถลงการณ์จากโฆษกสำนักงานฯ เมื่อเดือนตุลาคม 2017 ระบุว่าคณะผู้บริหารโรงเรียนดังกล่าวได้ถอนต้นฝ้ายออกจากพื้นที่โรงเรียนทันทีหลังทราบถึงความกังวลของพิตตส์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...