โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เรดิสัน โฮเทล ฟันธง ! ทั่วโลกพร้อมออกเดินทาง (อีกครั้ง)

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 มิ.ย. 2565 เวลา 06.10 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2565 เวลา 01.05 น.

สัมภาษณ์

เป็นความหวังที่มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับการคาดการณ์การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรมทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย หลังหลายประเทศผ่อนคลายมาตรการการเดินทางแทบจะกลับสู่ภาวะปกติแล้ว

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษ “เดวิด เหงียน” กรรมการผู้จัดการด้านยุทธศาสตร์ความร่วมมือในภูมิภาคอินโดจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก “เรดิสัน โฮเทล กรุ๊ป (Radisson Hotel Group : RHG)” หนึ่งในเครือโรงแรมขนาดใหญ่ ถึงภาพรวมธุรกิจของโรงแรม และกลุ่มโรงแรมในเครือเรดิสัน ความมุ่งมั่นในการสร้างความมั่นคงต่อแบรนด์ การพัฒนาธุรกิจ รวมถึงความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมไว้ดังนี้

ทั่วโลกพร้อมออกเดินทาง

“เดวิด เหงียน” บอกว่า ตอนนี้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังจะกลับมา โดยหลังจากทั่วโลกประกาศเปิดประเทศอีกครั้งพบว่า เอเชีย-แปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่มีการฟื้นตัวเร็วที่สุด เพราะภูมิภาคนี้เป็นประเทศที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยว อาทิ เวียดนาม, อินโดนีเซีย ฯลฯ ซึ่งอัตราการจองห้องพัก (booking) ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด

รวมถึงประเทศไทยที่มีแนวโน้มฟื้นตัวอยู่ในทิศทางเดียวกับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่มีภาคการท่องเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจเช่นกัน

โดยจะเห็นว่ารัฐบาลไทยเร่งขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยว เพื่อให้การท่องเที่ยวกลับมา เพราะรู้ว่าทั่วโลกกำลังรอที่จะเดินทางกันอีกครั้ง ซึ่งประเทศไทยก็เป็นประเทศหนึ่งที่คนทั่วโลกรอคอยที่จะเดินทางเข้ามา

“ทุกครั้งที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Test & Go หรือ Thailand Pass ฯลฯ รวมถึงกิจกรรมโรด์โชว์ไปตามประเทศต่าง ๆ ของการท่องเที่ยวประเทศไทย หรือ ททท. ล้วนทำให้เกิดกระแสการเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกครั้ง”

บุ๊กกิ้งเข้ายาวยันสิ้นปีแล้ว

พร้อมบอกว่า ขณะนี้ยอดการจองห้องพักเข้าประเทศไทยเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่ชัดเจนมากยาวไปถึงสิ้นปีแล้ว จากปกติที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมเดินทางเข้ามาในช่วงซัมเมอร์เป็นหลัก ทำให้เห็น outlook สำหรับปี 2022 นี้ดีขึ้นมาก จึงเชื่อว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและโรงแรมโดยรวมจะยังเคลื่อนตัวไปในทิศทางนี้อีกในปีต่อไป

ส่วนจะขยายตัวได้มากแค่ไหน อย่างไร ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม มองว่าอุตสาหกรรมในภาพรวมกำลังเดินเข้าไปใกล้จุดที่เคยเป็นในช่วงก่อนโควิด

เปิดครบทุกแห่งอีก 2-3 เดือน

“เดวิด เหงียน” บอกด้วยว่า ปัจจุบันเรดิสัน โฮเทล กรุ๊ป หรือ RHG มีแบรนด์ภายใต้การบริหารรวม 9 แบรนด์ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ตั้งแต่พรีเมี่ยม, มิดเดิล และอีโคโนมี อาทิ เรดิสัน, เรดิสัน บลู, พาร์ค อินน์ บาย เรดิสัน, พาร์ค พลาซ่า, เรดิสัน อินดิวิดวลส์, เรดิสัน เรด เป็นต้น มีโรงแรมมากกว่า 1,600 แห่งใน 120 ประเทศทั่วโลก

ตลอดช่วงวิกฤตโควิดที่ผ่านมา RHG ไม่ได้ปิดบริการทุกแห่ง แต่ปิดเฉพาะในพื้นที่ถูกล็อกดาวน์เท่านั้น ยังมีโรงแรมจำนวนหนึ่งที่ยังเปิดให้บริการรองรับการเดินทางภายในประเทศ (domestic demand)

ขณะนี้สถานะของโรงแรมในเครือข่ายมี 2 แบบ คือ 1.เปิดให้บริการแล้ว และ 2.อยู่ระหว่างการเตรียมเปิดบริการ โดยกลับมาทำความสะอาด ซ่อมบำรุงให้อยู่ในมาตรฐานของ RHG อีกครั้ง

โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ครบทุกแห่งทั้งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รวมถึงประเทศไทยภายในอีก 2-3 เดือนข้างหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันทุกแห่งได้เปิดระบบออนไลน์ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าบุ๊กกิ้งห้องพักแล้ว

ฟื้นตัวสูงกว่าตลาด 15-20%

“เดวิด เหงียน” ยังบอกอีกว่า สำหรับโรงแรมที่ได้เปิดให้บริการไปแล้วนั้นที่ผ่านมาพบว่า ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกนี้โรงแรมในกลุ่มของ RHG มีการฟื้นตัวกลับมาได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดอยู่ที่ประมาณ 15-20% ทั้งในด้านผลตอบแทน, อัตราการเข้าพัก รวมถึงราคาห้องพักเฉลี่ย

เมื่อถามว่าอะไรคือปัจจัยหลักที่ทำให้ RHG สามารถฟื้นได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยในตลาด เอ็มดีหนุ่มตอบว่า ที่ผ่านมา RHG ลงทุนสำหรับพัฒนาระบบซอฟต์แวร์รองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดไปประมาณ 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ชื่อว่า “EMMA” ซึ่งเป็นระบบกลางที่จะเชื่อมโยงบริการทุกส่วน รวมถึงระบบการจองห้องพัก (reservation) ระบบการขาย (point of sale) ฯลฯ

โดยระบบดังกล่าวนี้ช่วยให้ผู้บริหารสามารถเข้าถึงและบันทึกประสบการณ์ทั้งหมดของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ดังนั้นไม่ว่าลูกค้าคนนั้น ๆ จะใช้บริการ RHG ที่ไหนในโลกระบบจะมีข้อมูลและสามารถให้บริการที่สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้

เน้นบริหารผลตอบแทนสูงสุด

นอกจากนี้ ยังมีระบบที่ชื่อว่า Radisson+ หรือ Radisson Plus ระบบที่สามารถออนไลน์บนมือถือที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเช็กอิน เลือกแบบห้องพัก แชตกับเจ้าหน้าที่ ฯลฯ รวมถึงแจ้งความต้องการต่าง ๆ ได้ ซึ่งก็เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าเช่นกัน

“แม้ในช่วงโควิดเราไม่เคยถอยหลังด้านการทำการตลาด ซึ่งส่วนหนึ่งก็ถือว่าโชคดีที่เจ้าของหรือผู้ถือหุ้นเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องลงทุน เพื่อสร้างความแตกต่าง โดย EMMA ไม่ใช่แค่มาเชื่อมระบบการจองห้องพักหรือระบบหน้างาน แต่เป็นระบบฟีดแบ็ก ระบบช่วยเหลือ ฯลฯ ซึ่งมากกว่าการทำซีอาร์เอ็มทั่วไป”

พร้อมย้ำว่า EMMA คือ market intelligent ที่ช่วยให้ผู้บริหารโรงแรมสามารถบริหารผลตอบแทน หรือ yield ได้สูงสุด คือ ช่วยให้รู้ว่าจุดไหนเป็นจุดที่เหมาะสมที่สุดในการกำหนดราคาขาย กล่าวคือ ได้ทั้งราคาขายและอัตราการเข้าพักที่ดีด้วย

จ่อเปิด “เรดิสัน อินดิวิดวลส์”

“เดวิด เหงียน” ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมด้วยว่า การที่ RHG มีแบรนด์ภายใต้การบริหารรวมถึง 9 แบรนด์ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ทุกแบรนด์มีการวางโครงสร้างแบรนด์ที่ชัดเจน ไม่ซ้ำซ้อน แต่ด้วยแนวคิดแบบโกลบอล ทำแบบโลคอล ทั้งในเชิงการพัฒนาธุรกิจและปฏิบัติ บริษัทจะพิจารณาความเป็นไปได้ในการนำแบรนด์ที่มีอยู่ไปพัฒนาในแต่ละตลาดเพิ่มเติม

สำหรับประเทศไทยนั้น RHG มีแผนนำแบรนด์เรดิสัน อินดิวิดวลส์ (Radisson Individuals) ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีความยืดหยุ่นสำหรับเจ้าของที่ต้องการลงทุนไม่สูงมาก หรือเปลี่ยนจากโรงแรมเก่ามาพัฒนาต่อ

“ตอนนี้ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเรามีโครงการใหม่ที่อยู่ในแผนดำเนินการ (pipeline) สำหรับปี 2022-2023 เพิ่มขึ้นเท่าตัว โดยที่อยู่ในแผนสำหรับประเทศไทยคือ โครงการบนหาดไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต และพาร์คอิน พัทยา”

มั่นใจรีคัฟเวอร์ภายใน 2-3 ปี

ต่อคำถามว่า RHG ประเมินภาพการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและโรงแรมในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รวมถึงประเทศไทยอย่างไร “เดวิด เหงียน” บอกว่า แม้ว่าขณะนี้จะเห็นภาพการฟื้นตัวค่อนข้างชัดเจนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและโรงแรมในเอเชีย-แปซิฟิก สถานการณ์ในวันนี้เปลี่ยนแปลงทุกวัน จึงค่อนข้างคาดการณ์ยาก แต่ส่วนตัวเชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะพลิกฟื้นกลับมาแน่นอน

เนื่องจากบรรยากาศโดยรวมผ่อนคลายขึ้นเยอะมากแล้ว ส่วนตัวจึงมองว่าน่าจะใช้เวลาประมาณสัก 2-3 ปีนับจากนี้

อย่างไรก็ตาม ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาลด้วยว่าจะทำอะไรบ้าง เพราะทุกอย่างที่เกิดการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนล้วนมีผลต่อการฟื้นตัวว่าจะช้าลงหรือเร็วขึ้นทั้งสิ้น รวมถึงระบบสนับสนุนต่าง ๆ ทั้งสายการบิน สนามบิน ฯลฯ ที่ต้องขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กันด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...