โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘พรรคประชาชน’ ยอมถอย! แก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ปมจริยธรรมนักการเมือง

The Bangkok Insight

อัพเดต 26 ก.ย 2567 เวลา 05.24 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2567 เวลา 05.22 น. • The Bangkok Insight

"พรรคประชาชน" ยอมถอย! แก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ปมจริยธรรมนักการเมือง ‘ไอติม’ มึน 2-3 สัปดาห์ที่แล้ว บางพรรคยังเห็นด้วย

วันนี้ (26 ก.ย.67) ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน แถลงข่าวถึงการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ที่พรรคประชาชนเสนอ โดยใช้เวลาแถลงและสัมภาษณ์นานกว่า 40 นาที ว่า เส้นทางการจัดทำรัฐธรรมนูญมี 2 เส้น เส้นแรกคือจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับโดย สสร. และเส้นทางที่ 2 ที่ต้องทำคู่ขนาน คือการแก้รายมาตรา เพราะกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ต้องใช้เวลานาน และอาจจะไม่แล้วเสร็จทันตามที่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ หรือแล้วเสร็จก่อนการเลือกตั้งครั้งถัดไป พรรคประชาชน จำเป็นต้องแก้รายมาตราในหลายเรื่อง

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่ว่านี้ แบ่งเป็น 7 แพ็คเกจ ได้แก่ แพ็คเกจ A คือ ลบล้างผลพวงรัฐประหาร ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและแผนการปฏิรูปประเทศของ คสช. เนื่องจากขาดความชอบธรรมในประชาธิปไตย เสี่ยงถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยมีสาระสำคัญคือทลายเกราะคุ้มกันคำสั่ง ประกาศของ คสช.มาตรา 279 ซึ่งเป็นการเติมพลังด้านการทำรัฐประหาร เพิ่มความรับผิดชอบสถาบันทางการเมือง เพื่อไม่ก่อให้เกิดการทำรัฐประหาร

แพ็คเกจ B คือ การตีกรอบอำนาจศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ตนมี 2 ประเด็น คือ ยุติการผูกขาดอำนาจเรื่องมาตรฐานจริยธรรมไว้กับศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ที่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม เพิ่มความเสี่ยงใช้อำนาจตามอำเภอใจ และเพิ่มความเสี่ยงในการใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้ง ดังนั้น องค์กรต่างๆ ควรจะมีระเบียบการตรวจสอบเรื่องจริยธรรมของตนเอง เพื่อยุติการผูกขาดอำนาจ และปลดล็อกพรรคการเมืองให้ยึดโยงกับประชาชน ซึ่งเป็นการแก้ไขใน พร.ป.พรรคการเมือง

"ตัวอย่างที่สำคัญคือกรณีการตั้งคณะรัฐมนตรี ซึ่งตอกย้ำว่าสังคมมองว่าอาจมีการบังคับใช้มาตรฐานจริยธรรมอย่างไม่เป็นธรรม เช่น กรณีอดีตรัฐมนตรีคนหนึ่ง ที่วันนี้นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตรไม่กล้าแต่งตั้ง เพราะกลัวขัดจริยธรรม แต่รัฐมนตรีคนเดียวกันนี้ อดีตนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับแต่งตั้งได้ โดยไม่ลังเลและไม่นำไปสู่ปัญหาใดๆ"นายพริษฐ์กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า แพ็คเกจ C คือ เพิ่มกลไกการตรวจสอบการทุจริต ป้องกันการฮั้วกันระหว่างรัฐบาลกับ ป.ป.ช. เพิ่มอำนาจประชาชนโดยตรงในการร้องเรียนนักการเมือง เพิ่มมาตราเข้าไป เพื่อให้ประชาชนรวบรวมชื่อ 20,000 รายชื่อ เพื่อเป็นเรื่องด่วนให้ ป.ป.ช.พิจารณาภายใน180 วัน เปิดเผยข้อมูลรัฐ และคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส

แพ็คเกจ D คือ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ขยายสิทธิเรียนฟรี 15 ปี ยกระดับสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม ยกระดับคุ้มครองความเสมอภาคทางเพศ บุคคลทุกคนไม่ว่าเพศใดมีสิทธิเท่าเทียมกัน สิทธิ์ในการกระบวนการยุติธรรมเสรีภาพในการแสดงออก และเงื่อนไขจำกัดสิทธิเสรีภาพ

แพ็คเกจ E คือ การปฏิรูปกองทัพ ยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหารในยามปกติและมีได้เฉพาะมีความเสี่ยงภัยสงคราม กำหนดขอบเขตอำนาจศาลทหาร

แพ็คเกจ F คือ ยกระดับประสิทธิภาพของรัฐสภา ยกระดับกลไกกำหนดการมีอำนาจออกคำสั่งเรียก เพื่อขอเอกสารและบุคคลภายนอกเข้ามาชี้แจง ปรับนิยามฝ่ายค้าน ที่ประธานสภาฯ หรือรองประธานสภาฯ จะมาจากพรรคการเมืองฝ่ายค้าน เพิ่มอำนาจสภาในการพิจารณาร่างการเงิน

และแพ็คเกจ G คือ การปรับเกณฑ์เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ กำหนดให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญกระทำได้หากได้รับเสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา และ 2 ใน 3 ของสภาผู้แทนราษฎร โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากเสียง 1 ใน 3 ของวุฒิสภาเป็นเงื่อนไขเฉพาะ รวมถึงกำหนดให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องมีการทำประชามติก็ต่อเมื่อเป็นการแก้ไขเกี่ยวกับเกณฑ์เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการแก้ไขเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เท่านั้น

นายพริษฐ์ ยังกล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องมาตรฐานจริยธรรม ที่มีข้อถกเถียงกันอยู่ขนาดนี้ หลายพรรคก็ยอมรับอย่างตรงกันว่าเป็นปัญหา ของทางพรรคเพื่อไทยเราก็เคยเห็น ส่วนที่นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาล เคยระบุว่าฝั่งรัฐบาลเสนอเรื่องนี้เพียงเพื่อนำเข้ามาเพื่อประกบกับพรรคประชาชนเท่านั้น โดยเป็นเรื่องปกติที่ต้องประกบกับพรรคฝ่ายค้านที่ได้มีการเสนอเข้าไปก่อน เรื่องนี้ตนมองว่าไม่ได้เป็นตามข้อเท็จจริง เพราะมีกฎหมายหลายฉบับที่เสนอเข้าไปแต่รัฐบาลก็ไม่เห็นจะเสนอเข้ามาประกบเลย

ดังนั้น ยืนยันว่าที่พรรคเพื่อไทยออกมาพูดเรื่องมาตรฐานจริยธรรม ไม่ใช่เพียงเพราะออกมาประกบร่างของพรรคประชาชน แต่เพราะพรรคเพื่อไทยเคยพูดบอกมาแล้วว่าเรื่องนี้มีปัญหาจริงๆ ทั้งนี้ ยังมีบางพรรคบางคนก็มีการพูดถึงปัญหาเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่พรรคประชาชนที่เองที่เห็นปัญหา

แต่เมื่อวันนี้มีความชัดเจนระดับหนึ่งว่ายังไม่พร้อมจะหันหน้าเข้ามาพูดคุยกัน และเดินหน้าหาทางออกต่อปัญหาดังกล่าว เมื่อเป็นเช่นนี้ ทางพรรคประชาชนจึงมองว่าพรรคประชาชนยังจำเป็นที่จะต้องอธิบายแถลงข่าวสื่อสารกับประชาชนและสังคม ว่าทำไมถึงยังมีความจำเป็นที่จะต้องยุติการผูกขาดอำนาจเรื่องมาตรฐานจริยธรรมไว้กับศาลรัฐธรรมนูญในองค์กรอิสระ ตนยืนยันว่าเป็นการเสนอเพื่อปรับปรุงระบบการเมืองดีขึ้น ไม่ได้เสนอเพื่อผลประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่ก็ไม่อยากให้เรื่องดังกล่าวเป็นเงื่อนไขหรือข้ออ้างที่ทำให้พรรคการเมืองอื่นไม่เดินหน้าในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราในประเด็นอื่น

“ดังนั้น เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตราเดินหน้าต่อ พรรคประชาชน จึงขอพักการผลักดันร่างรัฐธรรมนูญเรื่องมาตรฐานจริยธรรมไว้ก่อน จนกว่าจะทำงานเชิงความคิดกับพรรคร่วมรัฐบาลได้มากขึ้น แต่ยืนยันว่าจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ และแก้มาตราในประเด็นอื่นๆ และหวังว่าพรรคอื่นๆจะไม่นำการแก้ไขรายมาตราในเรื่องจริยธรรมมาเป็นข้ออ้าง เอามาเป็นเงื่อนไขที่จะไม่มองเห็นความจำเป็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราอีกหลายประเด็น ที่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราควบคู่ไปกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” นายพริษฐ์ กล่าว

"ยิ่งวันนี้ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีความเสี่ยงว่าจะเสร็จไม่ทันเลือกตั้งครั้งถัดไป พรรคการเมืองทุกพรรคควรเห็นความจำเป็นมากขึ้นในการร่วมมือกันเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เพื่อให้เรามีรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมในช่วงเปลี่ยนผ่าน จากวันนี้ถึงวันที่เรามีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เรามีความชอบธรรมทางประชาธิปไตยมากขึ้นและระบบการเมืองที่มีเสถียรภาพมากขึ้น นี่คือจุดยืนของพรรคประชาชน" นายพริษฐ์ ระบุ

จากนั้นได้มีการเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสอบถาม นายพริษฐ์ ได้กล่าวย้ำอีกรอบว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่หากไม่ทันการเลือกตั้งครั้งต่อไป ทุกพรรคการเมืองควรเห็นความจำเป็นในการร่วมมือในการแก้ไขรายมาตรา ก่อนจะมีฉบับใหม่ที่ชอบธรรม เพื่อทำให้ระบบการเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้นและ7 แพ็กเกจ ไม่จำเป็นต้องทำประชามติทุกเรื่อง ยืนยันว่าไม่มีแพ็คเกจไหนที่ไม่เคยเกิดขึ้นในสังคมไทย และจากนี้ไปต้องพูดคุยทำความเข้าใจกัน

เมื่อถามว่ายังมีพรรคร่วมรัฐบาลมองว่ากลไกศาลและองค์กรอิสระควรมีเพื่อเป็นการสร้างความสมดุล นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนยืนยันไปแล้วว่าเรามองเรื่องมาตรฐานจริยธรรมอย่างไร แต่ขอขีดเส้นใต้ 100 ครั้ง เราไม่ได้บอกว่านักการเมืองไม่ควรถูกตรวจสอบ การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่ตนเสนอนี้ เพิ่มกลไกการตรวจสอบให้เข้มข้นขึ้นด้วยซ้ำ แต่เราแค่มองว่าการให้องค์กรไม่กี่องค์กรที่มีที่มาแล้วประชาชนตั้งข้อสงสัยเพียงไม่กี่องค์กรมานิยามว่าอะไรคือจริยธรรม ตรงนี้คือสิ่งอันตราย อาจมีการใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจและกลั่นแกล้งกันทางการเมือง แม้ตอนนี้พรรคอื่นจะไม่พูดปัญหานี้แล้ว แต่เมื่อ 2-3 สัปดาห์ก็ยังเห็นพูดกันอยู่

ส่วนจำเป็นต้องพูดคุยกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า คงต้องพูดคุยทุกแพ็คเกจ เราคาดหวังว่าอยากให้การผลักดันประสบความสำเร็จ ส่วนจะไม่ถูกมองว่าสุดโต่งใช่หรือไม่ ตนยืนยันว่าไม่มีร่างไหนที่สุดโต่ง ถ้ามองย้อนไปรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ก็ใกล้เคียงกับของที่พรรคประชาชนเสนอ

นายพริษฐ์ ยังอยากให้รัฐบาลชี้แจงโรดแมป ให้ชัดว่าการเดินหน้าจัดทำประชามติ 3 ครั้ง วางกรอบเวลาไว้อย่างไร ส่วนถ้าแก้ไม่ทันกับเลือกตั้งครั้งหน้าจะเกิดปัญหาอย่างไรนั้น นายพริษฐ์ ยืนยันว่า การแก้ไขรายมาตราอาจจะไม่สามารถแก้ได้ทุกแพ็คเกจ เพราะเป็นเรื่องยาก คงต้องรอทำฉบับใหม่แต่ระหว่างทาง หากทำอะไรได้ ก็ควรทำ

ทั้งนี้ ถ้ารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญตามนโยบาย ได้จะต้องรับผิดชอบอย่างไร นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ประชาชนจะตัดสิน ไม่ใช่เพียงแค่รัฐธรรมนูญ รวมทุกๆ เรื่องที่รัฐบาลประกาศไว้สัญญาไว้ ตามนโยบายที่ถือเป็นสัญญาประชาคม ถ้ารัฐบาลไม่สามารถรักษาสัญญาได้ ประชาชนก็จะสะท้อนผ่านการเลือกตั้งครั้งหน้า

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...