โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ Motor Check FACTSHEET : รู้จัก ก๊าซธรรมชาติที่ใช้ในรถยนต์

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 28 พ.ย. 2567 เวลา 09.37 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2567 เวลา 02.37 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บนสื่อสังคมออนไลน์มีข้อสงสัยเกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติที่ใช้กับรถยนต์ว่ามาจากที่ใด มีกี่รูปแบบ แต่ละแบบต่างกันอย่างไร ?

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ สุรมิส เจริญงาม นักทดสอบและผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยียานยนต์

“ก๊าซธรรมชาติ” ก็คือก๊าซที่มาจากธรรมชาติ

ยุคแรกของก๊าซธรรมชาติไม่ได้นำมาใช้กับรถยนต์ แต่ใช้เป็นเชื้อเพลิงเครื่องจักรในอุตสาหกรรม หรือใช้กับเครื่องปั่นไฟในโรงงานกำเนิดกระแสไฟฟ้า หรืออุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ๆ เพื่อเปลี่ยนสภาพเป็นความร้อนหรือพลังงานรูปแบบต่าง ๆ

ประมาณ 20-30 ปีที่ผ่านมา มีการพัฒนาตัวถังก๊าซ NGV ให้มีขนาดเล็กลง สามารถทนแรงดันสูงในระดับที่สามารถนำมาใช้งานหรือกักเก็บก๊าซได้ เมื่อมีการพัฒนาถังบรรจุก๊าซที่สามารถติดตั้งในรถยนต์ ก๊าซจึงถูกนำมาใช้เป็นพลังงานเชื้อเพลิงภายในรถยนต์

ก๊าซธรรมชาติอัด CNG/NGV

ตัว CNG เหมือนก๊าซธรรมชาติเลย แต่นำมาผ่านกระบวนการเก็บ บีบอัด และปรับแรงดันให้เหมาะสมกับระบบการเติม และรถบบการใช้งาน

ก๊าซ CNG และ NGV มีคุณสมบัติค่าความเป็นพลังงานที่แตกต่างกันตามแต่ละพื้นที่ขุดเจาะ จึงถูกควบคุมปริมาณค่าพลังงานถูกต้องตามระดับมาตรฐานถึงจะนำมาใช้กับรถยนต์ได้ จึงมีความแตกต่างกันเรื่องการควบคุมคุณภาพ แต่การใช้งานและพื้นฐานที่มาเหมือนกัน

ปัจจุบัน ก๊าซ CNG/NGV มีการใช้งานกับรถยนต์น้อยลง เพราะระบบถังต้องมีแรงดันสูงมาก ตัวชุดถังจึงมีน้ำหนักมาก อุปกรณ์ต่าง ๆ มีราคาสูง เมื่อมีผู้ใช้งานก๊าซ CNG/NGV น้อย ผู้ให้บริการจึงทยอยปิดตัวจำนวนมาก

ก๊าซปิโตรเลียมเหลว LPG

ก๊าซ LPG เรียกกันทั่วไปว่า “ก๊าซหุงต้ม” มาจาก (Liquefied Petroleum Gas)

เนื่องจากก๊าซ LPG ไม่ได้มีแรงดันสูง แต่มีความหนาแน่นของพลังงานมาก ใช้พื้นที่การจัดเก็บน้อย

รถยนต์ใช้ก๊าซ LPG ถ้าติดตั้งอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ก็มีความปลอดภัยพอ ๆ กับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง

ถ้าเปรียบเทียบการติดไฟของรถยนต์จากการช็อตและการรั่วซึมของอุปกรณ์ รถยนต์ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมีอันตรายกว่า เพราะคราบน้ำมันที่ไหลออกมาเป็นทางยาวทั้งหมดสามารถปล่อยไอระเหยน้ำมันขึ้นมาและติดไฟได้

ก๊าซธรรมชาติ NGV และ LPG ที่ใช้กับรถยนต์ ชนิดไหนปลอดภัยกว่ากัน

ก๊าซธรรมชาติ NGV มีแรงดันสูงมาก อายุการใช้งานของถังมีความสำคัญมาก ถ้าหากถังอายุครบการใช้งานแล้ว ไม่เปลี่ยน ไม่ตรวจเช็กอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ชุด Safety Valve ถ้ามีการระเบิดขึ้นมาจะรุนแรงมากถึงขนาดฉีกตัวถังรถยนต์ออกเป็นชิ้น ๆ ได้

ในส่วนของก๊าซ LPG นั้น มีเหตุการณ์ที่ฝังใจคนไทย เมื่อวันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2533 บริเวณถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เกิดเหตุก๊าซระเบิด ทำให้มีผู้เสียชีวิต 88 คน และบาดเจ็บ 36 คน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ก๊าซ LPG จำนวนมากรั่วออกจากถังอยู่บนพื้นผิวถนนก่อนที่จะสลายไป จะเห็นได้ว่าก๊าซ LPG ถ้ารั่วออกมาจะมีอันตรายมากกว่า แต่ก๊าซ LPG มีการใส่กลิ่นเพื่อให้รู้ว่ามีก๊าซรั่วออกมา

คำแนะนำสำหรับการใช้ก๊าซ NGV และ LPG อย่างปลอดภัย

ปัจจุบัน การใช้ก๊าซธรรมชาติกับรถยนต์มีเฉพาะกลุ่มเท่านั้น แต่มีคำแนะนำหลัก ๆ ดังนี้

1. ตรวจสภาพอุปกรณ์เกี่ยวกับก๊าซที่ใช้กับรถยนต์อย่างถูกต้อง เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการดัดแปลงสภาพที่ไม่ถูกต้อง

2. การตรวจสภาพรถยนต์ที่ใช้ก๊าซประจำปี จะต้องถูกตรวจสอบหรือถูกควบคุมโดยกรมการขนส่งทางบก หรือสถานที่ตรวจสภาพรถยนต์ที่ได้มาตรฐานและผ่านรับรองจากกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น

3. ชิ้นส่วนต่าง ๆ เกี่ยวข้องกับระบบความปลอดภัย มีรอบระยะเวลาการใช้งาน เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน เพราะ เหล่านี้เป็นต้นเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ

ดังนั้น เพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัย เลือกใช้ ติดตั้งอุปกรณ์ก๊าซรถยนต์ให้ถูกต้อง และดูแลตรวจเช็กระบบสม่ำเสมอ

สัมภาษณ์โดย ณัฐพล อินทร์สวัสดิ์

เรียบเรียงโดย คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ดูเพิ่มเติมรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ Motor Check FACTSHEET : รู้จัก ก๊าซธรรมชาติที่ใช้ในรถยนต์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...