ฉันมีระบบฟาร์มในวันสิ้นโลก
ข้อมูลเบื้องต้น
ผู้แต่ง : ลืมไปก่อน
วาดปก : Jakkree Jantakad
จัดอาร์ต : ณภัทร ณภัทร
วันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง ผู้คนต่างกักตุนอาหารและน้ำดื่ม หยางชิวหลันผู้มีระบบและสวนผลไม้กลับใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไม่ต้องดิ้นรน
คนอื่นกำลังกินขนมปังกรอบ เธอกลับกำลังกินไก่ตุ๋น
คนอื่นกำลังประหยัดน้ำที่มีไว้เพื่อใช้ดื่มให้ได้นานที่สุด เธอกลับอาบน้ำวันละสองครั้ง…
คำเตือน! นิยายเรื่องนี้มีนางเอกเป็นคนธรรมดา เป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดา ที่เคยมีครอบครัวเป็นชาวไร่ชาวสวนธรรมดา ไม่มีภูมิหลังใหญ่โตอะไร และอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากใจกลางเมือง ดังนั้น เนื้อเรื่องของนิยายเรื่องนี้จะมี บทบรรยายค่อนข้างเยอะ เดินเรื่องแบบสโลว์ไลฟ์ ถ้านักอ่านชอบนางเอกเก่งมาแต่แรก ดำเนินเรื่องรวดเร็ว บทสนทนาเยอะ เรื่องนี้อาจไม่ตอบโจทย์นะคะ แต่ก็อยากให้ลองเปิดใจดูน้า
นิยายเรื่องนี้จะมี E-Book ในmebด้วยน้า เนื้อหาเล่มหนึ่ง = 112 ตอน
ฝากติดตามและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ ☺️https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTU0NDE3IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMjkxODkzIjt9
ตอนที่ 1
8 เมษายน ค.ศ.2056 เป็นวันที่ทั่วโลกมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในหลายประเทศ เนื่องจากเกิดอุกกาบาตขนาดเล็กจำนวนมากกำลังตกลงสู่พื้นผิวโลกแล้ว
แม้นักวิจัยจะวิเคราะห์ว่ามันจะไม่ก่อให้เกิดภัยธรรมชาติเหมือนตอนที่อุกกาบาตลูกใหญ่ทำให้เกิดการสูญพันธุ์ของเหล่าไดโนเสาร์ แต่นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญหลาย ๆ ด้านก็พากันระมัดระวังเหตุการ์ต่อเนื่องที่อาจจะตามมาจากเหตุอุกกาบาตตกในครั้งนี้
อีกทั้งหลาย ๆ ประเทศก็ได้มีการเตรียมความพร้อมสำหรับเหตุการณ์นี้ล่วงหน้าอยู่แล้ว เนื่องจากดาวเทียมนอกโลกได้ส่งสัญญาณมาหลายเดือนแล้วว่าจะมีอุกกาบาตพุ่งผ่านวงโคจรโลก และอาจจะมีบางส่วนที่จะตกลงสู่พื้นผิวโลกได้
โดยการคำนวณต่าง ๆ แล้ว นักวิจัยและนาซ่าได้ระบุว่าจุดที่อุกกาบาตคาดว่าจะตกนั้นจะไม่ส่งผลกระทบกับมนุษย์ เนื่องจากไม่ใช่แหล่งชุมชนหรือทะเลหรือพื้นที่ที่จะส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติต่าง ๆ ตามมาได้
กระนั้นทุกฝ่ายต่างก็เตรียมรับมือกับเหตุการณ์นี้อย่างระมัดระวัง และเฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มอุกกาบาตนี้อย่างใกล้ชิด
เนื่องจากอุกกาบาตเหล่านี้มีขนาดไม่เหมาะสมที่จะส่งเครื่องทำลายขึ้นไปสกัดกั้นจากนอกโลก ทำให้ได้แต่รอให้มันพุ่งตกลงมาบนพื้นผิวโลกเท่านั้น
สำนักข่าวทั่วโลกต่างจับจ้องและรายงานเหตุการณ์นี้อย่างใกล้ชิด โดยหลายสถานีข่าวในแต่ละประเทศ ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญหลายคนมาวิเคราะห์เหตุการณ์นี้ด้วย ว่าสุดท้ายแล้วอุกกาบาตเหล่านี้จะส่งผลดีหรือผลเสียต่อโลกของเรากันแน่
ในขณะเดียวกันทางอินเทอร์เน็ตก็มีหัวข้อเกี่ยวกับอุกกาบาตเพิ่มขึ้นหลายแสนโพสทั่วโลก ความคิดเห็นของแต่ละโพสก็มีไม่น้อยกว่าหลายพันความคิดเห็น และยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ปลุกปั่นกระแสวันสิ้นโลกขึ้นมาอีกครั้งด้วย
ระหว่างที่ผู้คนกำลังตื่นตัวกับเรื่องนี้ หยางชิวหลันกำลังจัดเก็บเสบียงที่เธอกักตุนมาในหลายวันนี้อย่างไม่รีบไม่ร้อน
ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อนที่อุกกาบาตจะพุ่งตกลงมายังพื้นผิวโลก หยางชิวหลันตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงที่เธอได้ยินเพียงคนเดียวเท่านั้น
"นี่คือระบบฟาร์มช่วยเหลือในวันสิ้นโลก ที่จะช่วยให้โฮสต์มีชีวิตที่ดีกว่า โฮสต์จะยอมรับระบบหรือไม่ ยอมรับ ไม่ยอมรับ"
หยางชิวหลันลืมตามองฝ้าเพดานอย่างงุนงง คล้ายกำลังคิดว่าตนเองตื่นแล้วหรือยังไม่ตื่นกันแน่ ขณะที่เธอกำลังมึนงงอยู่นั้น เสียงนั่นก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"นี่คือระบบฟาร์มช่วยเหลือในวันสิ้นโลก ที่จะช่วยให้โฮสต์มีชีวิตที่ดีกว่า โฮสต์จะยอมรับระบบหรือไม่ ยอมรับ ไม่ยอมรับ"
หยางชิวหลันเด้งตัวขึ้นมามองไปรอบ ๆ เพื่อหาที่มาของเสียง
"นี่คือระบบฟาร์มช่วยเหลือในวันสิ้นโลก ที่จะช่วยให้โฮสต์มีชีวิตที่ดีกว่า โฮสต์จะยอมรับระบบหรือไม่ ยอมรับ ไม่ยอมรับ"
ครั้งที่สามที่เสียงนั้นดังขึ้น คล้ายจะมีบางสิ่งต่างไปเล็กน้อย ราวกับว่าเสียงนั้นใกล้จะหมดความอดทนเต็มที
เธอทบทวนคำพูดที่ได้ยินในใจอีกเพียงสามวินาทีก่อนจะตอบ ไม่ว่านี่จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่คำว่า "ระบบฟาร์มช่วยเหลือในวันสิ้นโลก" ก็ทำให้เธอตัดสินใจได้
"ยอมรับ"
"ยินดีกับโฮสต์ที่ผูกมัดระบบฟาร์มช่วยเหลือในวันสิ้นโลกสำเร็จ ขอให้โฮสต์ทำภารกิจของระบบต่อไปเพื่อชีวิตที่ดีกว่าในอนาคต เพื่อให้โฮสต์ทำภารกิจได้ง่ายขึ้น ทางระบบจึงมอบของขวัญแรกเริ่มให้โฮสต์ดังนี้
พื้นที่จัดเก็บสิ่งของสามสิบตารางเมตร จำกัดเฉพาะสิ่งไม่มีชีวิตเท่านั้น
บาเรียป้องกันพื้นที่ระดับหนึ่ง ซึ่งจะป้องกันอันตรายทุกรูปแบบจากการโจมตีภายนอกพื้นที่ทั้งหมดที่โฮสต์เป็นเจ้าของ ในขณะนี้คือพื้นที่สิบสองไร่ห้าสิบห้าตารางเมตร
และเพื่อให้โฮสต์สามารถผ่านวิกฤตวันสิ้นโลกไปได้ด้วยดี ทางระบบขอมอบภารกิจแรก กักตุนเสบียงและสิ่งของจำเป็นให้เพียงพอก่อนวันหายนะจะมาถึง"
เมื่อสิ้นเสียงนั้น กลางอากาศตรงหน้าของหยางชิวหลันก็ปรากฏตัวเลขสีแดงหนาทึบที่นับถอยหลังขึ้นมา
72.00.00
71.59.59
71.59.58
71.59.57
ขณะนี้เองที่หยางชิวหลันเชื่อแล้วจริง ๆ ว่าเธอไม่ได้ประสาทหลอนหรือคิดไปเอง
หยางชิวหลันลุกจากที่นอนพลางครุ่นคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
พื้นที่จัดเก็บสิ่งของสามสิบตารางเมตรนับว่าเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างมาก หากเธอซื้อของจำเป็นต่าง ๆ ในการเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกมาเติมเต็มพื้นที่ทั้งหมดเงินในบัญชีของเธอที่เหลืออยู่เพียงหลักแสนคงไม่เพียงพอ
ส่วนพื้นที่สิบสองไร่ห้าสิบห้าตารางเมตรที่ระบบได้บอกเอาไว้ว่าเป็นพื้นที่ที่เธอเป็นเจ้าของ เธอคาดว่ามันคงรวมพื้นที่ทั้งหมดที่เธอเป็นเจ้าของ ไม่ใช่พื้นที่ที่เธออาศัยอยู่
เพราะบ้านสวนที่เธออาศัยอยู่ตอนนี้คือพื้นที่สิบสองไร่ ซึ่งเป็นบ้านบรรพบุรุษของพ่อของเธอที่ตกทอดกันมาจนมาถึงรุ่นเธอในวันนี้
ส่วนพื้นที่อีกห้าสิบห้าตารางเมตรน่าจะเป็นคอนโดที่เมืองบี ที่เธอซื้อไว้เพื่อใช้อาศัยอยู่ตอนทำงานในเมืองนั้น และยังไม่ทันได้ขายไปเพื่อนำเงินมารักษาแม่ของเธอตอนที่ท่านป่วย เพราะแม่ของเธอสิ้นใจไปก่อน
แม้ว่าเธอจะขายบ้านในเมืองเอที่แม่ของเธอเป็นเจ้าของไปก่อนหน้านี้ แต่เงินก็ยังไม่คงเพียงพอที่จะรักษาแม่ของเธอหากต้องการรับการรักษาต่อไป ทว่าแม่ของเธอก็สิ้นใจไปเสียก่อน คอนโดของเธอจึงยังคงเป็นของเธออยู่
และก็ค่อนข้างโชคดีที่เธอยังไม่ได้ปล่อยให้ใครเช่าไป เพราะเธอคิดว่าตัวเองจะย้ายกลับไปที่เมืองบีเพื่อทำงานที่นั่นอีกในอนาคต
ซึ่งระบบน่าจะรวมพื้นที่ที่เธอเป็นเจ้าของ นั่นหมายความว่าคอนโดนั้นก็จะปลอดภัยเช่นกันหากเกิดวันสิ้นโลกขึ้นจริงๆ
เพราะเมื่อวันนั้นมาถึงกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ภายในเมืองหรือภายในประเทศก็คงไม่สามารถควบคุมปีศาจที่อยู่ในใจผู้คนบางกลุ่มได้
ตอนที่ 2
หลังจากออกกำลังกายตอนเช้าเสร็จเรียบร้อย เธอก็เริ่มลิสต์รายการที่เธอจะต้องตระเตรียมให้พร้อมหากวันสิ้นโลกมาถึงจริงๆ
หลังจากหน้ากระดาษเอสี่เต็มไปด้วยรายการสิ่งของต่าง ๆ เธอก็อ่านทวนอีกสองรอบโดยกลัวว่าจะขาดสิ่งจำเป็นอะไรไป
แม้วันนี้มีอะไรที่เธอต้องทำหลายอย่าง แต่เธอก็รู้ว่าตัวเองไม่อาจจะเร่งรีบจนเกินไปได้ จึงอาบน้ำและทำอาหารเช้ากินเหมือนเช่นทุกวัน
หลังจากกินข้าวและไปดูแลสวนผลไม้และดอกไม้ของตนเองแล้ว หยางชิวหลันก็ขับรถออกจากบ้านเพื่อไปซูเปอร์มาร์เก็ตที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเป็นแห่งแรก เพื่อซื้อสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ ที่ได้จดไว้ในใบรายการซื้อที่เธอทำไว้
เมื่อได้สิ่งของนั้น ๆ แล้วก็จะทำเครื่องหมายถูกไว้หลังรายการ เพื่อให้รู้ว่าเธอได้ซื้อสิ่งนี้มาบ้างแล้ว
แต่นั่นก็แค่เพื่อทำให้เธอรู้เท่านั้น มันยังไม่ใช่จำนวนที่เธอต้องการ หากได้ครบจนถือว่าเป็นการกักตุนเมื่อไร เธอถึงค่อยขีดฆ่ารายการนั้นออกไป
เก็บของทั้งหมดที่ซื้อมาใส่หลังรถแล้วก็เป็นเวลาที่ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ เกือบจะเปิดทำการพอดี เธอจึงขับรถต่อไปเพื่อซื้อของต่อในห้างสรรพสินค้าที่ใกล้ที่สุดเป็นสถานที่ถัดไป
หลังจากซื้อของจนรถเข็นคันใหญ่เต็ม หยางชิวหลันก็นำของไปเก็บไว้ที่รถก่อน ซึ่งพื้นที่กระโปรงหลังรถไม่เพียงพอในขณะนี้ เธอจึงเก็บสิ่งของไว้ในเบาะด้านหลังแทน ก่อนที่จะกลับเข้าไปในห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อสิ่งต่าง ๆ ต่ออีกครั้ง
เมื่อซื้อของจนเสร็จอีกรอบหนึ่ง เธอก็นำพวกมันวางไว้ที่เบาะด้านหลังเช่นเดิม แต่เธอก็นำสิ่งของพวกนั้นเข้าไปไว้ในพื้นที่มิติของเธอด้วย ไม่อย่างนั้นรถยนต์คันเล็ก ๆ ของเธอคงไม่มีเนื้อที่เพียงพอใส่ของพวกนี้
เธอได้เตรียมแผนสำหรับการซื้อสิ่งที่จำเป็นต้องมีไว้แล้ว เธอจะไปซื้อหลาย ๆ สถานที่ แต่ละสถานที่ก็จะไม่ซื้อของในปริมาณที่ดูมากจนเกินไป แม้จะเหนื่อยสักหน่อยที่ต้องไปหลาย ๆ สถานที่ แต่ก็ดีกว่าถูกเพ่งเล็งหรือถูกมองว่าเธอกำลังกักตุนสิ่งของ
นอกจากนี้เธอก็สามารถไปหาซื้อสิ่งของจากร้านค้าขายส่งได้อีกทางด้วย เธอยอมไปหลายสถานที่หรือแม้แต่สถานที่ไกล ๆ เพื่อให้ได้ของมากที่สุด
แม้จะทำแบบนั้นแต่ในสามวันนี้ เธอก็คิดว่าตัวเองคงจะกักตุนสิ่งของและอาหารได้มากเพียงพอให้เธออยู่ได้อย่างสบายไปได้นานมากแล้ว
วันนี้ทั้งวันหยางชิวหลันตะเวนซื้อของจนเกือบค่ำถึงได้กลับบ้าน ระหว่างทางที่รถติดเธอก็จะหันไปเก็บสิ่งของด้านหลังเบาะเข้าไปไว้ในพื้นที่ จนเบาะด้านหลังกลับมาว่างโล่งเหมือนเดิม
เธอค่อนข้างระมัดระวังตัวเล็กน้อยอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเธอค่อนข้างกังวลว่าจะมีใครสังเกตเห็นเกี่ยวกับความสามารถพื้นที่มิติของเธอ
หยางชิวหลันขีดฆ่าสิ่งของที่ซื้อมาเพียงพอแล้วในวันนี้ออกจากรายการที่ต้องซื้อไป แต่ในใบรายการที่ต้องซื้อก็ยังเหลือรายชื่อสินค้าอีกมาก
เมื่อทานอาหารค่ำเธอถึงนึกขึ้นได้ว่า เธอจะสามารถเก็บพวกอาหารปรุงสุกพวกนี้ไว้ได้หรือไม่ เพราะเธอไม่อยากจะต้องทำกับข้าวทุกวันในวันสิ้นโลก
เธอถามระบบถึงพื้นที่จัดเก็บของเธอ ว่าสามารถรักษาความคงเดิมของสิ่งที่เก็บเข้าไปได้หรือไม่ ซึ่งคำตอบก็คือได้ ดังนั้นเธอจึงเริ่มการสั่งอาหารเดลิเวอรี่หลายร้านที่เธอชอบกิน
คำสั่งซื้อของเธอคือหลายสิบรายการต่อร้าน ทำให้บางร้านโทรกลับมายืนยันว่าเธอต้องการสั่งซื้ออาหารที่มากมายเช่นนี้จริง ๆ โดยเธอได้ให้เหตุผลไปว่าจะจัดงานวันเกิดลูก ๆ ดังนั้นจึงสั่งอาหารเยอะหน่อย
ซึ่งคำตอบนี้ทำให้ร้านอาหารบางร้านเสนอโปรโมชั่นหลายอย่างให้เธอ ไม่ว่าจะเป็นชุดอาหารเครื่องดื่ม หรือซื้ออีกกี่หยวนจะได้เครื่องดื่มฟรีสองขวดอะไรจำพวกนี้
ไม่ว่าจะเป็นอะไรที่พนักงานเสนอมา เธอก็เห็นด้วยกับทางร้านทันที แม้จะต้องจ่ายเงินเพิ่มแต่เธอก็เต็มใจอย่างยิ่ง อาหารมีมากก็ยิ่งดี คำว่า"วันสิ้นโลก"ของระบบนั้น ทำให้เธอไม่ต้องการเก็บเงินไว้ในบัญชีอีกต่อไป
หยางชิวหลันจ่ายเงินออกไปราวกับสายน้ำ แต่สิ่งที่ได้มาก็นับว่าคุ้มค่าอย่างยิ่ง แม้พนักงานส่งอาหารจะมองเธอแปลก ๆ สักหน่อย แต่เธอก็เพียงมอบรอยยิ้มส่งพวกนั้นกลับไป
อาหารอุ่นร้อนเหล่านี้สามารถจัดวางไว้ในพื้นที่มิติของเธอได้ หากเกิดวันสิ้นโลกขึ้นจริง ๆ เธอก็ยังคงสามารถจะกินอะไรก็ได้ที่เธอต้องการเหมือนก่อนวันสิ้นโลก
หลังจากจัดการเก็บกล่องอาหารที่ถูกจัดส่งมาจนครบก็เป็นเวลาเกือบดึกแล้ว แม้พื้นที่มิติของเธอจะกว้างขวางแต่เธอก็ต้องจัดเก็บสิ่งต่าง ๆ อย่างเป็นระเบียบเพื่อจะได้ใช้สอยพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
เธอยังคิดว่าเธอควรจะต้องไปหาซื้ออาหารปรุงสุกพวกนี้อีกหลาย ๆ ร้านเพื่อกักตุนไว้อีกในวันพรุ่งนี้ และเธอก็คิดว่าจะซื้อไก่และปลาบางชนิดที่กินได้มาไว้ในสวนของเธอด้วย
หยางชิงหลันหยิบโทรศัพท์มือถือของเธอขึ้นมาหาดูตลาดสัตว์ปีกสัตว์น้ำทันที กว่าจะสรุปและลำดับสถานที่ที่จะไปในวันพรุ่งนี้เสร็จ เวลาก็ล่วงเลยจนดึกมากแล้ว
ตอนที่ 3
เธอยังคิดว่าจะต้องเตือนเพื่อนและญาติบางคน ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับเธอสักหน่อย
เธอดูเวลาเห็นว่าเป็นเวลาที่ดึกแล้ว จึงเลือกเพื่อนสนิทของเธอเป็นคนแรกที่เธอจะติดต่อหา เพราะหากอีกฝ่ายว่างจากภารกิจก็น่าจะยังไม่นอนในเวลานี้
ระหว่างที่เสียงสัญญาณโทรศัพท์กำลังเชื่อมต่อ เธอก็ลำดับความคิดของตนเองไปด้วยว่าจะพูดจะคุยกับอีกฝ่ายอย่างไร ปกติเธอก็เป็นคนพูดไม่ค่อยเก่งอยู่แล้ว จึงรู้สึกว่าเรื่องนี้มันยากที่จะพูดจริงๆ
“ชิวหลันเธอคิดถึงฉันแล้วเหรอ”
เสียงหญิงสาวหยอกล้อดังขึ้นทันทีหลังจากที่อีกฝ่ายรับสาย
หยางชิวหลันหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างจริงจัง
“ใช่แล้ว เสี่ยวหลาน ฉันคิดถึงเธอมาก”
หญิงสาวที่ปลายสายคล้ายรับรู้ได้ถึงน้ำเสียงที่จริงจังของเธอ จึงอดที่จะถามขึ้นมาไม่ได้
“เกิดอะไรขึ้นกับเธอหรือเปล่า”
หยางชิวหลันอยากจะเล่าเรื่องราวอันน่าแปลกประหลาดที่เธอได้พบเจอในวันนี้ให้อีกฝ่ายฟัง แต่ก็ยั้งตัวเองเอาไว้ เรื่องบางเรื่องก็ไม่ควรบอกคนอื่นจริง ๆ แม้อีกฝ่ายจะเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของเธอก็ตาม แล้วมันก็ค่อนข้างเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อเกินไปด้วย
“ไม่มีอะไรหรอก แล้วนี่เธอว่างคุยไหม จะนอนหรือยัง”
“ฉันเพิ่งกลับมาถึงหอพักพอดี เธอก็โทรมานี่แหละ เหมือนจะรู้เลยว่าฉันว่างแล้ว อิอิ"
"ภารกิจของเธอเสร็จแล้วเหรอ ถึงกลับหอพักของตัวเองน่ะ"
"ก็ใช่น่ะสิ ฉันยังคิดว่ามันน่าจะเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อสองวันก่อนแล้วนะ แต่นี่เพิ่งจะเสร็จวันนี้เอง ฉันเหนื่อยมาก ฉันต้องการไปเล่นที่สวนของเธอจะแย่แล้ว”
หยางชิวหลันอมยิ้มที่อีกฝ่ายยังคงคุยเก่งเช่นเคย
“ในเมื่อภารกิจเธอจบแล้ว เธอก็ลาพักร้อนสักหน่อยสิ ปีนี้เธอยังไม่ได้ลาเลยไม่ใช่เหรอ ถ้าเธอไม่มีแผนจะไปไหนก็มาอยู่เล่นกับฉันสักหลาย ๆ วันก็ได้นะ”
“ยังจะต้องให้เธอเตือนฉันเหรอ ฉันลายาวไว้แล้วจ๊ะ ตอนแรกฉันว่าจะไปประเทศเกาะพักผ่อนสักหน่อย แต่ในเมื่อเธอโทรมาชวนฉันแบบนี้ ฉันไปหาเธอแทนดีกว่า พวกเราจะได้ไปร้องคาราโอเกะและดื่มกันสักหน่อยด้วย”
"ได้สิ แล้วเธอจะมาวันไหนล่ะ"
"เธออยากให้ฉันไปวันไหนล่ะ"
“เธอจะมาเมื่อไหร่ก็ได้ล่ะตามใจเธอ หรือจะเป็นพรุ่งนี้เลยก็ได้นะ ฮิฮิ”
หยางชิวหลันอยากจะบอกให้อีกฝ่ายเดินทางในวันพรุ่งนี้เลย แต่ก็กลัวอีกฝ่ายจะจับสังเกตอะไรได้ ว่าเธอทำตัวผิดปกติไป จึงไม่ได้เสนอไปแบบนั้น เพียงแค่ถามด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าอย่างไม่เจาะจงเท่านั้น
“อิอิ ฉันไม่บอกเธอหรอก ฉันไปเมื่อไรเธอก็รู้เองนั่นแหละ”
หยางชิวหลันได้ฟังคำตอบของอีกฝ่ายก็ยกยิ้มขึ้นมา หากเป็นคำตอบแบบนี้ไม่แน่ว่าวันพรุ่งนี้เช้าพวกเขาก็อาจจะได้เจอกันแล้ว
“OK งั้นไว้เราเจอกันน้า”
“แล้วเธอโทรมาหาฉันดึกดื่นแบบนี้นี่ ตกลงมีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า”
“ช่วงนี้ฉัน… ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากคุยกับเธอเฉย ๆ น่ะ”
หยางชิวหลันทำเสียงลังเลและเศร้าเล็กน้อย
“อา… นี่มันก็เกือบครบรอบวันเสียของคุณป้าแล้วนี่ เธออย่าคิดมากนะ ยังไงท่านก็ไปอยู่กับคุณลุงอย่างสบายบนสวรรค์แล้ว”
“อือ ฉันทำใจได้แล้วล่ะ ยังไงก็ตกลงตามนี้นะ แล้วเจอกัน แค่นี้ก่อนล่ะ ฉันจะนอนแล้ว”
"โอเค โอเค เธอรีบนอนนะ ไว้เจอกัน"
หยางชิวหลันยกยิ้มมุมปากขึ้นมาอย่างพึงพอใจ จงเสี่ยวหลานมักจะเป็นเช่นนี้เสมอ เธอยังไม่ทันได้พูดอะไร อีกฝ่ายก็จะเข้าใจไปเองทันทีอย่างเป็นตุเป็นตะ ซึ่งหลาย ๆ ครั้งมันก็ทำให้เธอรู้สึกอดที่จะขบขันไม่ได้
หวังว่าอีกฝ่ายจะมาหาเธอได้ภายในสามวันนี้นะ หากไม่เช่นนั้นเธอคงต้องโทรเตือนอีกฝ่ายให้กักตุนเสบียงเอาไว้แทน
เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ภารกิจหลักของวันนี้ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม คือไล่ซื้อเสบียงกักตุนต่อไป
หลังจากออกกำลังกายตอนเช้าเสร็จเรียบร้อย ท้องฟ้ายังไม่ทันสว่างดี เธอคิดว่าควรเตือนพวกญาติและเพื่อนบางคนได้แล้ว
เธอเริ่มส่งข้อความไปให้คนเหล่านั้น โดยบอกว่าเธอฝันไม่ค่อยดี และอีกไม่นานนี้ก็จะมีอุกกาบาตตกด้วย หากเป็นไปได้ก็อยากให้เก็บกักตุนอาหารและน้ำดื่มเอาไว้กันบ้าง มีมากก็ดีกว่ามีน้อย ถึงจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ไม่เสียหายอะไรหากจะเสียเงินซื้อไว้สักหน่อย
หลังจากคัดลอกข้อความเพื่อส่งข้อความออกไปให้หลาย ๆ คน เธอก็ไม่ได้ดูข้อความตอบกลับจากบางคน เพราะเธอไม่อยากแชทโต้ตอบอะไรมากความ พวกเขาจะเชื่อเธอหรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เนื่องจากวันนี้เธอมีแผนที่จะเดินทางไปอีกเมืองหนึ่ง เพื่อซื้อสิ่งของต่าง ๆ