โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

3 กลยุทธ์ ธุรกิจโรงแรม รับมือ นักท่องเที่ยวจีน "เที่ยวล้างแค้น" แบบหนำใจ

เส้นทางเศรษฐี

อัพเดต 09 ก.พ. 2566 เวลา 11.04 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. 2566 เวลา 10.31 น.

3 กลยุทธ์ ธุรกิจโรงแรม รับมือ นักท่องเที่ยวจีน “เที่ยวล้างแค้น” แบบหนำใจ

ผศ.ดร.มณฑกานติ ชุบชูวงศ์ คณบดีคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ หรือ DPU กล่าวว่า ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมใน 5 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ ชลบุรี พังงา และสุราษฎร์ธานี กำลังเกิดวิกฤตขาดแคลนแรงงานนับหมื่นคนในการรองรับนักท่องเที่ยว

ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของผู้ประกอบการเองที่จะต้องกอบกู้รายได้ให้กลับมาหลังพ้นยุคโควิด-19 โดยเชื่อกันว่า รอบนี้นักท่องเที่ยวจีนจะ“เที่ยวล้างแค้น” (Revenge Travel) เกิดมหกรรมเที่ยวทั่วไทยครั้งใหญ่ แบบเที่ยวให้หนำใจ

“รอบนี้นักท่องเที่ยวจีนอาจจะขึ้นไปถึง 200% เลยทีเดียว ไฟลต์มาจากหลายมณฑล เพราะก่อนโควิดเราเคยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาสูงถึง 40 ล้านคนต่อปีมาแล้ว ซึ่งอีกไม่นานหลังจากนี้ ยอดนักท่องเที่ยวทุกชาติที่เข้ามาไทยอาจจะแตะไปถึง 70-80 ล้านคนต่อปีก็เป็นไปได้”

จากปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนักของกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม คณบดีท่องเที่ยวฯ DPU ได้แนะนำ 3 แนวทาง รับมือการเที่ยวล้างแค้นของนักท่องเที่ยวจีนให้ผู้ประกอบการนำไปปรับใช้ฟื้นตัวเอง ดังนี้

1. เสริมทัพพนักงานทั้งแบบชั่วคราว รายวัน รายชั่วโมง

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความผันผวนตามฤดูกาล ความต้องการแรงงานส่วนใหญ่จะมีช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งแต่ละโรงแรมแต่ละภูมิภาคก็มีความแตกต่างกันไป เราสามารถวางแผนได้

ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและบริการของประเทศไทยอาจจะต้องปรับรูปแบบของบุคลากรประจำจาก “รายปี” หรือ“รายเดือน” มาเป็นผสมผสานกองทัพเสริม รูปแบบการจ้างงานกึ่งประจำและพนักงานชั่วคราวแบบรายวันหรือรายชั่วโมงเข้ามาเสริมทัพในเวลาที่จำเป็น

“โดยเฉพาะในช่วงขาดแคลนแรงงานที่นักท่องเที่ยวจะมากันเยอะ เช่น ช่วงสงกรานต์ไทย วันแรงงานของจีน วันชาติจีน เราอาจจะใช้การจ้างพนักงานแบบไม่ประจำ จะเป็นรายวัน หรือรายชั่วโมงแบบที่ต่างประเทศทำ ยืดหยุ่นทั้งวันและเวลา บางครั้งอาจจะจ่ายเรตมากหน่อยแต่ใช้แค่ช่วงพีก

ยิ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา คนโรงแรมลาออกไปเยอะมาก ไปประกอบอาชีพใหม่ ไปขายของออนไลน์ ทำธุรกิจส่วนตัว คนเหล่านี้เขาก็อาจจะกลับมาช่วยได้หากมีการจ้างงานแบบไม่ประจำ หรือมีการจ้างแบบกำหนดผลัดการทำงานได้

นอกจากนี้ อยากให้ผู้ประกอบการมองถึงเรื่องการทำความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา ซึ่งทุกสถาบันการศึกษาตอนนี้อยากทำหลักสูตรร่วมกับผู้ประกอบการ เรียนและทำงานไปด้วยกัน และในรูปแบบสหกิจศึกษา โดยเฉพาะสถานศึกษาที่มีหลักสูตรด้านการโรงแรม การท่องเที่ยว ตัวนักศึกษาเองก็ต้องการอยากมีรายได้ระหว่างเรียน”

และนอกจากแรงงานตรงสายงานในด้านการโรงแรมและบริการ การแก้วิกฤตแรงงานขาดแคลนนี้ยังต้องอาศัยแรงงานด้านต่างๆ ของผู้คนในท้องถิ่นเข้ามาเสริมทัพอีกด้วยถึงจะก้าวผ่านพ้นไปได้ เพราะตำแหน่งส่วนใหญ่ที่ขาดแคลนไม่เพียงแผนกต้อนรับส่วนหน้าเท่านั้น ยังมีตำแหน่งแม่บ้าน คนทำความสะอาดและผู้ช่วยเชฟ ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญให้การท่องเที่ยวดูดีมีเสน่ห์

“งานพนักงานแม่บ้าน พนักงานทำความสะอาด เป็นงานที่ขาดแคลนลำดับต้นๆ เป็นงานที่ไม่ต้องใช้คุณวุฒิและประสบการณ์สูง ส่วนงานผู้ช่วยเชฟ ผู้ช่วยในครัว เตรียมของ หยิบจับนั่นนี่ในครัว ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่มีทักษะการทำอาหารกันอยู่แล้ว เราต้องเสริมแรงงานท้องถิ่นเข้าไปด้วย โดยนำคนกลุ่มนี้มาอบรมระยะสั้นแบบเข้มข้น 1 วัน ก็พร้อมทำงาน

อีกกลุ่มคือนักศึกษา กศน. กลุ่มนี้อาจจะมีเวลาและต้องการหารายได้ แต่ปัญหาคือทั้ง 3 แรงงานกลุ่มนี้เขาไม่รู้ว่ามีงานตำแหน่งแบบนี้ที่ไหน สมัครอย่างไร หรือต้องเข้าไปหาผู้ประกอบการอย่างไร” ผศ.ดร.มณฑกานติ ระบุ

2. เครือข่ายท้องถิ่น “รับทรัพย์ทั้งจังหวัด”

หลังผู้ประกอบการเปลี่ยนแนวคิดให้ยืดหยุ่นขึ้นแล้ว ก็ถึงการจะได้มาของบุคลากรดังกล่าวสามารถทำได้อีกทางโดยการ “จัดงานนัดพบแรงงาน” รวมถึงการสร้างเครือข่ายท้องถิ่นทั้งในส่วนของผู้ประกอบการกับสถานศึกษาหรือกับสมาคมท่องเที่ยวและสมาคมโรงแรมจังหวัดนั้นๆ เพื่อเป็นฐานข้อมูลที่รวบบรวม รายชื่อ เบอร์โทรศัพท์ สามารถประสานงานได้ทันทีที่ขาดแคลน

ตรงนี้ไม่เพียงได้บุคลากรที่มีประสบการณ์แต่ยังได้กระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอีกด้วย เพราะยุคนี้ 1 อาชีพเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้อง 2-3 อาชีพสำรองยามฉุกเฉิน

“เราต้องให้ผู้ประกอบการกับแรงงานมาพบกัน คือ ปัจจุบันคนไทยจำนวนมากยังว่างงานและอยากมีอาชีพเสริมอื่นๆ แต่ไม่รู้จะเข้าถึงตรงไหน การจ้างงานอย่างที่บอกกึ่งประจำ เขาก็จะไปเคลียร์ตารางตัวเองกับงานให้เหมาะสมและเข้ามาช่วยเสริมเวลาที่ขาดแคลน

วิธีแก้เรื่องนี้อยากให้สำนักงานแรงงานจังหวัดประสานกับสมาคมท่องเที่ยว และสมาคมโรงแรมในจังหวัด รีบจัดงานนัดพบแรงงานอย่างเร่งด่วนให้บ่อยๆ คือ แบบวอล์กอินมาสัมภาษณ์ได้เลย เตรียมเงื่อนไขการจ้างไว้ให้พร้อม

ค่าแรงวันละกี่บาท สวัสดิการต่างๆ ชุดยูนิฟอร์ม อาหาร รถรับส่ง มีอะไรอย่างไรบ้าง แล้วช่วยกันประชาสัมพันธ์ตามสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ในท้องถิ่นและจังหวัดใกล้เคียงล่วงหน้าอย่างกว้างขวาง”

“พอเราได้แรงงานเราก็ควรจัดทำฐานข้อมูล (Database) ถึงเวลาต้องติดต่อก็ มีชื่อ เบอร์โทรศัพท์ ข้อมูลให้พร้อม สามารถเรียกด่วนมาทำงานได้ทันทีที่ต้องการ ซึ่งในช่วงหน้าหนาวไปถึงสงกรานต์ นี้จะสามารถรับมือนักท่องเที่ยวจีนที่จะมาเที่ยวพร้อมๆ กันจำนวนมากในเมืองไทยได้

ขณะที่พอโลว์ซีซั่น เราก็เริ่มทำความร่วมมือที่เป็นระบบ และยั่งยืนขึ้น เพราะมีเวลาสร้างคน อบรมพนักงานใหม่อย่างเป็นเรื่องเป็นราว”

3. ภาษาจีนยิ่งเยอะ เทคโนโลยียิ่งแยะ ยิ่งดี

“นอกจากเรื่องของคน การอบรม การสร้างเครือข่าย ผู้ประกอบการต้องไปเพิ่มทักษะด้านภาษาจีนในกลุ่มพนักงานโรงแรมให้มากขึ้น เน้นคำศัพท์พื้นฐาน เน้นคำพูดเพื่ออธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องใช้ประจำ หรือนำป้ายดิจิทัล และเทคโนโลยีแปลภาษามาใช้ในองค์กร

เทคโนโลยีจำพวกสื่อดิจิทัลสามารถช่วยให้นักท่องเที่ยวจีนบริการตัวเองได้ เข้าใจสิ่งที่เราเสนอให้ ไม่ต้องใช้คนเยอะ ท้ายที่สุด สิ่งที่อยากจะเสริมคืออยากให้ภาครัฐ ร่วมให้งบสนับสนุนในการจัดอบรมหลักสูตรระยะสั้นกับสถาบันการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้ เพราะเรื่องการท่องเที่ยวนำรายได้เข้าประเทศ เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญทางเศรษฐกิจของไทย”

“ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาระยะยาวแบบยั่งยืนก็อยากให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ร่วมสนับสนุนทุนการศึกษากับนักศึกษา สร้างระบบร่วมสอน ร่วมพัฒนา จบแล้วกลับไปทำงาน เพราะปัญหาขาดแคลนแรงงานไม่มีวันหมด

นับวันโลกเรายิ่งเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เราต้องช่วยกันพัฒนาคนให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทั้งในด้านภาษาและทักษะการทำงาน จากที่สัมผัสมาโดยตลอดเยาวชนของเรามีความสามารถมาก อยากเรียนด้านการโรงแรมการท่องเที่ยว อยากให้สนับสนุนเยาวชนไทยให้เข้ามาเติมเต็มในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการนี้ก่อน” คณบดีท่องเที่ยวฯ DPU กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...