โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“นอท ลอตเตอรี่พลัส” ซื้อบิ๊กล็อต “หุ้น EE” นั่งประธานบอร์ด เพิ่มทุนขาย PP ลงทุนในธุรกิจเทค

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ธ.ค. 2567 เวลา 10.40 น. • เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2567 เวลา 03.40 น.

"นอท ลอตเตอรี่พลัส" ซื้อบิ๊กล็อต "หุ้น EE" นั่งประธานบอร์ด เพิ่มทุน49.12% ขาย PP หุ้นละ 0.19 บาท ลงทุนในธุรกิจเทคแทนธุรกิจกัญชงกัญชา

วันที่ 6 ธันวาคม 2567 บริษัท อีเทอเนิล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ EE แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทได้รับแจ้งจากนายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท สลากพลัส ว่า นายพันธ์ธวัชได้ทำการซื้อขายหุ้นของบริษัทผ่านระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยบนกระดานรายใหญ่ (Big Lot Board) ประจำวันที่ 4 ธันวาคม 2567 จำนวน 1,607,000,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 57.81 ของทุนชำระแล้วของบริษัท ซึ่งส่งผลให้โครงสร้างการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท เปลี่ยนแปลงตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

โดยภายหลังจากการเข้าทำรายการเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.67 นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ถือหุ้น 1,607,000,000 หรือ 57.81% นายฉาย บุนนาค ถือหุ้น 124,276,500 หรือ 4.47% นางฐานุตรา พิพัฒน์วิไลกุล ถือหุ้น 90,000,000 หรือ 3.24% และนายภควันต์ วงษ์โอภาสี ถือหุ้น 89,044,800 หรือ 3.20%

สืบเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัทฯ ในครั้งนี้ การที่นายพันธ์ธวัช ถือหุ้นในบริษัทเกินกว่าร้อยละ 25 ของหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดและสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทฯ นั้น มีผลทำให้นายพันธ์ธวัช มีหน้าที่ในการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่เหลือทั้งหมดของกิจการ (Mandatory Tender Offer) ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 12/2554 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และ วิธีการในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) (“ประกาศ ทจ. 12/2554”) โดยราคาทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่เหลือทั้งหมดของกิจการจะเท่ากับ 0.14 บาทต่อหุ้น ดังนั้น บริษัทจะดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย รวมถึงการแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเพื่อให้ความเห็นแก่ผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของนายพันธ์ธวัช ในครั้งนี้

ทั้งนี้บริษัทจะแจ้งข่าวให้ผู้ถือหุ้นทราบเพิ่มเติมโดยเร็ว เมื่อบริษัทได้รับรายละเอียดของคำเสนอซื้อหลักทรัพย์จากนายพันธ์ธวัช รวมถึงการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่อาจมีขึ้นกับนโยบายการดำเนินธุรกิจ แนวทางและโครงสร้างการบริหารงานของบริษัทต่อไป

นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 9/2567 เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.67 อนุมัติแต่งตั้งนายพันธ์ธวัช ให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ และกรรมการใหม่แทนตำแหน่งกรรมการที่ว่างอยู่ ดังนี้

พร้อมอนุมัติการเปลี่ยนชื่อของบริษัทฯ จากเดิม "บริษัท อีเทอเนิล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน)" และชื่อภาษาอังกฤษ "Eternal Energy Public Company Limited" เปลี่ยนเป็น "บริษัท เทคลีด เอ็นพีเอ็น จำกัด (มหาชน)" และชื่อภาษาอังกฤษ "TECHLEAD NPN PUBLIC COMPANY LIMITED"

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ยังมีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 2,720,000,000 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 4,970,000,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 7,690,000,000 บาท โดยการออกและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) จำนวน 2,720,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท หรือคิดเป็น 49.12% ของทุนชำระแล้วของบริษัทฯ ภายหลังการเพิ่มทุนชำระแล้ว ในราคาเสนอขายหุ้นละ 0.19 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 516,800,000 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด

บริษัทฯ ได้ปรับเปลี่ยนธุรกิจจากที่บริษัทมีรายได้จากธุรกิจกัญชงและกัญชา แต่เนื่องจากธุรกืจนี้มีอัตราความเสี่ยงสูงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ และยังมีวงจรเงินสดที่ช้า จึงมีแนวทางในการขยายการลงทุนในธุรกิจอื่นที่มีศักยภาพในการเติบโต โดยสามารถสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอให้กับบริษัทฯ และสร้างความแข็งแกร่งให้กับฐานะการเงินของบริษัทฯ อีกทั้งช่วยลดความเสี่ยงในการพึ่งพาธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง และเพิ่มโอกาสให้กับบริษัทฯ ในอนาคต ตลอดจนเป็นการเพิ่มศักยภาพและความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ต่อผู้มีส่วนได้เสีย(Stakeholders) รวมถึงเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สถาบันการเงิน

โดยบริษัทฯ อยู่ในระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในธุรกิจอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและสารสนเทศ ("ธุรกิจ Tech") ซึ่งรวมถึง (1.) ธุรกิจสื่อ เทคโนโลยี (Technology Media) (2.) ธุรกิจให้บริการชำระเงิน (Payment Gateway Solution) และ/หรือ (3.) ธุรกิจแพลตฟอร์มตลาดซื้อขาย (Marketplace Platform)

เนื่องจากเห็นว่าธุรกิจ Tech เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตจากการสร้างรายได้และความสามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีต้นทุนในการดำเนินงานต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับธุรกิจอื่นที่ต้องลงทุนในสินทรัพย์ และเป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับทิศทางเมกะเทรนด์ (Mega Trend) ซึ่งได้แก่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation) จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันผู้คนใช้ชีวิตและใช้เวลากับอุปกรณ์สื่อสารกันมากขึ้น ทำให้สื่อออนไลน์และแพลตฟอร์มดิจิทัลมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจประเทศไทยและเศรษฐกิจโลก

โดยแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นการเชื่อมโยงระหว่างผู้บริโภคและผู้ขายหรือภาคธุรกิจผ่านอินเทอร์เน็ต บริษัทฯ จึงมีความสนใจในการเข้าลงทุนในธุรกิจดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างกระแสเงินสดให้กับบริษัทฯ อย่างสม่ำเสมอ มีผลตอบแทนการลงทุน (IRR) ไม่น้อยกว่า 12% และมีศักยภาพการเติบโตในอนาคต (Potential Upside) จากธุรกิจที่สอดคล้องกับทิศทางเมกะเทรนด์

ทั้งนี้ บริษัทฯจะนำเงินทุนที่ได้รับจากการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนตามรายการ Private Placement ไปใช้เพื่อลงทุนในธุรกิจ Tech ประมาณ 467 - 517 ล้านบาท ภายในปี 2568 และใช้เงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ ไม่เกิน 50 ล้านบาทภายในปี 2568

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...