Tesla เตรียมตั้งโรงงานใหม่ในจีน ผลิตแบตเตอรี่ Megapack ส่งขายทั่วโลก
เทสลา (Tesla) เตรียมสร้างโรงงานใหม่ในจีน ผลิต Megapack แหล่งกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ที่ใช้กับโรงไฟฟ้า ส่งออกขายทั่วโลก เน้นย้ำความเป็นผู้นำในห่วงโซ่อุปทาน energy storage ของจีนยิ่งขึ้นไปอีก
วันที่ 10 เมษายน 2566 สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า เทสลา (Tesla Inc.) จะสร้างโรงงานผลิต Megapack โปรดักต์ energy storage ขนาดใหญ่ในโรงงานแห่งใหม่ในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นการลงทุนเพิ่มเติมจากที่เทสลามีโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในเซี่ยงไฮ้อยู่แล้ว เป็นการเน้นย้ำสถานะของจีนในฐานะผู้นำในห่วงโซ่อุปทาน energy storage ระดับโลกยิ่งขึ้นไปอีก
เทสลาได้จัดพิธีลงนามโครงการในเซี่ยงไฮ้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา โดยมี ทอม จู (Tom Zhu) รองประธานอาวุโสฝ่ายยานยนต์ของเทสลา เต๋า หลิน (Tao Lin) รองประธานเทสลา ร่วมกับอู่ ชิง (Wu Qing) รองนายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้ ลงนามในสัญญา
เทสลาระบุในแถลงการณ์ว่า การก่อสร้างมีกำหนดจะเริ่มในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ และโรงงานจะเริ่มดำเนินการผลิตในไตรมาสที่ 2 ของปี 2024
ปัจจุบันจีนมีกำลังการผลิตแบตเตอรี่มากกว่า 1,400 กิกะวัตต์ต่อชั่วโมง (gigawatt-hours : GWh) อยู่แล้ว และอีก 6,000 GWh อยู่ระหว่างการก่อสร้างหรือประกาศแผนโครงการแล้ว ส่วนสหรัฐอเมริกาตามมาเป็นอันดับ 2 มีแผนการผลิตประมาณ 1,000 กิกะวัตต์ต่อชั่วโมง แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้สร้าง
ทั้งนี้ Megapack ต่างจากการผลิตแบตเตอรี่ส่วนใหญ่ที่มุ่งไปที่แบตเตอรี่ขนาดเล็กสำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า แต่ Megapack จะสร้างเซลล์สำหรับการจัดเก็บพลังงานจากกริดไฟฟ้า เพื่อเป็นแหล่งเก็บพลังงานขนาดใหญ่เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของไฟฟ้า ซึ่งเป็นรูปแบบที่มีน้อยมากในตลาด
หรืออธิบายให้เข้าใจง่ายคือ Megapack เป็นแหล่งกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ที่ใช้กับโรงไฟฟ้า เพื่อสำรองไฟเอาไว้ให้มีความเสถียร หากเกิดกรณีที่โรงไฟฟ้าขัดข้องไม่สามารถผลิตได้ ก็สามารถดึงไฟที่จัดเก็บใน energy storage ตัวนี้ออกไปใช้ได้ ไม่ให้เกิดไฟดับ
เทสลาระบุว่า Megapack แต่ละหน่วยสามารถเก็บพลังงานได้มากพอที่จะจ่ายไฟให้กับบ้านเรือนเฉลี่ย 3,600 หลังเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ซึ่งในขั้นต้น โรงงานแห่งใหม่ในเซี่ยงไฮ้จะผลิตเมกะแพ็กปีละ 10,000 หน่วย ซึ่งเท่ากับการเก็บพลังงานประมาณ 40 กิกะวัตต์ต่อชั่วโมง และผลิตภัณฑ์นี้จะส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก
ตามรายงานขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency : IEA) ระบุว่า ในสิ้นปี 2563 ทั่วโลกมีสถานีแบตเตอรี่แบบติดตั้งกับที่ (stationary battery storage) ประมาณ 19.3 กิกะวัตต์ต่อชั่วโมง ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเติบโตเป็นมากกว่า 150 กิกะวัตต์ต่อชั่วโมงภายในปี 2569
อย่างไรก็ตาม อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ซีอีโอของเทสลามีวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก เขาคาดหวังว่าอุปกรณ์จัดเก็บพลังงานจะถูกจับคู่เข้ากับพลังงานหมุนเวียน เพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในภาคการผลิตไฟฟ้าและภาคอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในแผนแม่บทของเทสลาคาดการณ์ว่าจะต้องมีการติดตั้งสถานีแบตเตอรี่แบบติดตั้งกับที่ประมาณ 46,200 กิกะวัตต์ต่อชั่วโมง ในอีก 20 ปีข้างหน้า