รถโดยสารโคราช แบกต่อไม่ไหว ลดเที่ยววิ่งก็ยังขาดทุน ประกาศขายตัวรถ 4-5 แสนบาท
รถโดยสารหมวด 4 โคราช ลดเที่ยววิ่งก็แบกไม่ไหว ตัดพ้อสายป่านที่ตึงมาก ไม่รู้จะขาดวันไหน จำใจเปลี่ยนอาชีพ ประกาศขายตัวรถประชดความเป็นจริง
จากกรณีที่สมาคมกิจการรถโดยสารประจำทางไทย ประกาศ 27 บริษัท ผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ จำนวน 143 เส้นทาง แจ้งความประสงค์จะปรับลดเที่ยววิ่งลง 80 % เริ่มวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ หลังได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับขึ้นต่อเนื่อง
วันที่ 22 มิ.ย. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมา แห่งที่ 1 ซึ่งเป็นต้นทางของรถโดยสารหมวด 4 เส้นทางตัวเมืองโคราช ไปในพื้นที่ 32อำเภอ ของ จ.นครราชสีมา ภาพรวมการใช้บริการขนส่งสาธารณะไม่คึกคักเท่าที่ควร
นายสุวัฒพงษ์ พงษ์ชาญวิทย์ ผู้จัดการบริษัทปักธงชัยร่วมใจเดินรถจำกัด ซึ่งเป็นรถประจำทางหมวด 4 เลขข้างรถ 1303 สายนครราชสีมา-ปักธงชัย ซึ่งเป็น 1 ในจำนวน 27 บริษัท ที่ประสงค์แจ้งลดเที่ยววิ่ง เปิดเผยว่า ปัญหาวิกฤตซ้ำซ้อนทั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 และผลกระทบน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจขนส่งผู้โดยสารแพงอีก
ย้อนรอยประมาณ 25 ปี รถสายปักธงชัย เคยมีจำนวน 20 คัน วิ่งรับส่งต่อวันเกือบ 100 เที่ยว โดยมีทุนเหลือสามารถนำมาใช้ปรับปรุงพัฒนาเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยของรถ แม้ช่วงนั้นน้ำมันแพงแต่จำนวนผู้โดยสารค่อนข้างมาก ผู้ประกอบการก็สามารถบริหารจัดการธุรกิจได้ โควิดระบาดกว่า 3 ปี ผู้ประกอบกิจการรถโดยสารสาธารณะต่างได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หลายรายต้องหยุดวิ่งและที่วิ่งต่อไม่ใช่ได้กำไร แต่ต้องกัดฟันสู้ เพราะเป็นอาชีพหลัก พยายามลดต้นทุนทุกอย่าง เช่นปรับลดจำนวนเที่ยววิ่งลง แต่ก็ขาดทุนแทบทุกเที่ยว ล่าสุดจำนวนรถเหลือ 8 คัน ต้องสลับวิ่งสลับหยุดทั้งวันวิ่งไม่เกิน 12 เที่ยว เพื่อประคับประคองไม่ให้ขาดทุนมากเกินไป เมื่อมาเจอวิกฤตน้ำมันแพง ยิ่งทำให้แบกรับภาระไม่ไหว รัฐบาลก็ไม่ให้ปรับราคาตั๋วอีก ทั้ง ๆ ที่การปรับราคาโดยสารรถหมวด 4 ขนส่งจังหวัดมีอำนาจสามารถดำเนินการได้ตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ตนได้พยายามหาแนวทางเพื่อความอยู่รอดยอมปรับเปลี่ยนอาชีพใหม่ ทำธุรกิจเดินรถมาค่อนชีวิต หากฝืนอยู่ต่อสายป่านที่ตึงมากไม่รู้จะขาดวันไหน โดยศึกษาเรียนรู้ปลูกพืชกัญชา แต่เมื่อปลดล็อกปรากฏใคร ๆ ก็ปลูกกัญชาและไม่มีทางสู้กับนายทุนได้ จึงใช้ที่ดินของครอบครัวประมาณกว่า 10 ไร่ ปลูกอ้อย อนาคตก็ยังบอกไม่ได้จะเป็นอย่างไร
อย่างไรก็ตามได้ตัดสินใจประกาศขายเฉพาะตัวรถปรับอากาศชั้น 2 ขนาด 40-45 ที่นั่ง ไม่รวมคิวคันละประมาณ 4-5 แสนบาท และฝากถึงรัฐบาล โปรดเห็นใจช่วยเหลือพวกเราด้วย หากเพิกเฉยจะมีผู้ประกอบการทยอยหยุดวิ่งรถกันอย่างแน่นอนและเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ