โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มุมมอง 4 ผู้ผลิตคอนเทนต์ ในวันที่ “สตรีมมิ่ง” เปลี่ยนวงการทีวี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ก.ย 2567 เวลา 04.51 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2567 เวลา 04.51 น.
เอกชัย เอื้อครองธรรม-ณฐกฤต วรรณภิญโญ-ถกลเกียรติ วีรวรรณ-อรุโณชา ภาณุพันธุ์

การให้บริการคอนเทนต์ผ่านอินเทอร์เน็ต (Over-the-Top หรือ OTT) หรือแพลตฟอร์ม “สตรีมมิ่ง” สร้างความท้าทายให้กับอุตสาหกรรมความบันเทิงและโทรทัศน์ของไทยหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเม็ดเงินโฆษณาที่ไหลออกไปพร้อมกับกลุ่มผู้ชมที่อาจดูทีวีช่องต่าง ๆ น้อยลง เพราะมีตัวเลือกการรับชมหลากหลาย และการช่วงชิงเวลาในการรับชมจากคอนเทนต์ต่างประเทศ ที่ข้ามพรมแดนมาสู่ผู้ชมชาวไทยง่ายขึ้น

ในวันที่โจทย์ของอุตสาหกรรมโหดและหินกว่าเดิม เหล่าผู้จัดละครหรือผู้ผลิตคอนเทนต์ มีมุมมองหรือแผนการปรับตัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร ?

ต้องเป็นมากกว่าช่องทีวี

“ถกลเกียรติ วีรวรรณ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ กล่าวว่า คนเปิดช่องทีวีในโทรทัศน์อาจน้อยลง แต่คนดูคอนเทนต์ไม่ได้น้อยลง เพียงแต่กระจายไปตามช่องทางต่าง ๆ จึงต้องทำคอนเทนต์ให้ออกสู่ทุกแพลตฟอร์ม เช่น ละคร ต้องออกบนทีวีได้ แต่ก็ต้องทำให้คนที่ไม่ได้เปิดทีวี อยากเข้าไปดูย้อนหลังได้ด้วย

“เราทิ้งสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่ได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปอย่างไรอีกบ้าง นอกจากเรื่องทิศทางของทีวีดิจิทัลหลังใบอนญาตหมดอายุในปี 2572 ที่กำลังหาทางออกร่วมกัน ว่าจะแก้กฎหมายหรือทำอะไรต่อ เราก็ต้องปรับตัว อยู่นิ่งไม่ได้ พยายามสร้างทางเลือกที่หลากหลาย และให้ความสำคัญกับคุณภาพของคอนเทนต์หรือโปรดักต์ เพราะคงไม่มีใครอยากเปิดทีวีมาดูช่องเปล่า ๆ”

ไม่พึ่งแต่รายได้โฆษณา

“ถกลเกียรติ” กล่าวต่อว่า ช่วงที่ผ่านมา ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเจ็บปวดกับรายได้จากเม็ดเงินโฆษณาที่น้อยลง ในส่วนของ “วัน เอ็นเตอร์ไพรส์” ได้มีการปรับโฟกัสทางธุรกิจ และไม่ได้พึ่งพารายได้จากโฆษณาเพียงอย่างเดียว มีทั้งการขายไลเซนส์คอนเทนต์ให้กับแพลตฟอร์มอื่น ๆ หรือการฉายในต่างประเทศ และการจัดงานอีเวนต์หรือคอนเสิร์ตต่าง ๆ ทำให้ปัจจุบันมีรายได้จากโฆษณาในช่องทีวี ในสัดส่วน 45% ซึ่งถือว่าน้อยลงจากเดิมมาก ๆ แล้ว

นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2565 ที่ผ่านมา วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ เริ่มให้บริการแพลตฟอร์ม OTT อย่าง “oneD” เพื่อเผยแพร่คอนเทนต์ของในเครือ ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดกว่า 18 ล้านครั้ง มีการให้บริการทั้งแบบ AVOD (Advertising Video on Demand) และ SVOD (Subscription Video on Demand) โดยผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังเป็นแบบ AVOD หรือรับชมแบบมีโฆษณา แต่หลังจากนี้จะเริ่มโฟกัสที่การให้บริการแบบ Subscription หรือ SVOD มากขึ้น

“สตรีมมิ่ง” เค้กก้อนใหม่

ด้าน “ณฐกฤต วรรณภิญโญ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตซีรีส์เรื่อง “ทริอาช” และรายการ “Take Me Out Thailand” มองว่า ผู้ผลิตคอนเทนต์ยุคนี้มีเป้าหมายคล้าย ๆ กันคือ ต้องการทำงานกับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งต่าง ๆ เพราะเป็นโอกาสที่ทำให้คอนเทนต์เติบโตมากกว่าตลาดในประเทศ อาจมองว่าเป็น “เค้กก้อนใหม่” หรือพื้นที่ที่คนในอุตสาหกรรมต้องการแสดงฝีมือก็ได้

“การผลิตคอนเทนต์ให้ฉายได้ทั้งบนทีวีและสตรีมมิ่ง เป็นโอกาสมากกว่าความท้าทาย อย่างเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ก็มีคอมมิชชั่นที่จูงใจผู้ผลิตในประเทศสูง แต่โอกาสที่ว่าก็ไม่ใช่จะได้มาง่าย ๆ เพราะอุตสาหกรรมของเรามีคนเก่งเยอะ ต้องแข่งกันที่ฝีมือ”

สำหรับแนวทางการนำคอนเทนต์ไปฉายบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งในปัจจุบัน “ณฐกฤต” อธิบายว่า มี 2 รูปแบบ 1.นำคอนเทนต์ที่ฉายในช่องทีวีไปฉายต่อบนสตรีมมิ่ง และ 2.เป็นคอนเทนต์ออริจินอลที่ฉายบนแพลตฟอร์ม ซึ่งความแตกต่างของ 2 สิ่งนี้ มีทั้งเรื่องของค่าคอมมิชชั่นและสไตล์ของคอนเทนต์

สำหรับรูปแบบแรก แพลตฟอร์มจะพูดคุยกับช่องหรือเจ้าของลิขสิทธิ์ เพื่อนำคอนเทนต์มาฉายต่อแล้วตกลงค่าคอมมิชชั่นที่อัตราหนึ่ง ซึ่งคอนเทนต์กลุ่มนี้จะยังมีกลิ่นอายความเป็นไทย ส่วนรูปแบบที่สอง จะเป็นการสร้างคอนเทนต์ตามมาตรฐานของแพลตฟอร์ม ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้ชมที่ชื่นชอบความเป็น International ทำให้ค่าคอมมิชชั่นของรูปแบบนี้จะสูงกว่ารูปแบบแรกค่อนข้างมาก

“นอกจากเรื่องการทำคอนเทนต์ให้ถูกใจผู้บริโภค หรือเหมาะกับการฉายผ่านช่องทางต่าง ๆ เรายังสามารถมองคอนเทนต์เป็นสินทรัพย์ที่ต่อยอดในรูปแบบอื่น ๆ หรือเป็นเครื่องมือการสื่อสารตามวัตถุประสงค์ทางธุรกิจได้ เช่น รายการ Take Me Out Thailand มีการทำโปรเจ็กต์ร่วมกับทินเดอร์ (Tinder) เนื่องจากรายการของเราสามารถสื่อสารในสิ่งที่แอปต้องการ หรือกระตุ้นยอดการใช้งานได้”

ยุคของ “มัลติแพลตฟอร์ม”

“เอกชัย เอื้อครองธรรม” โปรดิวเซอร์และผู้กำกับภาพยนตร์ ผู้อยู่เบื้องหลังซีรีส์“เด็กใหม่ 2” มองว่า ยุคนี้เป็นยุคของการผลิตคอนเทนต์ให้ฉายได้แบบ “มัลติแพลตฟอร์ม” หรือรองรับช่องทางการรับชมที่หลากหลาย เพราะคอนเทนต์ที่ดีจะดึงผู้ชมให้อยู่บนช่องทางไหนก็ได้

แม้สตรีมมิ่งจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่ทีวีจะยังคงอยู่ไปอีกนาน เพราะมีจุดเด่นเรื่องการสร้าง Appointment View หรือการรับชมแบบมีกำหนดการชัดเจน เพียงแต่รูปแบบการนำเสนออาจเปลี่ยนไปตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี

การทำคอนเทนต์ให้ฉายได้หลายช่องทางไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องคำนึงถึงข้อบังคับและความเหมาะสมของแต่ละช่องทาง เช่น ทีวีมีกฎในการเซ็นเซอร์ และเด็กสามารถเข้าถึงได้ง่าย ก็ต้องระวังในการนำเสนอประเด็นอ่อนไหว

“จริง ๆ วิธีคิดคล้ายกับการนำคอนเทนต์ไปฉายที่ต่างประเทศ คือแต่ละประเทศมีกฎในการเซ็นเซอร์ต่างกัน เราก็มีคอนเทนต์ตัวเต็มอยู่เวอร์ชั่นหนึ่ง ส่วนที่เหลือก็ปรับไปตามความเหมาะสม”

อย่างไรก็ตาม “เอกชัย” มองว่า ความท้าทายที่แท้จริงของผู้ผลิตคอนเทนต์ในปัจจุบัน คือเรื่องของการดึงความสนใจของผู้ชม และทำให้คอนเทนต์ของไทยแข่งขันในระดับนานาชาติได้ เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ เช่น ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่อุตสาหกรรมคอนเทนต์มีส่วนทำให้ GDP ในประเทศขยายตัวกว่า 2%

“คอนเทนต์หรือความบันเทิงเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ โตขึ้นไปพร้อม ๆ กัน เพราะสามารถนำ IP ที่มีอยู่ไปต่อยอดเป็นสินค้าอื่น ๆ ได้ เช่น ตุ๊กตาเอลซ่าของดิสนีย์ ที่ไม่ว่าจะอีกกี่ปีก็ยังมีขายอยู่ โจทย์คือเราจะพาคอนเทนต์ไทยไปสู่ระดับนั้น หรือผลักดันให้เกิดการร่วมทุนผลิต IP ขนาดใหญ่ได้อย่างไร”

“สตรีมมิ่ง” เติมเต็มอีโคซิสเต็ม

ด้าน “อรุโณชา ภาณุพันธุ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด ผู้ผลิตละคร “บุพเพสันนิวาส” และ “พรหมลิขิต” แสดงความเห็นว่า การเข้ามาของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม และช่วยเติมเต็มอีโคซิสเต็ม เสริมพฤติกรรมการรับชมคอนเทนต์บนช่องทีวีให้สมบูรณ์ขึ้น เช่น ไม่ว่างชมคอนเทนต์ที่ฉายบนทีวีแบบเรียลไทม์ ก็สามารถดูย้อนหลังบนสตรีมมิ่งได้ หรือการฉายบนทีวีจะถูกจำกัดเวลา เพราะมีผังการออกอากาศเป็นตัวกำหนด ขณะที่การมีสตรีมมิ่งช่วยให้ผู้ผลิตสามารถเผยแพร่คอนเทนต์เวอร์ชั่นพิเศษ หรือเบื้องหลังการถ่ายทำควบคู่ไปได้ เป็นต้น

“ทีวียังเป็นสื่อหลักหรือเครื่องมือที่สร้างการรับรู้ในวงกว้าง จะเห็นว่าคอนเทนต์ที่มีชื่อเสียงหลาย ๆ เรื่องมีการฉายบนทีวีก่อนฉายบนสตรีมมิ่ง พอมีกระแสบนโลกโซเชียล คนก็กลับไปดูซ้ำบนสตรีมมิ่งได้”

“อรุโณชา” กล่าวด้วยว่า ในฐานะผู้ผลิตคอนเทนต์ที่เจาะกลุ่มแมสก็ยังต้องคิดงานหรือทำคอนเทนต์ที่เหมาะกับการฉายบนทีวีเป็นหลัก แต่ช่อง 3 ก็มีการให้บริการแพลตฟอร์ม CH3 Plus ด้วย ทำให้แผนการผลิตต้องมีทั้งคอนเทนต์ในส่วนที่ฉายบนทีวีและสตรีมมิ่งควบคู่กันไป

“การทำคอนเทนต์ให้เผยแพร่ได้หลายช่องทางไม่ใช่เรื่องยาก เพราะการเปลี่ยนผ่านทุกครั้งยากหมด อยู่ที่ว่าใครจะปรับตัวได้มากกว่ากัน แต่พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคนี้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้จัดต้องโฟกัสที่คุณภาพและความมีมิติของพลอตเรื่องเป็นอันดับแรก”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มุมมอง 4 ผู้ผลิตคอนเทนต์ ในวันที่ “สตรีมมิ่ง” เปลี่ยนวงการทีวี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...