โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

AGE ปรับโครงสร้างเป็นโฮลดิ้ง ดัน “เอเชีย ไบโอแมส” เรือธงพลังงานสะอาด รุกธุรกิจใหม่ ดีลเลอร์ขายรถอีวี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 ต.ค. 2567 เวลา 09.28 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2567 เวลา 02.28 น.

AGE เปิดแผนหลังปรับโครงสร้างเป็นโฮลดิ้ง มี 4 แกนธุรกิจ ขายถ่านหิน สมาร์ทโลจิสติกส์ พลังงานสะอาด และธุรกิจการลงทุนใหม่ ชู "เอเชีย ไบโอแมส" เป็นเรือธงด้านพลังงานยั่งยืนของกลุ่ม ดัน"เอจีอี เทอร์มินัล" ธุรกิจโลจิสติกส์ เข้าตลาดหุ้น รุกธุรกิจใหม่ ดีลเลอร์ขายรถอีวี

นายพนม ควรสถาพร กรรมการผู้จัดการ บมจ.เอเชีย กรีน เอนเนอจี (AGE) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมปรับโครงสร้างครั้งใหญ่สู่การเป็นบริษัทเพื่อการลงทุน (โฮลดิ้ง) ต่อยอดธุรกิจพลังงานยั่งยืน (Sustainable Energy) ด้วยการจัดกลุ่มเป็น 4 ธุรกิจหลัก ประกอบด้วย

  • ธุรกิจขายถ่านหิน
  • ธุรกิจสมาร์ทโลจิสติกส์
  • ธุรกิจพลังงานสะอาด
  • ธุรกิจการลงทุนใหม่ (Diversified Investments )

ภายหลังการปรับโครงสร้างเสร็จแล้ว บมจ.เอเชีย ไบโอแมส (ABM) จะเป็นธุรกิจเรือธงด้านพลังงานยั่งยืนของกลุ่มบริษัท

หลังจากปรับโครงสร้างธุรกิจในกลุ่มแล้ว AGE จะพิจารณาศักยภาพของแต่ละบริษัทเพื่อวางแผนขยายธุรกิจในอนาคต ล่าสุดได้แต่งตั้ง บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อนำบริษัท เอจีอี เทอร์มินัล จำกัด

ปัจจุบันมีทั้งบริการขนส่งทางน้ำ ทางบก ท่าเรือ และคลังสินค้า เเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) คาดว่าได้เห็นปี 2569 ปัจจุบันบริษัทดังกล่าวมีทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท เงินที่ได้จากการระดมทุนจะใช้ในการขยายธุรกิจด้านการขนส่งและโลจิสติกส์

"เอจีอี เทอร์มินัล มีท่าเรือ 2 แห่ง ในจังหวัดอยุธยา มีคลังสินค้า และบริการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุก เราเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจโลจิสติกส์เพื่อรองรับการเติบโตของกลุ่มบริษัทบนที่ดิน 300 ไร่ ที่สามารถขยายพื้นที่โดยรอบเพิ่มได้อีก โดยมองแนวทางการตั้งโรงงานเชื้อเพลิงชีวมวลของ ABM และโรงงานผลิตเชื้อเพลิง RDF จากขยะเพิ่มเติม รวมทั้งขยายบริการโลจิสติกส์ให้กับธุรกิจนอกกลุ่มอีกด้วย"

นายพนม กล่าวถึง แนวโน้มประกอบการของ AGE ว่า เริ่มปรับตัวดีขึ้นจากจุดต่ำสุดที่ได้รับผลกระทบจากการขาดทุนสต็อกถ่านหิน แม้ว่าจากต้นปี 2567 จนถึงปัจจุบันจะขาดทุนประมาณ 300 ล้านบาท คาดว่าปี 2568 จะพลิกฟื้นกลับมามีกำไร 250-300 ล้านบาท และปี 2569 คาดว่าเติบโตก้าวกระโดด

โดยบริษัทมีเป้าหมายผลักดันมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ขึ้นไปสู่ระดับ 3,000 ล้านบาท หากสามารถทำกำไรได้ในระดับ 400 ล้านบาท (ราคาหุ้น AGE วันที่ 29 ต.ค. ปิดที่ 1.34 บาท มาร์เก็ตแคป 1,603 ล้านบาท)

นางสาวปณิตา ควรสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ AGE กล่าวว่า ล่าสุดที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นมีมติให้บริษัทฯ ซื้อหุ้นเพิ่มทุน ABM จำนวน 292.11 ล้านหุ้น ที่ราคา 1.30 บาทต่อหุ้น พร้อมทั้งทำคำเสนอซื้อ (เทนเดอร์ ออฟเฟอร์) จากผู้ถือหุ้นของ ABM และยังคงสถานะABM เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

สำหรับการซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ ABM ในครั้งนี้ AGE จะใช้วิธีแลกหุ้น (Share Swap) กับหุ้นของบมจ. คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ (QTC) จำนวน 81.86 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 24 % ของจำนวนหุ้นที่เรียกชำระแล้ว และหุ้นสามัญในบริษัท กรีน อาร์ดีเอฟ จำกัด (GRDF) จำนวน 335,497 หุ้น หรือคิดเป็น 100 % ของทุนจดทะเบียน คาดว่าการแลกหุ้น และการทำเทนเดอร์ฯ จะแล้วเสร็จปลายไตรมาส 4 ปีนี้

นอกจากนี้ผู้ถือหุ้นยังมีมติอนุมัติซื้อหุ้นบริษัท ทุนทำดี จำกัด จำนวน 17,997 หุ้น หรือคิดเป็น 44.99 % ของทุนเรียกชำระแล้ว ที่ราคา 62,230,500 บาท โดย บริษัท เอจีอี เวนเจอร์ส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ AGE จะถือหุ้นทั้งหมด โดยซื้อหุ้นดังกล่าวจาก บริษัท แอลฟ่า จี เวนเจอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ABM

แผนการเข้าซื้อกิจการของ AGE ในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดธุรกิจพลังงานยั่งยืน โดย ABM ประกอบธุรกิจเชื้อเพลิงชีวมวล และบริษัทมุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผลักดันภาคอุตสาหกรรมให้ไปสู่การใช้พลังงานสะอาด

ภายหลังการปรับโครงสร้างธุรกิจ AGE จะถือหุ้นใน ABM สัดส่วน 51 - 70 % และถือหุ้นในบริษัท ทุนทำดี ทั้งหมด 100 % ขณะที่ ABM จะเป็นผู้ถือหุ้นใน QTC สัดส่วน 24 % และ GRDF ทั้งหมด 100 %

ปัจจุบันรายได้หลักของกลุ่ม AGE มาจากธุรกิจขายถ่านหินสัดส่วน 95% ภายหลังจากซื้อหุ้น ABM รายได้จากธุรกิจดังกล่าวจะลดลง เนื่องจากหลังการปรับโครงสร้างจะรับรู้รายได้ ABM ในฐานะบริษัทย่อย บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่มีความยั่งยืนจากธุรกิจโลจิสติกส์ ที่เป็นกลุ่มลูกค้าภายนอกทั้งธุรกิจสินค้าเกษตร และสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่มเป็น 50% จากปัจจุบันอยู่ที่สัดส่วน 35%

ธุรกิจพลังงานยั่งยืน (Sustainable Energy) ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายเชื้อเพลิง RDF ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงจากขยะ ภายใต้บริษัทย่อย GRDF อย่างต่อเนื่อง และธุรกิจ Human Solutions (Diversified Investments) ภายใต้บริษัทย่อย “เอจีอี เวนเจอร์ หรือ AGEVT”

ซึ่งได้จัดตั้งบริษัท เอจีอี อีวี พลัส จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจให้บริการปล่อยเช่ารถยนต์ไฟฟ้า ( EV) ให้กลุ่มลูกค้าที่สนใจ โดยจะเริ่มดำเนินการในไตรมาส 4/67

และ บริษัท เอจีอี ออโต้ แกลลอรี่ จำกัด ประกอบธุรกิจดีลเลอร์ขายรถยนต์ EV ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างโชว์รูมสองแห่ง คือ OMODA & JAECOO สาขา รามคำแหง และ Neta สาขาพระราม 2 คาดว่าแล้วเสร็จไตรมาส 4 ปีนี้ และไตรมาส 2 ปี 2568 ตามลำดับ ทั้งนี้บริษัทเริ่มรับรู้รายได้จากการขายรถไตรมาส 4/67

นางสาวปณิตา กล่าวทิ้งท้ายว่า"การปรับโครงสร้างธุรกิจในครั้งนี้ เป็นการเริ่มต้นของกลุ่ม AGE สู่การดำเนินธุรกิจที่มีความยั่งยืน และตั้งเป้าว่าในปี 2573 บริษัทจะมีสัดส่วน EBITDA จากธุรกิจยั่งยืน 50% และ ธุรกิจถ่านหิน 50%"

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...