โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อรอนงค์ ควงลูกชาย อองรี-อองตอง เผยชีวิตแม่เลี้ยงเดี่ยว อัพเดตอาการป่วยมะเร็ง

Khaosod

อัพเดต 06 ต.ค. 2567 เวลา 05.07 น. • เผยแพร่ 06 ต.ค. 2567 เวลา 05.07 น.

อรอนงค์ ควงลูกชาย อองรี-อองตอง เผยชีวิตแม่เลี้ยงเดี่ยว อัพเดตอาการป่วยมะเร็ง เคสหายาก 1 ในแสน แถมตรวจเจอโรคแทรกซ้อน ภูมิแพ้กล้ามเนื้อ

นางงาม นักแสดง และคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ ควงลูกชาย น้องอองรี และ น้องอองตอง มาอัพเดตอาการมะเร็งที่เป็นเคสหายาก 1 ใน แสนคน และตอนนี้กำลังรักษาอาการโรคคล้าย SLE แพ้ภูมิกล้ามเนื้อตัวเอง และวันนี้ลูกชายจะเปิดความลับกับคุณแม่ครั้งแรกกลางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มี เบนซ์ พรชิตา และดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

อรอนงค์ ควงลูกชาย อองรี-อองตอง อัพเดตอาการป่วยมะเร็ง

เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูกชายสองหนุ่มยากไหม ? อรอนงค์ : “พี่ว่าสมัยนี้เลี้ยงลูกชายน่าจะง่ายกว่าเลี้ยงลูกสาว อย่างน้อยๆ เวลาไปไหนมาไหนเราไม่ต้องห่วงเขามาก แต่ก็ห่วงนะ แต่มีลิมิตไม่ได้ห่วงเท่าลูกสาว แล้วโชคดีทั้งสองคนติดแม่ เวลาไปไหนมาไหนก็ยังไปกับแม่อยู่ อย่างคนนี้อยู่ปี2 แต่พอกลับมาบ้านก็ยังนอนกับแม่อยู่”

นอนกับแม่เป็นยังไงบ้าง ? อองรี : “มันก็คุ้นเคยนะครับ ก็อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก”

อรอนงค์ : “ก็จะแบบขอกอดหน่อย คุยเล่นกัน พอน้องกอดพี่ก็กอดบ้าง”

พี่อรรีวิวลูกชายสั้นๆ หน่อย ? อรอนงค์ : “คนพี่ค่อนข้างมีเหตุมีผลเวลาคุยอะไรต้องให้เหตุและผลด้วย ส่วนคนน้องคลุกคลีอยู่กับเพื่อนบ้าง เล่นเกมบ้าง แต่เราไม่ห่วงในเรื่องที่เขาจะนอกลู่นอกทาง เพราะเวลาไปไหนมาไหน เขาก็จะบอกเรา ส่วนคนนี้เขาอยู่ปี2 ก็จะห่วงเรื่องเรียน เขาจะเครียดไหม เขาเป็นนักกิจกรรมด้วย เราก็จะห่วงเรื่องการพักผ่อนของเขามากกว่า”

อองตองชอบเล่นกีฬา แต่เรื่องเรียนไม่ค่อยชอบเท่าไหร่? อองตอง : “ก็นิดนึงครับ เรื่องเรียนก็กลางๆ ชอบเล่นกีฬามากกว่า”

แม่มีบ่นไหมให้น้ำหนักไปทางกีฬามากกว่า ? อองตอง : “มีบ่นบ้างครับ พยายามเรียนให้ดีขึ้น”

อรอนงค์ : “พี่เลี้ยงลูกแบบว่าลูกไม่ต้องเรียนได้เกรดดีมาก เรียนไปด้วยสนุกไปด้วย แต่อย่าให้การเรียนถึงขั้นติด 0 ติด ร. คือเรียนให้ได้ตามเกณฑ์ ตั้งใจกับมันแล้วก็สนุกกับการเรียนด้วย อย่างอองรีอยู่มหาลัยมีกิจกรรมด้วยก็ต้องรู้ตัวเองว่าไปได้ไหม”

อรอนงค์ ควงลูกชาย อองรี-อองตอง อัพเดตอาการป่วยมะเร็ง

เวลาแม่บ่นเป็นยังไง ? อองรี : “ไม่ได้เรียกว่าพร่ำบ่น แต่เรียกว่าถามเยอะ แล้วก็ต้องลงดีเทล”

อองตอง : “เหมือนที่พี่พูดเลยครับ”

พี่ชายแอบเม้าธ์ว่าอองตองดื้อเงียบ ไม่ค่อยคุยกับคุณแม่ไม่ค่อยคุยกับพี่ชาย? อองตอง : “จริงบางส่วนแล้วกันครับ บางครั้งแม่กลับมาบ้าน แม่เพิ่งทำงานมา ส่วนใหญ่ผมเล่นเกมอยู่ข้างบน พอผมลงมาผมเห็นแม่นั่งดูซีรีส์ ก็ให้แม่พักผ่อนไป บางครั้งก็อาจจะไปกอดบ้าง”

จริงๆ แล้วแม่อยากได้อะไร ? อรอนงค์ : “อยากให้เรื่องของการเรียน การเล่นเกมให้มันบาลานซ์กันนิดนึง คือเล่นเกมน้อยลงหน่อย ไปอ่านหนังสือตั้งใจเรียน ปีหน้าจะต้องเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ก็ถามว่าจะเรียนอะไรดีลูก ถึงแม้ว่าแม่ไม่ได้บังคับ แต่ลูกก็ต้องมีเส้นทางของตัวเองนะ ก็บอกลูกไว้เสมอ แม่หรือพี่หรือใครไม่สามารถไปช่วยลูกได้ในห้องสอบ มันอยู่ที่ตัวลูกเอง”

ตั้งใจไว้ว่าจะเรียนคณะอะไร ? อองตอง : “พวกการท่องเที่ยว”

น้องรีกำลังเรียนเชฟ ทำไมถึงชื่นชอบการเป็นเชฟ? อองรี : “จริงๆ สนใจเกี่ยวกับเรื่องทำอาหารมาตั้งแต่ ป.4 รู้สึกว่าเรายังอยากทำมันอยู่เรื่อยๆ ก็เลยมองว่าอันนี้มันคือทางของเรา”

ที่น้องเลือกเรียนเชฟ ทราบมาว่าคุณแม่ไม่ค่อยปลื้มสักเท่าไหร่? อรอนงค์ : “ไม่ใช่ไม่ปลื้ม ก็ชอบเหมือนกัน คือคนที่เป็นเชฟต้องมีความอดทนสูง มันเหมือนหมดเวลาไปกับการทำอาหารให้คนอื่นกินหรือเปล่า มันได้อะไรกับตัวเองไหม พอลูกชอบเราก็ไม่ได้ว่าอะไร”

อรอนงค์ ควงลูกชาย อองรี-อองตอง อัพเดตอาการป่วยมะเร็ง

ทราบมาว่าตอนย้ายไปอยู่หอมีสายสืบ เราจะทำอะไรปุ๊บคุณแม่รู้หมด? อองรี : “คนนู้นโทรมาเช็กแล้วไปบอกแม่ คนนี้โทรมาเช็กอีกแล้วก็ไปบอกแม่”

อรอนงค์ : “ใครที่ใกล้ชิด เราก็โทรถาม”

แล้วบ้านนี้โดนสืบไหม? อองตอง : “ยังครับ บางครั้งแม่อาจจะถามเพื่อนบ้างเวลาเพื่อนมาบ้าน ส่วนมากที่ได้ยิน อยู่ที่โรงเรียนอองตองเป็นยังไงบ้าง มีสาวไหม แต่ไม่มีครับ”

จริงๆ แม่อนุญาตไหม? อรอนงค์ : “ก็อนุญาต แต่ก็จะบอกลูกว่าความรักในวัยเรียนมันไม่ได้เป็นความรักที่ยืดยาว มันเป็นเหมือนป๊อปปี้เลิฟ อย่าไปทุ่มเท หรือใส่ใจมากนัก เพราะสิ่งที่เราสนใจคือเรื่องของการเรียน”

พี่อรเปิดกว้างให้ลูกชายมีแฟนได้แบบไม่จำกัดเพศด้วย? อรอนงค์ : “เราไม่ได้ตั้งใจว่าลูกจะเป็น LGBTQ หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่เราไม่รู้ว่าอนาคตมันจะเกิดอะไรขึ้น แต่เราอยากจะเปิดมุมมองให้ลูกได้เห็นว่า ไม่ว่าลูกจะเป็นอะไรก็ตามแต่ ในอนาคตแม่รับได้เสมอ ซึ่งถ้าลูกเป็นผู้ชายมีแฟนเป็นผู้หญิง โอเคปกติ แต่ถ้าในอนาคตเราไม่รู้จริงๆ อยากบอกให้ลูกรู้ว่าแม่รับได้นะ เพราะฉะนั้นเวลามีอะไรเขาจะได้คุยกับเราได้ แม่อย่างเราแค่คอยซัพพอร์ตเขา เขาจะได้ไม่ออกนอกลู่นอกทาง เขาจะได้เห็นเราเป็นเพื่อนในยามที่เขาคิดอะไรไม่ออก ไม่ใช่ว่าลูกต้องเป็นๆ ไม่ใช่นะ เพียงแค่บอกจุดประสงค์วัตถุประสงค์ให้ชัดเจน”

ในมุมของลูก พอได้ยินแบบนี้รู้สึกยังไงบ้าง? อองรี : “จริงๆ คุณแม่พูดโดยรวมในเรื่องของอาชีพ ไลฟ์สไตล์ งานอดิเรกของเรา เราจะใช้เงินฟุ่มเฟือยไปกับอะไรคุณแม่ก็ไม่ว่า แค่ถามเยอะ”

อรอนงค์ : “คนนี้พอให้เงินเดือนก็จะไปซื้อของทำขนม พอยังไม่ถึงสิ้นเดือน คุณแม่ตังค์อองรีหมดแล้ว บางทีก็มีจ่ายตังค์ตัวเองก่อนแล้วมาเบิกเงินเราเพิ่ม ส่วนคนเล็กจะมีพี่ชายคือหลานพี่อรคุยด้วยตลอดเวลา คนนี้จะไปอ้อนหลาน ซึ่งหลานจะใช้บัตรเครดิตพี่อร รูดเสร็จแล้วถึงมาบอกแม่ว่าซื้ออันนี้ให้น้องอองตอง”

อรอนงค์ ควงลูกชาย อองรี-อองตอง อัพเดตอาการป่วยมะเร็ง

ในวันที่พี่อรตรวจพบเชื่อมะเร็งในต่อมไทมัส วันนั้นบอกลูกยังไงบ้าง? อรอนงค์ : “ตอนแรกก่อนที่จะรู้ตัวว่าเป็นมะเร็ง เราไปผ่าตัดต่อมไทมัส ซึ่งเป็นต่อมที่ผลิตการเจริญเติบโตของเราตั้งแต่เกิดมา แต่พอเราอายุเยอะแล้วต่อมนี้จะหยุดทำงาน แต่มันยังควบคุมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเรา แต่พี่อรต่อมไทมัสมันโตถึงขนาดไปเบียดอวัยวะภายใน คือเบียดหัวใจกับปอด มันเลยทำให้เราหายใจไม่ค่อยสะดวก แล้วก็แน่นหน้าอก อันนี้คือสาเหตุที่ทำให้ต้องไปผ่าตัด แล้วไปตรวจ แต่พอเราผ่าตัดต่อมไทมัสออกมาแล้ว คุณหมอก็เอาก้อนชิ้นเนื้อนั้นไปตรวจ ปรากฏว่ามันเป็นเนื้อร้าย

พอวินาทีที่หมอบอกว่ามันเป็นเนื้อร้าย ใจมันหล่นไปที่ตาตุ่มเหมือนกัน หน้าลูก หน้าแม่ หน้าทุกคนในครอบครัวมันลอยมา มันเหมือนหูดับ อึ้งไปแป๊บนึง จากนั้นก็รวบรวมสตินั่งคุยกับคุณหมอจะต้องทำอะไร ยังไงบ้าง เรามีความรู้สึกไม่ได้ เราจะต้องหาย เรายังเป็นกำลังสำคัญของที่บ้านอยู่ เราจะเป็นอะไรไม่ได้ ก็คุยกับคุณหมอเรื่องการรักษา คุณหมอแนะนำ ว่าอันดับแรกเลยคือฉายรังสี ต้องไปพบกับคุณหมออีกหนึ่งท่าน คุณหมอที่รักษามะเร็งเขาจะฟอลโล่อัพอีกครั้งหลังจากที่ฉายรังสีเสร็จแล้ว ก็ไปคุยกับคุณหมอที่ฉายรังสี

อรอนงค์ ควงลูกชาย อองรี-อองตอง อัพเดตอาการป่วยมะเร็ง

ปรากฏว่าต้องฉายรังสีทั้งหมด 30 ครั้ง ภายใน 1 เดือนเศษๆ ซึ่งมันจะมีผลในเรื่องของอ่อนเพลียบ้าง แต่เราดูแลตัวเองก่อนที่จะรู้ว่าต้องผ่าตัด ทานบำรุง ทานอะไรที่เป็นประโยชน์ พอหลังจากที่เราผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว เข้าสู่กระบวนการของการฉายรังสี บริเวณที่เราไปฉายรังสีมันไม่มีความเบิร์น ไม่มีอะไรที่เป็นผลข้างเคียง หรือผมร่วงไม่มี มันก็เลยโชคดีมากๆ เพราะว่าคนที่ไปฉายรังสีในวันเดียวกันทุกวันที่เราเจอ เขาจะผิวคล้ำลง หน้าหมองลง ดูไม่สดใส แต่ช่วงนั้นพี่อรฉายรังสีเสร็จ ตอนบ่ายก็ไปทำงานก็คือทำอะไรปกติเหมือนเดิม แล้วก่อนที่เราจะฉายรังสีหรือทำอะไร เราจะคุยกับลูกว่าเนี่ยคุณแม่ไปรักษาตรงนี้มันไม่น่ากลัวนะ ไม่ต้องห่วงคุณแม่”

พี่อรบอกลูกตั้งแต่วันแรกที่รู้? อรอนงค์ : “ใช่ บอกลูกตั้งแต่วันแรกเลย เราจะได้ไม่ต้องมาปิดหรือมารู้ทีหลัง ก็บอกไปเลยว่าแม่ป่วยเป็นมะเร็ง ถึงแม้จะเป็นข้้นที่2 มันเป็นมะเร็งที่หายาก แต่มันไม่รุนแรงเท่ามะเร็งเต้านมหรือมะเร็งมดลูก ด้วยความที่มันยังไม่เข้าถึงต่อมน้ำเหลือง แต่มันไปเฉียดปอดนิดนึง พอหลังจากที่เราผ่าตัดไปแล้ว ฉายรังสีไปแล้วมันก็ไม่ได้มีเอฟเฟ็กต์อะไร เราก็ฟอลโล่อัพอย่างต่อเนื่อง”

อรอนงค์ ควงลูกชาย อองรี-อองตอง อัพเดตอาการป่วยมะเร็ง

ตอนแม่บอกเราว่าเป็นมะเร็งตกใจไหม? อองตอง : “ตกใจครับ ตอนแรกก็คิดว่าแม่จะเป็นหนักไหม พอแม่บอกว่ามันไม่ได้หนักขนาดนั้น ก็กังวลน้อยลง”

อองรี : “คุณแม่ค่อยๆ บอก ก็ค่อยๆ ฟัง เหมือนช่วงที่ฉายรังสี คุณแม่ไม่ได้บอกทุกคนว่าคุณแม่ไปฉายนะ เราก็เห็นคุณแม่ไปทำงานปกติ เราก็เรียนมหาลัย อยู่ไกล มีโทรเช็กบ้าง แต่อาจจะไม่ได้บ่อยมาก แต่กลับมาเจอคุณแม่ทุกอาทิตย์”

ถ้าเราไม่สัมภาษณ์ เราก็ไม่รู้ว่าพี่อรเป็นมะเร็ง? อรอนงค์ : “ในช่วงที่ฉายรังสีก็ไม่ได้บอกคุณยาย พอฉายรังสีเสร็จแล้ว ผ่านไป 1-2 เดือน ถึงไปทำการเอ็กซเรย์ ทีซีสแกนอีกรอบว่าที่เราฉายรังสีไปแล้วมันเป็นยังไงบ้าง ยังมีเชื้อมะเร็งอยู่ไหม คุณหมอบอกว่าเชื้อมะเร็งตรงที่เราผ่าตัดออกไปมันไม่มีแล้วนะ แต่ก็อย่าวางใจ เพราะว่ามะเร็งมันสามารถกลับมาได้เมื่อเราอ่อนแอหรือเราดูแลตัวเองไม่ดี พักผ่อนไม่เพียงพอ เพราะเชื้อนี้จริงๆ ทุกคนมีอยู่ในร่างกาย แต่มันจะปะทุเมื่อไหร่ อันนั้นทุกคนต้องระวัง พอเราไปทำทีซีสแกนจะรู้ว่ามันมีปัญหาอะไรไหม แต่พอเราทำแล้วมันไม่มีก็บอกคุณยาย ตอนนี้ไปรักษาตัวเอง มันโอเคแล้ว ไม่ได้เป็นอะไรแล้ว

แต่ปรากฏว่ามันมีโรคที่แทรกซ้อนจากการที่เราผ่าตัดมะเร็งต่อมไทมัส ก็คือแพ้ภูมิกล้ามเนื้อตัวเอง มันคล้ายๆ SLE แต่มันยังไม่ได้รุนแรงถึงขั้นนั้น แล้วโชคดีที่เจอเร็ว ทำไมถึงตรวจเจอเร็วก็เอาค่าเลือดที่เราไปตรวจ เวลาเราไปหาคุณหมอ คุณหมอจะสั่งตรวจเลือดทุกครั้งแล้วปรากฏว่าค่าของที่เป็นแพ้ภูมิกล้ามเนื้อ มันมีมาให้คุณหมอได้เห็น 3-4 ตัว ที่เป็นแพ้ภูมิกล้ามเนื้อแล้วมีแฝงไทรอยด์ ที่เป็นแบบระบบร่างกายเผาผลาญไม่ดีก็จะมีมาด้วย ต่อมไทมัสเราไม่มีภูมิเหมือนกัน”

แล้วอาการภูมิแพ้กล้ามเนื้อมันจะส่งผลอะไรบ้าง? อรอนงค์ : “ตอนนี้เราทานยาควบคุมอยู่ก็เลยไม่ส่งผลอะไร แต่ถ้าวันใดที่เราหยุดทานยาแล้วมันเป็นเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่มันทำลายเลยคือกล้ามเนื้อหัวใจ กล้ามเนื้อปอด พี่ยังโชคดีที่เจอในระยะเริ่มต้น เริ่มทานยาโดสยังไม่เยอะมาก แต่ก็ต้องทานยาควบคุม เพราะคุณหมอบอกว่ามันเหมือนระเบิดเวลา ถ้าเราไม่ดูแลตัวเองหรือไม่ทานยา มันอาจจะปะทุขึ้นมาตอนไหนก็ได้ ตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนการรักษาและฟอลโล่อัพอย่างต่อเนื่อง”

ลูกๆ ให้กำลังใจยังไง? อองรี : “หาเวลากลับบ้านทุกอาทิตย์ แล้วก็หาเวลาไปกินข้าวกับคุณแม่ เป็นห่วงคุณแม่ครับ จริงๆ หลายอย่างคุณแม่ก็ยังไม่ได้บอก เรื่องรายละเอียด ยาแต่ละตัว”

อองตอง : “เป็นห่วงครับ เวลาไปเรียนกลับมาบ้าน เจอแม่ก็มากอด มาหอมแม่ ก็บอกว่าเดี๋ยวแม่ก็หาย สู้ๆ”

อรอนงค์ : “โชคดีอย่างนึงเราเลี้ยงลูกสมัยใหม่ กอดเราหอมเราเป็นเรื่องปกติแล้วบอกรักกันทุกวัน”

อรอนงค์ ควงลูกชาย อองรี-อองตอง อัพเดตอาการป่วยมะเร็ง

พี่อรโดนโกงไปหลายแสนเลย? อรอนงค์ : “ไม่ถึงกับโดนโกง เป็นความที่เราไว้ใจด้วย จากที่เราทำร้านเสื้อก็ทำมานานแล้ว เหมือนเป็นอาชีพหลักให้กับเรา เพราะถ้าเราไม่มีงานในวงการ มันก็ต้องมีอาชีพหลักที่เราสามารถพึ่งพามันได้ ทำตั้งแต่ก่อนโควิด มันขายได้ในระดับนึง ก็คิดว่าน่าจะเลี้ยงตัวเองได้ พอมาหลังๆ มันไม่ประสบความสำเร็จ มันขาดทุน เราเริ่มรู้แล้วว่ามันขาดทุน มันขายไม่ดี แล้วพอรู้ว่าตัวเองไม่สบายด้วย ไหนๆ มันไปไม่ค่อยได้แล้ว น่าจะปิดร้านดีกว่า แต่พอไปๆ มาๆ มันมีอะไรหลายอย่างที่ทำให้เราเสียความรู้สึกกับการที่เราต้องปิดร้านไปด้วย เสียดายร้าน”

แต่ไม่ได้โดนโกง? อรอนงค์ : “ไม่ได้โดนโกง”

โดนเอาเปรียบไหม? อรอนงค์ : “มันเป็นการเผลอเรอของเราเอง แล้วเราไม่ได้เข้าไปดูร้าน การบริหารจัดการเราก็ไม่เต็มที่ด้วย”

ร้านติ่มซำด้วยไหม? อรอนงค์ : “มันเป็นผลพวงจากที่เราทำร้านเสื้อ ช่วงโควิดมันขายเสื้อไม่ได้ก็เลยคิดว่าร้านอาหารมันน่าจะไปได้ดี แต่ปรากฏว่าร้านติ่มซำมีหุ้นกัน ขายไปสัก 2 ปีเศษๆ มันก็ขาดทุนไม่ได้กำไร ซึ่งจริงๆ มันควรจะได้ แต่มันไม่ได้ ก็เลยตัดสินใจกับหุ้นว่าเราปิดดีกว่า พอปิดไปแล้ว เราถึงมารู้ว่ามันมีอะไรไม่โปร่งใส ก็ถือว่าเป็นการซื้อประสบการณ์ ซื้อความไว้วางใจของคนไปดีกว่า”

อรอนงค์ ควงลูกชาย อองรี-อองตอง อัพเดตอาการป่วยมะเร็ง

ความลับของลูกที่ไม่เคยเปิดที่ไหน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทริปต่างประเทศ? อองรี : “เป็นโมเมนต์สั้นๆ ตอนนั้นเรากำลังไปร้านขายเสื้อแล้วก็มีของฝาก คุณแม่ก็บอกว่าซื้ออันนี้ไปฝากคุณพ่อด้วยสิ เราแอบดีใจ ถึงแม้ว่าคุณแม่จะไม่ได้อยู่กับคุณพ่อแล้ว แต่ยังเป็นห่วง ก็บอกให้อองรีเอาไปฝากคุณพ่อ”

อรอนงค์ : “จะบอกลูกเสมอว่าถึงแม้พ่อแม่จะแยกทางกัน แต่ว่าความรักที่พ่อแม่เคยมีกันก่อนที่จะมีลูก มันเป็นอะไรที่จางหายไปไม่ได้หรอก เพราะความสัมพันธ์หรือสายใยมันไม่ได้ตัดขาด มันเป็นความรู้สึกและความผูกพัน เพราะฉะนั้นอย่างลูกกับพ่อก็ต้องมีความผูกพันมากกว่าเราด้วยซ้ำ เพราะอันนี้คือสายเลือด เวลาไปไหน เราก็บอกลูกว่าอย่างน้อยพ่อของลูกมีความรักมาให้แม่ตั้ง20 ปีก่อนที่จะเลิกรากันไป เพราะฉะนั้นเราก็คิดถึงโมเมนต์ที่ผ่านมาในช่วงเวลาที่มีความรักมันจะทำให้เรามีความสุขกับชีวิตบั้นปลาย ถึงแม้ไม่มีเขา แต่เราก็มีความสุขที่อย่างน้อยๆ เขายังมีลูกที่น่ารักให้กับเรา”

อรอนงค์ ควงลูกชาย อองรี-อองตอง อัพเดตอาการป่วยมะเร็ง

ตอนนี้สถานะหัวใจเป็นยังไงบ้าง? อรอนงค์ : “คือว่าไม่ได้ปิด แต่ก็ไม่ได้เปิดมาก”

ตอนนี้มีคนคุยไหม? อรอนงค์ : “ก็มีค่ะ”

ลูกๆ ทราบไหม? อองรี : “ไม่ทราบครับ”

อรอนงค์ : “ด้วยความที่เราเคยผิดพลาดมาแล้ว เราก็อยากให้มันชัวร์ๆ กันว่าเขาโอเคกับเราจริงไหม จะบอกลูก ถ้าไม่มั่นใจหรือไม่ชัวร์ก็ไม่อยากบอกลูก เพราะว่าถ้าเรามีแล้วเลิก ลูกจะมีความรู้สึกว่าทำไมแม่คบคนเยอะจัง ก็รอให้ชัวร์ คนนี้ใช่ ค่อยบอกลูก”

ถ้าคุณแม่จะมีความรักอีกครั้งลูกๆ จะโอเคไหม? อองตอง : “ผมโอเคครับ”

อองรี : “ถ้าแม่เลือกแล้ว แม่บอกเราแล้ว แม่น่าจะสกรีนมาเยอะ”.

https://www.youtube.com/watch?v=Pgqay2HXimg

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อรอนงค์ ควงลูกชาย อองรี-อองตอง เผยชีวิตแม่เลี้ยงเดี่ยว อัพเดตอาการป่วยมะเร็ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...