โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘คูโบต้า’ การตลาดยุค3 จากควายเหล็กสู่โดรนเกษตร พลิกโฉมอุตฯเกษตรไทย ดึงหน้าใหม่เข้าระบบ

The Better

อัพเดต 25 ก.ย 2567 เวลา 07.15 น. • เผยแพร่ 25 ก.ย 2567 เวลา 04.48 น. • THE BETTER
สยามคูโบต้า กับแผนการตลาดยุคที่ 3 รับเทรนด์เกษตรกรไทยเจนฯY-Z เข้าสู่ 'สมาร์ท ฟาร์มมิ่ง' หนุนตลาดโดรนการเกษตรพุ่ง 2.8 หมื่นล้านบาท

พิษณุ มิลินทานุช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไป สายงานขาย การตลาดและบริการ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและทำตลาดเครื่องจักรเพื่อการเกษตร กล่าวว่า คูโบต้า (Kubota) เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเป็นระยะเวลาร่วม 46 ปี ปัจจุบันได้เข้าสู่การทำตลาดในยุคที่ 3 เพื่อรองรับเกษตรกรรมอัจฉริยะ (Smart Farming) ของไทย พร้อมดึงเกษตรกรคนรุ่นใหม่เจนเนอเรชั่นวาย (Y) และ ซี (Z) ของไทยให้เข้าสู่อุตสาหกรรมการเกษตรเพิ่มขึ้น

“คูโบต้าในยุคแรกที่เข้ามาในไทย จะเป็นการทำตลาดด้วยสินค้าเครื่องจักรด้วยรถไถหรือที่เรียกกันว่าควายเหล็ก ถัดมาในยุคที่2 จะเป็นรถแทร็คเตอร์ และจากการเข้ามาของเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตทุกสิ่งหรือ ไอโอที ในปัจจุบันจะเป็นยุคที่3 ด้วยการใช้โดรนเพื่อการเกษตร” พิษณุ กล่าว

พร้อมเสริมว่าการทำการเกษตรยุคใหม่ เริ่มใช้เครื่องมืออุปกรณ์และเทคโนโลยีมาลดต้นทุนเวลาและช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและให้ความปลอดภัยมากขึ้น และกลายเป็นอีกหนึ่งธุรกิจบริการใหม่ในกลุ่มเกษตรกรคนรุ่นใหม่เริ่มหันมาใช้โดรนเพื่อการเกษตรในสวน/แปลงเกษตร ประเภทต่างๆ ในปัจจุบัน

“โดรนเพื่อการเกษตรจะแบกรับน้ำหนักได้ไม่ต่ำกว่า 50 กิโลกรัม ซึ่งการบังคับบินโดรนแต่ละครั้งมีอัตราเฉลี่ยบริการอยู่ที่ไร่ละ 50 บาทหากนำไปให้บริการครอบคลุมได้ 60-100 ไร่ จะได้รับค่าตอบแทนในระดับน่าพอใจ ที่ต่างจากในอดีตหากใช้แรงงานคนเพื่อแบกกระเป๋าฉีดยาฆ่าแมลง หรือ หว่านเมล็ดพันธุ์พืช จะต้องใช้ไม่ต่ำกว่า15-16 คนต่อครั้ง คิดค่าแรงไม่ต่ำกว่า 500บาทต่อคน” พิษณุ เสริม

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญในการทำตลาดเครื่องจักรเพื่อการเกษตรในกลุ่มอื่นๆ อาทิ รถแทรกเตอร์และรถเกี่ยวนวดข้าว โดยนำกลยุทธ์การตลาดผ่านดนตรี (Music Marketing) ใช้เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการสื่อสารพร้อมสร้างการจดจำแก่กลุ่มเป้าหมายเกษตรกรไทยคนรุ่นใหม่ด้วย

“แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์บริษัทฯ ในการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนร่วมกับเกษตรกรชาวไทย หลังพบช่วงหลังโควิดที่ผ่านมาพื้นที่เกษตรกรรมของไทยหลายแห่งถูกปล่อยรกร้างจำนวนมาก ปัจจัยหนึ่งที่อาจส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรของไทยลดลงและนำไปสู่ราคาสินค้าเกษตรที่สูงขึ้นตามดีมานด์และซัพพลาย ที่สุดท้ายหากเกษตรกรไทยลดน้อยลงย่อมส่งผลต่อธุรกิจบริษัทเช่นกัน” พิษณุ กล่าวพร้อมเสริมว่า

โดยในปีนี้ บริษัทฯได้ทำแคมเปญ "No Farmer, No Us : ไม่มีเขา ไม่มีเรา" มุ่งเน้นให้ทุกคนตระหนักถึงคุณค่าของเกษตรกร ผู้เป็นแรงสำคัญเบื้องหลังการผลิตอาหารที่ปลอดภัย และเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดเกษตรกรรุ่นใหม่ เสริมสร้างความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรและความยั่งยืนด้านอาหาร

นอกจากนี้ ยังมีแคมเปญ Turn waste to Agri-Wear โดยร่วมมือกับ GREYHOUND ORIGINAL ต่อยอด ‘ฟางข้าว’ เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร จุดประกายการ Upcycling เศษวัสดุเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์กลายเป็นเครื่องแต่งกายสไตล์สตรีทแฟชั่น เพื่อลดผลกระทบจากการเผา พร้อมสนับสนุนงานวิจัยและงานฝีมือช่างทอผ้าไทย และทำให้แบรนด์คูโบต้าเข้าถึงกลุ่มคนเมืองและคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น

โดยในปลายปี2567 บริษัทฯ ยังเตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายภายใต้แคมเปญ ‘คันที่ใช่ พร้อมลุยทั่วไทย’ ตลอด 8 จุดทั่วไทย ระหว่างเดือนกันยายน – พฤศจิกายนนี้ โดยนำเสนอเครื่องจักรกลการเกษตรที่ตอบโจทย์การเป็น ‘คันที่ใช่’ ด้วยนวัตกรรมแทรกเตอร์ไฟฟ้าและแทรกเตอร์ไร้คนขับที่นำมาให้ชมและทดลองขับ พร้อมไฮไลท์สำคัญของงาน คือ การแข่งขันแทรกเตอร์เพื่อหาผู้ชนะเข้าชิง คูโบต้าพันธุ์แกร่งปีที่ 2 รอบอาเซียนในต้นปีหน้า ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ผ่านการนำเสนอ ‘กีฬาของเกษตรกรไทย’ ในรูปแบบสปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง ด้วย

พร้อมเสริมว่า “ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ภาคการเกษตรยังคงมีความท้าทายอย่างต่อเนื่องจากปัญหาภัยแล้งที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิต ทว่ายังได้รับปัจจัยบวกจากราคาผลผลิตที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาดด้านการส่งออก โดยเฉพาะตลาดข้าวและอ้อยที่มีราคาเพิ่มขึ้น ทำให้เกษตรกรมีกำลังในการซื้อ สร้างแรงหนุนให้ยอดขายสินค้าในกลุ่มรถเกี่ยวนวดข้าว รถขุดขนาดเล็ก และโดรนการเกษตร” พิษณุ กล่าว

โดยในช่วงสามไตรมาสที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรในทุกกลุ่มสินค้า และเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งครองใจเกษตรกรไทย ด้วยยอดขายสินค้าในประเทศเพิ่มขึ้น 13% โดยกลุ่มสินค้าเครื่องยนต์ ถึงในปัจจุบันมียอดขายเครื่องยนต์คูโบต้า 3.5 ล้านเครื่อง

จากแนวทางการทำตลาดดังกล่าว เพื่อต่อยอดไปสู่การเพิ่มเกษตรกรหน้าใหม่ (ช่วงอายุ 20-43 ปี) ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนสูงถึง 65% ของฐานลูกค้าเดิมจำนวน 57,000 รายทั่วประเทศที่ประกอบอาชีพกสิกรรม/การเกษตร

โดยในปี 2567 บริษัทฯ คาดว่าจะมีรายได้ราว 6 หมื่นล้านบาท เป็นการเติบโตขึ้นอีก 2-3% จากในช่วง 8 เดือนแรกที่ผ่านมา มีรายได้ราว 2.9 หมื่นล้านบาท จากการทำตลาดทั้งในและการส่งออกสินค้าในตลาดสำคัญกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และ เวียดนาม) และตลาดในประเทศยุโรป

ปัจจุบันไทยเป็นฐานการผลิตเครื่องจักรเพื่อการเกษตรรถแทร็คเตอร์คูโบต้า ประเทศญี่ปุ่น โดยในปี 2566 ที่ผ่านมามีรายได้ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ตลาดโดรนเพื่อการเกษตรในไทย คาดปัจจุบันมีมูลค่าเชิงปริมาณ (Volume Market) ไม่ต่ำกว่า 7,000 ลำ หรือ คิดเป็นมูลค่า (Value Market)ไม่ต่ำกว่า 2.8 หมื่นล้านบาท (คำนวณอัตราเฉลี่ยราคา 4 แสนบาทต่อยูนิต) โดยปัจจุบันบริษัทฯ ครองอันดับ1 สัดส่วน 37% ในตลาดโดรนเพื่อการเกษตร พร้อมวางเป้าหมายมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น10% จากเดิมสัดส่วน 4% ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใช้งานโดรนฯ ในปีนี้

น้ำท่วมอ่วมกำลังซื้อฐานราก

พิษณุ กล่าวต่อถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อลูกค้าของสยามคูโบต้าโดยตรง ล่าสุดได้ร่วมกับผู้แทนจำหน่ายในพื้นที่เข้าช่วยเหลือประชาชนใน 5 จังหวัดภาคเหนือ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน และ สโขทัย พร้อมวางมาตรการให้ความช่วยเหลือซ่อมแซมเครื่องจักรกลการเกษตรที่เสียหายให้แก่เกษตรกร อาทิ สนับสนุนดอกเบี้ย 0% 3 เดือน ผ่านสินเชื่ออเนกประสงค์และ SKL Card สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ (สามารถตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด โทร 1317 หรือสาขาใกล้บ้านท่าน)

นอกจากนี้ยังมอบส่วนลดอะไหล่สูงสุด 50% สำหรับเครื่องจักรกลการเกษตรที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม รวมถึงตั้งจุดบริการซ่อมพิเศษ (Mobile Service)เพื่อฟื้นฟูเครื่องจักรกลการเกษตรของลูกค้าในพื้นที่ประสบอุทกภัย

“แนวทางดังกล่าวเพื่อสนับสนุนและฟื้นฟูกลุ่มเกษตรกรของไทยให้มีกำลังและความพร้อมได้อย่างเต็มที่ก่อนกลับมาสู่ภาคอุตสาหกรรมการเกษตรในรอบเพาะปลูกใหม่ได้แข็งแรงขึ้น” พิษณุ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...