สตรีมเมอร์คนนั้นเป็นคนจากโลกแห่งภูตผี
นิยาย Dek-D
อัพเดต 14 เม.ย. 2567 เวลา 14.00 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. 2567 เวลา 14.00 น. • ดอกบัวใต้แสงจันทร์ข้อมูลเบื้องต้น
" ยินดีต้องรับโฮสต์สู่โลกแห่งภูตผีขอรับ
เนื่องจากโฮสต์เป็นผู้โชคดีผ่านเงื่อนไขฟังและอ่านเรื่องสยองขวัญตอนตีสามครบ1ล้านเรื่องพอดีระบบจึงได้มอบบริการพิเศษทะลุมิติฟรีให้กับโฮสต์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ยินดีด้วยขอร้าบบบบ(( (o (*゚▽゚*) o) )) "
" ห๊ะ…???"
แค่ปั่นงานแบบมาราธอนติดต่อกันหลายเดือน "จันทร์" ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะตายแล้วมาเกิดใหม่ในโลกยุคดวงดาวที่ประชากรส่วนใหญ่ของโลกดันเป็นเหล่าภูตผีเทพปีศาจแบบในนิทานตำนานแถมมีระบบประจำตัวเหมือนในนิยายแบบนี้ ส่วนมนุษย์ปกติก็ยังมีอยู่ แค่นู่น!!! อยู่ไกลแบบไกลสุดๆ ไกลคนละกาแล็กซี่เลย
ที่แน่ๆตอนนี้จันทร์ที่เกิดใหม่เป็นภูตแมวเด็กใกล้จะกลายเป็นแมวจรที่ตังค์หมดโบ๋เบ๋แล้วล่ะทุกคน สองเด็กเล็กแบบเขากับระบบคงต้องรีบหาเงินก่อนจะได้กินแกลบจริงๆแล้ว!!!!
ไหนๆก็อยู่โลกอนาคตที่มีอาชีพสตรีมเมอร์แบบที่ชอบอ่านในนิยาย แถมเขาก็เป็นแมวดำที่น่ารักสุดๆซะด้วย งั้นเราไปตกทาสแบบข้ามดวงดาวกันเถอะระบบ!!! ไปทำความฝันสูงสุดในชีวิตก่อนให้เป็นจริงกัน!!!
"อยากเกิดเป็นแมวคนรวยครับ!!!!"
ช่อง ที่บ้านมีแมวยัง จะเริ่มถ่ายทอดสดในอีก
3…2…1
จันทร์เจ้าเอ๋ย (ร่างแมว)
แซลม่อน ระบบเด็กที่ตามน้องจันทร์มาเกิดใหม่ ในฐานะเอไอประจำตัว
แฮ่ มัมหมี ป่ะปี๊จ๋า รับหนูไปเลี้ยงหน่อยจิ
(≧∇≦) / มาทำความรู้จักกันค่ะ (≧∇≦) /
สวัสดีค่ะทุกคน เราเป็นนักเขียนมือใหม่หัดเขียนอาจจะมีข้อผิดพลาดตรงไหน เราขอโทษด้วยนะคะ ถ้าใครเจอคำผิดหรือควรแก้คำไหนบอกเราได้เลยนะ
อ้อๆ นิยายเรื่องนี้จะลงแบบวันเว้นวันนะคะ งานเราค่อนข้างยุ่งแต่สัญญาจะแต่งจนจบค่ะ
***ในกรณีที่เราหายไปหรืออัพช้า ได้โปรดรู้ไว้***
ถ้าไม่ติดงานโดนเดทไลน์โถมใส่อยู่ ก็น่าจะติดนิยายเรื่องไหนสักเรื่องหรือหลายเรื่องอยู่ค่ะ
แต่จะพยายามไม่ขี้เกียจและมาแต่งให้ทุกคนนะคะ
เราสัญญา สัญญาจริงๆนะ มองตาเรา…????????????
คำเตือนค่า(ᗒᗣᗕ) ՞
นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายfeel goodแนวชายชาย ตัวละครชายในเรื่องสามารถท้องได้ รวมทั้งยังมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับภูตผีปีศาจสิ่งมีชีวิตในตำนานเรื่องเล่าต่างๆ อีกด้วย
เหตุการณ์ การกระทำของตัวละคร รวมทั้งสถานที่ต่างๆ ในเรื่อง เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่ง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือสถานที่ในชีวิตจริง
หากมีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
(灬♥ω♥灬) มาเลี้ยงแมวเด็กให้พุงกลมๆ ไปด้วยกันนะคะ (灬♥ω♥灬)
ผู้เขียน : ดอกบัวใต้แสงจันทร์
เปิดเรื่อง : 30 กันยายน 2566
ปิดเรื่อง : ___
ตอนที่ 0 ก่อนจะเป็นสตรีมเมอร์แมว
‘ก่อนจากกันในไปในค่ำคืนนี้ ถ้าคุณชอบเรื่องผี เรื่องราวสยองขวัญ เราคือพวกเดียวกัน
หากใครที่กำลังรับฟังเรื่องราวเรื่องนี้อยู่ในหอพักอยู่คนเดียวตอนกลางคืน ลองสังเกตดูนะครับ ว่าตอนนี้คุณกำลังรับฟังอยู่คนเดียว หรือมีใครบางคนกำลังนั่งฟังอยู่กับคุณ สำหรับวันนี้…สวัสดีครับ’
ต๊อกแต๊ก ต๊อกแต๊ก
เสียงกดแป้นพิมพ์ดังไปคลอไปกับเสียงคลิปเล่าเรื่องผีทำให้การนั่งทำงานในห้องคนเดียวยามค่ำคืนไม่เงียบเหงาเกินไป
จริง ๆ เขาไม่ได้ตั้งใจจะเปิดหรอก แต่ไม่รู้ด้วยการสุ่มหรือยังไง ยูทูปถึงชอบรันเรื่องผีมาให้เขาฟังทุกที บางครั้งเขาเปิดคลิปเกมของพี่ตาเยกอยู่ดีๆ แท้ๆ รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นเรื่องผีไปซะแล้ว
“อ้าาา ในที่สุด!!!! เป็นไทแล้วจ้าาาา”
หลังจากที่เช็คดูครั้งสุดท้ายว่างานน่าจะไม่มีปัญหาตรงไหนให้เสี่ยงโดนส่งกลับมาแก้อีกรอบ เขาก็รีบกดเรนเดอร์แล้วทิ้งตัวไปนอนรอบนเตียงใกล้ๆทันที
เฮ้อ… 3เดือนแล้วที่ ‘จันทร์’ หรือจันทร์เจ้าเอ๋ย เร่งปั่นงานแบบเดดไลน์ชนเดดไลน์จนแทบไม่มีเวลาให้ไปทำอะไรเลย แม้เอาเข้าจริงต่อให้จะมีเวลานอกจากการออกไปหาของกินอร่อยๆ ฮีลใจ เขาแทบไม่ออกไปไหนอยู่แล้วก็ตามล่ะนะ
ถามว่าอยากออกไปเที่ยวไหม บอกเลยว่าอยากมากๆๆๆ จ้า แต่จะให้ไปคนเดียวมันขี้เกียจอ่ะ แถมยังไม่มีคนช่วยหารค่าใช่จ่ายต่างๆ อีกต่างหาก มันแพง
จันทร์อาศัยอยู่คนเดียวในเมืองหลวงมาหลายปี เพื่อนๆ ที่สนิทเองก็แยกย้ายกันกลับจังหวัดบ้านเกิดหลังเรียนจบกันหมดแล้ว พวกเขาต่างคนต่างมีภาระหน้าที่การงานของตัวเองที่แตกต่างกันไปทำให้เป็นเรื่องยากที่จะนัดเจอกันในแต่ละครั้ง เพราะแบบนั้นจันทร์เลยกลายเป็นคนติดบ้านไปโดนปริยาย
ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งก็คงเป็นเพราะเงินเดือนเริ่มต้นของเด็กจบป.ตรีที่ขนาดตอนนี้เขาทำงานมาแล้วสามปีก็ยังสวนทางกับค่าใช้จ่ายในเมืองหลวงอยู่ ทำเอาความอยากเที่ยวลดลงฮวบๆ เลย
นี่ขนาดจันทร์ไม่มีภาระค่าใช้จ่ายอย่างอื่นเป็นพิเศษยังเดือนชนเดือนสุดๆขนาดนี้ ถ้ามีหนี้ขึ้นมาไม่อยากคิดเลยจ้าว่าสภาพเขาจะเป็นไง…
เวลาส่วนใหญ่ของเขา นอกเหนือจากเวลาทำงานจึงหมดไปกับการกินนอน ซักผ้าและอ่านนิยายเท่านั้น
ใช่แล้ว!! จันทร์น่ะเป็นแฟนนิยายตัวยงเลย หรือถ้าจะให้พูดตรงๆก็ติดนิยายนี่ล่ะ แถมค่อนข้างจะอ่านได้ทุกแบบไม่ว่าชายชาย ชายหญิง ยันหญิงชาย เหลือแค่หญิงหญิงล่ะมั้งที่ยังไม่ลองอ่าน
เอ…หรือเคยอ่านนะไม่แน่ใจเหมือนกัน
อีกสิ่งที่เขาชอบทำบ่อยๆ ก็คือการนอนโง่ให้ยูทูปดูตัวเอง แค่ก ๆ หมายถึงดูยูทูปนั่นล่ะ แต่เขาชอบเปิดคลิปทิ้งไว้แล้วทำอย่างอื่นไปด้วยไง หลายๆ ครั้งเลยเหมือนเปิดให้ยูทูปดูเขาแทนมากกว่า แบบเข้าหูซ้ายแล้วปุ้ง! แทงทะลุหูขวาออกไปเลย เหอๆๆ
แน่นอนยูทูปที่มีคลิปวิดีโอมากมายหลากหลายคอนเทนต์ สิ่งหนึ่งที่ขนาดไม่ได้เด็ดขาดคือ ‘เรื่องผี!!’ ที่ไม่ว่าจะเปิดฟังแบบจริงจัง เปิดเพื่อไม่ให้ห้องเงียบตอนทำงาน หรือเปิดเป็นเสียงกล่อมนอนเขาก็ทำมาหมดแล้ว
ไม่อยากจะโม้นะแต่เสียงพี่แจก the ghost video เสียงพี่ต้นข้าว คืนพฤหัส หรือพี่สอง songlc เจ้าของคลิปที่เพิ่งจบไป จะคนไหนก็โคตรจะน่านอนเลย บางทีเปิดปุ๊บคือวาร์ปปั๊บ จากที่ไม่ง่วงก็หาวหวอดๆ ได้เฉยเลย
แต่ข้อเสียอย่างหนึ่งเวลาเปิดเรื่องผีแล้วเผลอหลับคือบางทีเรื่องผีเรื่องนั้นอาจจะตามเข้าไปไปในฝันนี่สิ คราวนี้จากที่จะได้หลับสนิท หลับฝันดีก็จะกลายเป็นได้มาวิ่งหนีผีสุดชีวิต ไม่ก็มาใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะความลุ้นว่าจะโดนผีหาเจอตัวไหมแทน
ซึ่งหลายๆ ครั้งพอสะดุ้งขึ้นมา หัวใจเขานี่เต้นรัวอย่างกับจะทะลุออกมาเลยล่ะครับ
หาว….
อืม…คิดเรื่องปุ๊บก็ง่วงจริงปั๊บเลยอ่ะ แต่ก็ไม่แปลกหรอก ตีสามแล้ว ตีสามอีกแล้วจ้า
ให้นอนดึกเพราะมัวแต่เล่นเกม ดูหนังหรืออ่านนิยาย งทำอะไรที่ชอบน่ะ เขาทำได้นะไม่ค่อยรู้สึกรู้สาอะไรหรอก ยันหว่างก็ไหว ชินแล้ว
แต่พอต้องมานั่งทำงานจนดึกเนี่ยเหนื่อยจนตัวเหลวเป็นสไลม์เลยครับ แล้วคิดดูสิเป็นแบบนี้ติดต่อกันหลายๆ เดือนแล้วอ่ะ
ยิ่งถ้าวันไหนต้องเข้าออฟฟิตนะ บางทีกลับตีสี่ตีห้าเพิ่งจะกลับบ้านยังมีเลยก็มี หึ้ย ถ้าไม่ติดว่ารอบนี้เจ้านายสุดที่รักบอกว่าจะให้เงินพิเศษละก็!!!
ก็…
ปลง…
ทำไงได้เขาเป็นพวกไม่อยากไปเริ่มต้นที่ใหม่แถมยังชอบรรยากาศการทำงานที่นี่มาก ๆ เราอยู่กันเป็นครอบครัวจริง ๆ ไม่ใช่ครอบครัวแบบแอบหยิกหลังกัน แถมงานสมัยนี้ก็หายากด้วย อุตส่าห์มีงานให้ทำทันทีเรียนจบทั้งที เขาก็ไม่อยากเสี่ยงตกงานเพราะดันลาออกเองหรอกนะครับผม
อีกอย่างในออฟฟิตเขามีแมวให้น้วยให้ฟัดเล่นด้วยนะ ทาสแมวแบบเขารักสิ่งนี้สุดๆ เวลาเหนื่อย ๆ หรือเครียด ๆ ก็ได้พวกมันนี้ล่ะช่วยฮีลใจ แค่ต้องแลกด้วยการปรนนิบัติให้ข้าวให้น้ำทุกครั้งที่มันมาขอแค่นั้น แต่เขามีหน้าที่แค่เอหารให้ ไม่ได้มีหน้าที่ออกเงินซื้อให้หรอก แหะๆ เขาแกลบอ่ะ ถ้าเปย์ไปนี่คือหายนะทางการเงินเลยนะ ไม่ไหวๆ
จะว่าไปเขาก็เริ่มสงสัยอยู่นิดหน่อย ว่าตอนนี้เหล่าแมวออฟฟิตเห็นหน้าเขาเป็นอาหารรึเปล่า เจอหน้ากันปุ๊บ แต่ละตัวหิวปั๊บกันเสมอ… แค่ถือจานข้าวก็เอาตัวมาถูจนกลัวหัวจะหลุดติดขาเขามาแล้ว แต่เสียใจด้วยแมว นี่อาหารคน อดจ้าาาาา
นั่นล่ะ เพราะแบบนั้นเขาเลยยังเลือกที่จะยังทำงานอยู่ที่นี่ต่อ ถึงจะเงินน้อยแต่ก็ถือว่าแลกสังคมและสุขภาพจิตละกัน…
แม้สุดท้ายก็จะกรีดร้องกันแทบทุกครั้งที่เงินเดือนออกล่ะนะ เหอะ ๆ (。╯︵╰。)
อ่า หนังตาเขาเริ่มงอแงอยากจะปิดแบบกันสุด ๆ แล้วสิ แต่งานมัน…
จันทร์พยายามยืดคอไปมองจอคอมอีกครั้ง ตอนนี้เวลานับถอยหลังการเรนเดอร์ที่เหลือยังมีอีกเป็นชั่วโมงเลยกว่าจะเสร็จ เฮ้อ ง่วงงงงงงง
งืม…
ปะ!! เอางี้ดีกว่า เขาของีบก่อนละกัน เดี๋ยวตื่นมาค่อยส่งตอนกลางวันเอาก็ได้ ยังไงส่งไปตอนนี้ก็ไม่มีใครตรวจให้แล้วอยู่ดี
ถ้ารอบนี้ไม่มีต้องแก้อะไรเพิ่มอีก เขาก็จะได้นอนโง่ ๆ รอลุ้นเงินเดือนกับเงินโบนัสสุดที่รักที่กำลังจะออกในอีกไม่กี่วันสักที อย่ามีแก้เลยนะ สาธุ!!!
คอยดูนะ เดือนหน้าเขาจะกินปิ้งย่างให้เต็มคราบชดเชยที่เดือนนี้ที่แทบไม่ได้กินเลย!!!
แซลม่อน ชาบู ปิ้งย่าง หม่าล่า หมูย่างเกาหลี ถ้าไม่กินจนเงินหมดตัวอย่ามาเรียกพี่ว่า จันทร์เจ้าเอ๋ยเลย
เรื่องละลายทรัพย์ตัวเองเขาถนัดมากบอกเลย!!!
จันทร์เจ้าเอ๋ย : ของีบแปปนึงแล้วจะรีบส่งงานครับ
พี่ๆที่ทำงาน วันต่อมา : อ๊ากกกกก ใครติดต่อจันทร์ได้บ้าง ลูกค้าจะเอางานวันเย็นนี้!!!!
Talk
เปิดเรื่องมาแล้ว เอาจริง ๆ เราว่าเขียนนิยายหรือเขียนบทอะไรเนี่ย การเริ่มเรื่องมันโคตรยากเลยค่ะทุกคนนนน
ว่าแต่มีใครเป็นเหมือนน้องมั้ยคะ ที่ตอนทำงานต้องเปิดอะไรฟังไปด้วย เราว่าหลายๆ คนอาจจะฟังเพลง แต่ความขำของเรากับเพื่อนในคณะสมัยเรียนคือ ฟังเรื่องผีจ้า ฟังไปฟังมาจากกลัวกลายเป็นเหมือนได้ยานอนหลับแทนด้วยนะ
ใครอยากหาเรื่องผีฟัง เราแนะนำช่องเล่าเรื่องผีสุดโปรดของเรา และเป็นเรฟชื่อช่องยูทูปที่จันทร์เจ้าเอ๋ยชอบเช่นกัน นั้นคือ!!!
The ghost radio - พี่แจ็ค
คืนพุธมุดผ้าห่ม - พี่ต้นกล้า
nuenglc -พี่หนึ่ง
เป็นสามช่องที่เราชอบมาก และเผลอฟังจนหลับแล้วไปหลอนต่อบ่อยเลย โดยเฉพาะของพี่หนึ่งที่บรรยากาศกับโทนเสียงบางทีก็หลอนแบบไม่รู้ตัว
เอาเป็นว่าเราพาน้องมาฝากตัวกับทุกคนก่อนน้า
อย่าลืมมาให้กำลังใจน้องกันนะทุกคน
มีคำผิดตรงไหนบอกเราได้นะคะ หวังว่าทุกคนจะชอบน้า สำหรับวันนี้บ้ายบายนะคะ
ตอนที่1 สตรีมเมอร์แมวถูกส่งมาต่างโลก
“ฮัลโหล ๆ เทส ๆ โฮสต์ได้ยินเสียงระบบไหมขอร้าบ ได้โปรดตอบรับเสียงสัญญาณที่เรียกท่านหน่อยขอร้าบบบบ’
งืม… หนวกหู
“โฮสต์ตื่นเถอะขอรับ ไม่งั้นระบบโดนระบบแม่ตีเพราะทำงานช้านะ แง”
ด้วยความที่ทนเสียงเล็ก ๆ ที่งอแงอยู่นี่ไม่ไหว เขาเลยจำเป็นต้องเปิดตาขึ้นมาแบบสะลึมสะลือ
ภาพตรงหน้าแทนที่จะเป็นห้องนอนของเขาอย่างที่ควรเป็น กลับกลายเป็นพื้นที่โล่งกว้างมืด ๆ ที่มองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากหน้าจอโฮโลแกรมแปลก ๆ ที่กำลังเปลี่ยนหน้าอิโมจิไปมาเหมือนคนสติแตกอยู่ตอนนี้
อ่า…สถานการณ์แบบนี้นี่มัน…
“ฮะ ๆ ฝันล่ะจันทร์ แกฝันแน่ ๆ อ่านนิยายจนเอามาฝันอีกแล้วนะ”
จันทร์พลิกตัวนอนหงายพร้อมนวดขมับตัวเองแรง ๆ เพื่อจูนสมอง
มันเป็นเรื่องปกติมากที่เขาจะติดนิยายเรื่องไหนแล้วอินจนเก็บไปฝัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นฝันเกี่ยวกับตอนที่อ่านค้างไว้ล่าสุด หรือเรื่องที่เขากำลังลุ้นมากๆ จนสมองน่าจะอดทนรอไม่ไหวเลยมโนเรื่องต่อจากนั้นให้เองเสร็จสรรพซะมากกว่า
ประเด็นคือ เขาเพิ่งอ่านเรื่องล่าสุดจบไง ไรท์แต่งดี แฮปปี้สุดๆ ไม่มีอะไรต้องค้างคา แล้วไหงตอนนี้เขาถึงฝันได้อีกเนี่ย!!! หรือหลอนงาน…
“โอ้ ๆ โฮสต์ตื่นแล้ว ยินดีต้องรับโฮสต์สู่โลกแห่งภูตผีขอรับ เนื่องจากโฮสต์เป็นผู้โชคดีผ่านเงื่อนไขการฟังและอ่านเรื่องสยองขวัญตอนตีสามครบ1ล้านเรื่องพอดี ระบบแม่จึงได้มอบบริการสุดพิเศษ ทะลุมิติฟรีแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายให้กับโฮสต์ ยินดีด้วยขอร้าบบบบบ ( ((o (*゚▽゚*) o) )) ”
“ห๊ะ…???”
เอาล่ะๆ แบบนี้มันต้องใช้วิธีคลาสสิคในหนังหรือนิยายเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองฝันรึเปล่าแบบการหยิกตัวเองสินะ
เฮ้อ ไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่ตัวเองต้องทำแบบนี้แถมกรณีนี้อีก “โอ๊ย!!!”
“โฮสต์หยิกตัวเองทำไมเนี่ย (p_q) !!”
“โอย… เดี๋ยวนะ นี่หมายความว่า ผมตายแล้วทะลุมิติแบบในนิยายเหรอ!!!???” ขอย้ำอีกนิดเพื่อความแน่ใจ
“ใช่แล้วขอรับโฮสต์ ทะลุมิติไปโลกใหม่แบบที่โฮสต์อยากทำไงขอรับ จากบันทึกข้อมูลของระบบแม่ ในช่วงระยะเวลา1ปีโฮสต์ได้พูดว่าอยากทะลุมิติไม่ต่ำกว่าพันครั้งเป็นประจำทุกๆปีเลยขอรับ ใจจิตและปณิธานโฮสต์แน่วแน่มาก…!!!”
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก!!!”
“โฮสต์!!!! Σ (° △ ° |||) ”
“ทำไมถึงพามาตอนนี้ล่ะระบบ ผมเพิ่งทำงานเสร็จจนเหลือแค่ส่งแล้วอ่ะ ยังไม่ได้ใช้ที่มาจากเงินจากความเหนื่อยนี่เลยสักแอะ แถมยังไม่รู้ว่าปีนี้เงินเดือนจะขึ้นเท่าไรอีก แบบนี้โคตรจะตายตาไม่หลับเลยนะระบบ
ฮือ ถ้าพามาช่วงที่ยังไม่เริ่มปั่นงานหรือหลังจากได้อิ่มหนำกับยอดเงินแล้วจะยังไม่เสียใจแบบนี้เลย”
จันทร์กรีดร้องพร้อมกลิ้งไปมา สติแตกยิ่งกว่าระบบที่กลัวโดนแม่ตีเมื่อกี้อีก
ตอนโควิดเริ่มระบาดสมัยเรียนปีสี่ เขารึอุตส่าห์ขอให้ซอมบี้รีบ ๆ มาบุกไปซะแทบทุกวัน จะได้ไม่ต้องทนธีสิสที่ทำร้ายทั้งจิตใจทั้งสมองนี่ต่อ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีซอมบี้ไม่มาเกิดขึ้นสักตัว แล้วพอทีแบบนี้น้าาาา สวรรค์โคตรไม่เป็นใจเลยอ่ะ แง
ที่หรรษากว่านั้นคืออะไรรู้มะ ขนาดเขาเรียนจบมาจะสามสี่ปีแล้วโควิดก็ยังไม่หายไปสนิทด้วยล่ะ…
“ฮือ ระบบเองก็กำหนดเรื่องนี้ไม่ได้เหมือนกัน ระบบกอด ๆ โฮสต์ ( ((つ> <) つ” เข้าหน้าจอระบบลอยมาคลอเคลียใกล้ๆ เขา
“…”
อุก!!! ดาเมจความนุ่มฟู300%!!!!
โอ..เค ไม่โกรธแล้วจ้า ทำเสียงน่ารักๆ พร้อมสีหน้าแบบนั้นใครยังโกรธไหวก็โกรธไปเลย แต่เขาคนนึงล่ะที่ไม่
ในนิยาย พวกตัวเอกส่วนใหญ่จะเจอระบบที่พูดเสียงโมโนโทนคล้ายสิริ ไม่ก็เป็นหน้าจอสุดโกงที่สามารถให้ความช่วยเหลือ หรืออธิบายรายละเอียดที่อยากรู้ได้แต่ไม่สามารถพูดได้ซะมากกว่า
ส่วนเขาดันได้ระบบที่ดูชีวิตจิตใจ ช่างพูดช่างคุยเหมือนกับเด็กเล็กตัวน้อยๆ แถมดูขี้อ้อนสุด ๆ แบบนี้ไปเลยด้วย
ใจมันก็จะเหลว ๆ หน่อยอ่ะน้า เขาทนกับสิ่งน่ารักๆ แบบนี้ไม่ได้ด้วยสิ (//ω//)
“ฟู่… โอ๋ๆ ระบบอย่าร้อง ผมไม่ได้โกรธระบบแค่แบบสติแตกนิดหน่อย (?) แค่นั้นล่ะ ก็นะ ถึงหวังไว้ตลอด แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้ทะลุมิติจริงๆ นี่นา”
“ระบบไม่ร้องขอรับ ระบบยังไม่มีร่างเลยไม่มีน้ำตา”
จ้ะ…
“งั้นตอนนี้ผมอยู่ที่ไหนอะไรยังไง ระบบพอจะบอกผมได้ไหม แล้วไอ้โลกแห่งภูตผีเนี่ย!! ได้ข่าวว่าทุกครั้งที่บอกว่าอยากทะลุมิติ ผมจะดอกจันตัวใหญ่ ๆ กำกับไว้ตลอดเลยนะว่า ถ้าได้ทะลุมิติขอให้ไม่ใช่พวกโลกซอมบี้กับโลกผีอะไรแบบนี้???”
ความสามารถในการเอาตัวรอดของมนุษย์ออฟฟิศซินโดรมแบบเขานั้นเท่ากับ 0 ให้หนีซอบบี้แบบในนิยายน่าจะเหนื่อยตายก่อน ไม่ก็เกิดปุ๊บคงได้เป็นซอมบี้ปั๊บเลย มีสถานะเหมาะเป็นอาหารซอมบี้มากกว่าใช้ชีวิตจ้ะ….
ส่วนโลกผีน่ะ เหอะ ๆ ต่อให้เขาจะชอบฟังเรื่องผีหรือดูหนังผีมากแค่ไหน แต่ขอบอกเลย เขาน่ะกลัวผีมากๆๆๆๆ กลัวแบบขึ้นสมองเลย ขนาดอยู่บ้านตัวเองแล้วปิดไฟที่บันได เขายังต้องรีบวิ่ง 4x100 เพื่อไม่ให้ถูกผีจับได้เลย
ต่อให้บางทีจะคิดว่า ถ้ามีผีมองอยู่จริงๆ มันคงทำสายตาสมเพชแล้วด่าเขาว่า ‘อย่าสำคัญตัว’ ก็เถอะ…
“ไม่ต้องกังวลขอรับโฮสต์ โลกแห่งภูตผีที่โฮสต์กำลังจะไปเกิดเป็นโลกคู่ขนานกับโลกเดิมของโฮสต์ เหล่าภูตผีและสัตว์วิเศษถือเป็นบุคคลๆ หนึ่งไม่ต่างกับมนุษย์เพียงแค่แตกต่างกันที่เผ่าพันธุ์เท่านั้นขอรับ เพราะฉะนั้นไม่มีเรื่องน่ากลัวแน่นอน ระบบยืนยัน”
“สัตว์วิเศษ!!” ผมนี่ตาวาวเลยครับ
“ใช่แล้วขอรับ งั้นเดี๋ยวระบบจะอธิบายเกี่ยวกับโลกใบนี้ให้โฮสต์เลยนะขอรับ σ (≧ ε ≦ σ) ♡”
โลกใหม่ที่เขากำลังจะไปเกิดเป็นโลกคู่ขนาดกับโลกเดิมของเขาตามที่ระบบบอก โชคร้ายที่โลกใบนี้หลังจากช่วงเวลาที่เขาจากมาไม่ถึง100ปี วันสิ้นโลกที่มนุษย์หวาดกลัวก็ได้มาถึง แต่ความตลกร้ายคือ…
วันสิ้นโลกนั้น…
เกิดจากฝีมือของมนุษย์เอง
สงคราม ขยะ และมลพิษ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้โลกพังทลาย
ดิน น้ำและอากาศถูกปกคลุมด้วยมลพิษจนทำให้ทั้งมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นล้มตายกันเป็นจำนวนมาก ไหนจะภัยธรรมชาติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นติด ๆ กันทุกจุดบนโลก ราวกับว่า…พระเจ้านั่นต้องการจะกวาดล้างสิ่งมีชีวิตที่ทำร้ายโลกใบนี้ให้หมดสิ้น
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปัญหาจากทุกทิศทาง ในที่สุดมนุษย์ที่ก่อนหน้านี้เคยตีกันแทบตายก็หันจับมือกัน ลืมความบาดหมางในอดีตทั้งหมดเพื่อหลบหนีจากวิบากกรรมครั้งใหญ่ครั้งนี้แทน
ประเทศมหาอำนาจทั้งหลายได้ทำการรวบรวมคนที่ยังมีชีวิตอยู่จากทุกมุมโลกอย่างเร่งด่วน ก่อนจะพากันเดินทางออกสู่ห้วงอวกาศ ทิ้งบ้านเก่าของตัวเองหลังนี้ไว้เบื้องหลัง
เรียกได้ว่าพวกเขาเลือกวิธีไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าต้องอยู่บนโลกนี้ต่อแม้แต่วินาทีเดียว
น่าเศร้าที่ในตอนนั้นจำนวนผู้รอดชีวิตมีอยู่ไม่ถึง10%ของประชากรโลกแล้วด้วยซ้ำ ไม่ต้องถามถึงประเทศไทยในโลกนี้ที่มีเรื่องราวและเหตุการณ์หลายๆอย่างไม่ต่างจากโลกเดิมของเขา ทำให้ชาวไทยที่เหลือรอดมีอยู่เพียงแค่เกือบร้อยคนเท่านั้น
มิหนำซ้ำเกินครึ่งในนั้นยังเป็นคนที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในประเทศไทย หรือไม่ก็กำลังทำกิจกรรมต่างๆอยู่ที่ประเทศอื่นทั้งสิ้น
ต่อมาเมื่อโลกไร้ซึ่งมนุษย์ โลกก็ได้เริ่มต้นการชำระล้างทุกสิ่งอย่างบ้าคลั่งอีกครั้งทันที อารยะธรรม สิ่งก่อสร้างทุกอย่างของมนุษย์ถูกทำลายด้วยพลังทั้งหมดของโลกที่สิ้นหวัง การปล่อยให้มนุษย์ส่วนน้อยเหล่านั้นได้รอดชีวิตถือเป็นความเมตตาครั้งสุดท้ายของผู้ที่เคยสร้างพวกเขาขึ้นมา
หลังจากการทำร้ายล้างครั้งนั้นไม่นาน พลังชีวิตที่เหลืออยู่ในธรรมชาติได้ค่อย ๆ ก่อตัวรวมกันจนกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งชีวิตขึ้นมา
"อิกดราซิล" หรือต้นไม้โลก ผู้เป็นทั้งความรักและเป็นผู้ประคับประคองให้โลกค่อย ๆ มีความหวังในชีวิตขึ้นมาอีกครา
ต้องขอบคุณเหตุการณ์นี้ วันสิ้นโลกที่ทุกชีวิตหวาดกลัวจึงกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ เหมือนการล้างโลกที่เคยเกิดขึ้นในทุก ๆ หลายล้านปีแทน เพียงแต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดแค่นั้น และโลกจะไม่ต้องเริ่มต้นใหม่เพียงผู้เดียวอีกต่อไป
สองชีวิตผู้ยิ่งใหญ่คอยปลอบประโลมและฟื้นฟูกันและกัน ในที่สุดโลกก็กลับมามีพลังมากพอที่จะให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของมหายุคใหม่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้จะไม่ใช่การวิวัฒนาการแต่เป็นการกำเนิดจากพลังของพวกเขาเอง
ทั้งสองไม่ใจร้ายพอที่จะให้ลูก ๆ ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทั้ง ๆ ที่พวกตนมีความรู้และความทรงจำมากมายของทุกชีวิตบนโลกในช่วงเวลาที่ผ่านมาอยู่ ในทางกลับกันอิกดราซิลก็ไม่มีทางที่จะปล่อยให้เกิดเรื่องร้าย ๆ กับคนรักของตนอีกแน่นอน
ความไม่รู้ของสิ่งมีชีวิตทรงปัญญา ล้วนนำพามาซึ่งปัญหาและการล่มสลายของตนเองและที่สิ่งรอบข้าง
ลูก ๆ กลุ่มแรกของพวกเขาหรือผู้อาวุโสรุ่นแรกเป็นจึงผู้ที่เก่งกาจและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเวทย์ ความสามารถ ความงดงามเหมือนเรื่องราวเกี่ยวกับเหล่าเทพภูตผีปีศาจในตำนานของมนุษย์ แถมยังมีความทรงจำจากอดีตมากพอที่จะช่วยเหลือและพัฒนาสิ่งต่างๆ ได้ในเวลาอันรวดเร็ว ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ได้รู้บทเรียนจากการทำลายธรรมชาติมาจากความทรงจำเหล่านั้นด้วย
ที่สำคัญพวกเขาชาวภูตผีอมนุษย์นั้นรู้ว่าโลกและอิกดราซิลคือบิดามารดาผู้ให้กำเนิดของตน ไม่ใช่การหาทฤษฎีการกำเนิดของตนเอง และตีความว่าตนคือผู้อยู่เหนือทุกสิ่งแบบที่มนุษย์ทำ ความรักและจิตสำนึกของพวกเขาต่อโลกและธรรมชาติจึงมีมากกว่าสิ่งมีชีวิตในอดีตเท่าทวี
ด้วยเหตุนี้เองเหล่าอมนุษย์ทั้งหลายจึงร่วมมือกันใช้พลังของตัวเองช่วยเหลือมารดาของตนจากโรคร้ายที่กำลังเผชิญ พร้อมทั้งช่วยบิดาฟื้นฟูธรรมชาติสิ่งแวดล้อม แม้จะยังไม่สามารถทำให้กลับมาเหมือนเดิมได้ 100% แต่ก็เพียงพอแล้วกับการอาศัยของพวกเขา
แต่คิดอีกแง่ นี่อาจจะดีกว่าตอนที่มนุษย์ยังอยู่ในอดีตก็ได้นะ
หลังจากผ่านยุคฟื้นฟูโลกไป เผ่าพันธุ์วิเศษต่าง ๆ ก็เพิ่มจำนวนกันมากขึ้น และสร้างสังคมโลกใหม่ในแบบตัวเอง เผ่าพันธุ์ที่มีความชื่นชอบและอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมคล้ายกันก็ยินดีที่จะแบ่งปัน เรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกันแบบไม่มีการแย่งชิงหรือสงครามเยี่ยงที่มนุษย์เคยทำ โดยจะมีอิกดราซิลเป็นจุดศูนย์กลางที่เชื่อมต่อโลกกับอมนุษย์ รวมทั้งยังเป็นจุดรวมตัวเพื่อพบปะกันของเหล่าผู้นำจากที่ต่าง ๆ เพื่อพบปะและปรึกษาหารือกันในทุกปีอีกด้วย
เวลาผันผ่านไปจากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ในที่สุดเหล่าภูตผีก็ได้พบเจอกับมนุษย์อีกครั้งในช่วงเวลาหลายพันปีต่อมา
มนุษย์เหล่านั้นคือลูกหลานของมนุษย์ที่จากโลกใบนี้ไป และกลับมาเพียงเพราะอยากสำรวจบ้านเก่าของบรรพบุรุษเผื่อมีอะไรหลงเหลืออยู่พอจะช่วยเหลือโลกใหม่ของตนได้เท่านั้น
โชคดีที่มนุษย์เองได้รับบทเรียนจากภัยสงครามในอดีตมาก่อนแล้ว พวกผู้นำในตอนนั้นเองก็ไม่ได้มีจิตใจที่เลวร้ายหรือต้องการแย่งโลกใบนี้คืนแต่อย่างใด แถมยังได้มาพบรักกับชาวอมนุษย์ที่นี่อีกด้วย
การพบกันครั้งนี้จึงกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของทั้งสองโลกจากการจับมือเป็นพันธมิตรกันครั้งแรกระหว่างของคนและภูตผี โดยหลังจากการเชื่อมสัมพันธ์กันครั้งนั้นทั้งสองโลกก็เกิดความเปลี่ยนแปลงไปอีกขั้นหนึ่งทั้งสองฝ่าย
โลกของพวกเขา แม้เขาจะอุดมสมบูรณ์ด้วยพลังชีวิต เวทมนตร์และพืชพรรณวิเศษ แต่ที่สิ่งหนึ่งที่ยังขาดไปคือ เทคโนโลยี…
พอมนุษย์เข้ามา และนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเผยแพร่ ชาวภูตผีไม่ต้องเสียพลังของตัวเองในทำการทำสิ่งต่างๆ เท่าเมื่อก่อนอีก เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมาช่วยทำให้ชีวิตได้ง่ายขึ้นเยอะ
ดีนะ ที่เทคโนโลยีของมนุษย์ในปัจจุบันพัฒนาขึ้นจนไม่ก่อให้เกิดปัญหากับสิ่งแวดล้อมเหมือนอดีตอีกแล้ว พวกเขาเลยยินดีที่จะใช้มันได้แบบสบายใจไม่ต้องคอยกังวล
ก็แหม ถ้าใช้พลังของตัวเองน่ะมันเหนื่อยมากนะ ตัวอย่างเช่นการเดินทางก็หนึ่งละที่เหนื่อยสุดๆ
ขนาดพวกผู้อาวุโสเองเวลาเดินทางมาประชุมกันที่ต้นไม้โลกแต่ละครั้งยังต้องเผื่อเวลานอนเอาแรงเพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังการเดินทางเลย ผู้อาวุโสที่เดินทางเก่งๆ แบบมังกรเองยังบินกันจนปวดหลังไปเลยก็มี พอมีสิ่งมาอำนวยความสะดวกมาเสิร์ฟให้ถึงที่ ใครจะไม่รับไว้ล่ะ
ไม่ใช่แค่มนุษย์นะที่ชอบความสบาย ภูตผีแบบพวกเขาก็ชอบเหมือนกัน
อีกอย่างการที่มนุษย์ลงมาถึงโลกได้ เท่ากับโลกและอิกดราซิลลดความโกรธที่มีลงไปมากแล้ว ในเมื่อผู้ที่เป็นเหมือนพ่อแม่ปู่ย่าตายายของพวกเขาไม่ติดใจเรื่องอดีตและเลือกที่จะปล่อยวาง พวกเขาก็ไม่มีปัญหาที่จะสานสัมพันธ์อันดีต่อกัน
มีมิตรไว้ย่อมดีกว่าศัตรูล่ะนะ
ตัดไปทางที่ฝั่งของมนุษย์ แม้พวกเขาจะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและก้าวหน้ากว่าในอดีตมากเพียงใด แต่ว่ากว่าจะหาบ้านหลังใหม่เพื่อให้เหล่ามนุษย์ได้พักพิงเจอได้นั้นก็ใช้เวลาเป็นพันปีเลยทีเดียว
เหล่ามนุษย์รุ่นแรกได้ทยอยกันจากไป และเปลี่ยนถ่ายจากรุ่นสู่รุ่น แม้ความหวังที่จะได้เจอบ้านหลังใหม่จะค่อยๆ ริบหรี่ไป แต่สุดท้ายความพยายามก็ไม่เคยละทิ้งพวกเขา
ดาวดวงใหม่หรือที่พวกเขาตั้งชื่อให้ว่า "ยูเรนัส" เป็นดาวเมืองหลวงของจักรวรรดิยูโทเปียคือดาวดวงใหญ่ที่มีปริมาณน้ำทะเลครอบคลุมไปถึง90%ของดวงดาว และมีดวงจันทร์หลายๆดวงรายล้อมอยู่ใกล้ ๆ เป็นบริวาร ที่สำคัญดาวแทบทุกดวงยังมีอากาศและน้ำมากเพียงพอกับการอยู่อาศัยของมนุษย์ในช่วงแรกของการย้ายถิ่นฐานที่จำนวนประชากรไม่ได้มีมากนัก
แต่โชคร้ายคือไม่ใช่ทุกดาวจะเหมาะสมกับการปลูกพืชหรือเกษตรกรรม แม้พวกเขาจะสร้างเทคโนโลยีได้ แต่สิ่งเดิมที่เขาเอาชนะไม่ได้ นั่นคือธรรมชาติ
การใช้ชีวิตบนยานอวกาศทำให้ต้องเร่งพัฒนาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถทางเทคโนโลยีและวิทยาการเพื่ออำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น
ศิลปะ ดนตรี วัฒนธรรม ความบันเทิง แม้กระทั่งอาหารจึงกลายเป็นสิ่งที่ต้องพักไว้ก่อน กว่าจะรู้ตัวอีกที พวกเขาก็ได้หลงลืมสิ่งเหล่ากันไปหมดแล้ว เหลือเพียงเรื่องเล่าและบันทึกที่มีอยู่น้อยนิดเท่านั้น
อาหารของพวกเขาในปัจจุบันมีเพียงอาหารแท่ง อาหารเหลว หรืออาหารแคปซูลที่มีสารอาหารครบถ้วนเท่านั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงศิลปะความบันเทิง
พวกเขาแทบจะเหมือนพนักงานโรงงานนรกไม่ก็พวกเด็กเรียนที่โดนกดดันจากรอบข้างจนลืมวิธีหาความสุขให้ตนเอง
เพียงแต่ความกดดันเหล่านี้เกิดกับคนทุกระดับชั้น ทุกฐานะตั้งแต่ผู้นำยันประชาชน ยิ่งมีหน้าที่สูงกว่าและสำคัญมากแค่ไหนความกดดันนั้นก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น เพราะพวกเขามีสิ่งที่เรียกว่าอนาคตและชีวิตเดิมพันอยู่ทุกวินาที
เมื่อได้พบโลกใบใหม่สิ่งที่พวกเขาหวังไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่าการได้มีบ้านที่อบอุ่นและปลอดภัยแห่งสุดท้ายให้พวกเขาได้พักผ่อน กับได้กินอาหารอร่อย ๆ แบบที่ปู่ย่าตายายเลยเล่าในฟัง
แต่กลับต้องฝันสลายเมื่อพวกเขาพบว่าพวกตนไม่มีความรู้ด้านอาหารเหลืออยู่เลย แถมความจำกัดด้านทรัพยากรและพื้นที่ทำให้อาหารปรุงสุกเป็นเรื่องไกลตัว ทั้งยังมีราคาสูงสุด ๆ ตามไปด้วย
เวลาผ่านไปแม้พวกเขาจะสามารถทำสวนทำฟาร์มกันได้บ้างแล้ว แต่ผลผลิตที่ได้กลับมีเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับความต้องการของผู้คนอยู่ดี
โดยที่พวกเขาก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าเป็นเพราะอะไร ขนาดดาวรองอย่างดาวเทรซี่ที่มีสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศเหมาะสมกับการเพาะปลูกยังได้ผลผลิตเพียงแค่30%จากลงทุนในแต่ละครั้งเท่านั้น ถ้าไม่ตายก่อนที่จะให้ผลผลิต ก็ไม่สามารถงอกขึ้นมาได้ตั้งแต่แรกเลยด้วยซ้ำ ไหนจะปัญหาแมลงกับสัตว์ท้องถิ่น ทำให้ผลผลิตของพวกเขาลดลงไปอีก
แต่แล้วหลังจากที่เหล่านักสำรวจได้เลือกที่จะเดินทางกลับไปสำรวจโลกเก่า พวกเขาก็ได้กลับมาพร้อมความหวังใหม่ของมวลมนุษย์
พวกเขาค้นพบการมีอยู่ของอมนุษย์ที่มีพลังเหนือธรรมชาติที่สามารถฟื้นฟูสิ่งต่างๆ ได้ และยังรู้เกี่ยวกับศิลปะวัฒนธรรมของโลกที่สูญหายไประหว่างเดินทางอีกต่างหาก แถมยังใจดีที่จะให้ช่วยเหลือพวกเขา แม้บรรพบุรุษของพวกเขาจะทำเรื่องไม่น่าให้อภัยไว้มากแค่ไหนก็ตาม
ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีตมนุษย์ชื่นชอบสิ่งสวยงาม สิ่งใหม่ ๆ และความตื่นเต้นมากฉันใด มนุษย์ในปัจจุบันก็ยังคงเป็นฉันนั้น อย่างกับเป็นสิ่งที่ฝังลึกอยู่ในดีเอ็นเอเลยก็ว่าได้
โลกเก่าหรือปัจจุบันคือ ‘โลกแห่งภูตผี’ จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อันดับ1ที่ต้องไปสักครั้งก่อนตาย หรือไปแล้วก็ต้องไปอีกให้ได้ โดยไม่มีสถานที่ที่ไหนมาแย่งอันดับนี้ไปได้เลย ตั้งแต่ครั้งแรกที่โลกใบในนั้นได้ปรากฏสู้สายตาของมนุษย์จากภาพงานแต่งงานของหัวหน้านักสำรวจหรือท่านจอมพลพิเศษกับภรรยาเอลฟ์ชายผู้แสนงดงามจนสร้างความฮือฮาไปทั้งจักรวรรดิ
ถ้ายูโทเปียในเวลานั้นคือโลกที่เต็มไปด้วยความกดดันที่ขาดสีสัน โลกแห่งภูตผีคือขั้วตรงข้ามที่สบาย ๆ สงบสุขและหรรษาไปวัน ๆ แบบแท้จริง ภูตผีชอบความรื่นเริง มนุษย์ใฝ่หาความรื่นเริง ไม่แปลกถ้ามนุษย์จะอยากไปที่นั่นจนตัวสั่น
แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องอากาศและสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมกับมนุษย์ ต่อให้จะมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น แต่ถ้าร่างกายคุณแข็งแรงและทนทานไม่พอก็ยากที่จะอยู่บนโลกเก่าได้เป็นเวลานาน
การมาท่องเที่ยวที่โลกนี้นอกจากจะต้องตรวจร่างกายและต้องผ่านด่านที่เข้มจัดแล้ว เวลาที่อนุญาตให้ท่องเที่ยวได้ในแต่ละครั้งก็มีแค่3-7วันแล้วแต่ความแข็งแรงที่ได้รับการประเมินมาเพื่อความปลอดภัยของตัวนักท่องเที่ยวเอง
คิดดูสิ เวลาแค่นั้นมันจะพอเหรอ
คำตอบคือไม่
ดีไม่ดีแค่เที่ยวต่างเมืองในยูโทเปียเอง เวลาแค่นี้ยังไม่พอเลยด้วยซ้ำมั้ง
ไม่ต้องนึกถึงว่านี่คือการท่องเที่ยวดาวต่างดวงที่มีสถานที่ต่างๆ และวัฒนธรรมที่หลายหลากจนแทบไม่เหมือนกันเลยสักแห่ง ถ้าตัดสินใจไปที่หนึ่งก็อาจจะต้องตัดใจจากอีกที่เพราะเวลาน้อยเกินไป ยิ่งถ้าเที่ยวแบบสโลไลฟ์ซึมซับบรรยากาศ คุณก็อาจจะไปได้แค่ที่เล็ก ๆ ที่เดียวในเวลา 1 วันก็ได้
แถมการไปเที่ยว 1 ทริป ยังต้องเว้นระยะเวลาถึง1เดือนเป็นอย่างต่ำเพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายไม่มีส่วนไหนได้รับผลกระทบ พอจะไปก็ต้องเข้าลูปนรกของการยืนเรื่องอีกครั้ง แถมต้องรอต่อคิวที่ยาวจนอาจจะต้องรอเป็นเดือน ๆ หรือโชคร้ายอาจจะเป็นหลักปีเลยก็ได้ แต่ถามว่าพวกเขาเข็ดกันไหมก็ไม่จ้าาาา
สวรรค์อยู่ในอกนรกอยู่ในใจ ถ้าไปอาจจะต้องเจอเรื่องวุ่น ๆ มากมาย ยันอาจจะมีผลเสียต่อร่างกาย และสุขภาพ แต่ถ้าไม่ได้ไปมันเจ็บใจมากกว่าอีกนะ * (>д<) *
การแพทย์ในตอนนี้นอกจากจะพัฒนาจนมนุษย์มีอายุยืนยาวมากขึ้น ยังสามารถสร้างอวัยวะมาทดแทนได้หากมีอะไรเสียหายเลยด้วยซ้ำขอแค่ร่างกายพวกเขาไม่สาหัสเกินไปก็พอ เพราะงั้นถ้าอะไรพังค่อยมาเปลี่ยนใหม่เอาแล้วกัน
ซึ่งคนจะคิดแบบนี้ได้ก็ต้องมีฐานะระดับหนึ่ง แถมการเปลี่ยนอวัยวะมากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องที่ดี นี่ยังไม่รวมกรณีสุดวิสัยที่ทำให้การรักษาไม่ทันการอีกต่างหาก
โลกแห่งภูตผีแม้จะเป็นโลกที่น่าหลงใหล แต่ก็อันตรายกับมนุษย์แบบพวกเขามากอยู่ดี การที่อมนุษย์ที่มีสติปัญญานั้นเป็นมิตร ไม่ได้หมายความว่าทุกสิ่งบนโลกนั้นจะมีปัญญาและเป็นมิตรทั้งหมดเสมอไป
ทุกอย่างล้วนมีขาวดำไม่ว่าจะอมนุษย์หรือตัวมนุษย์เอง ทำเรื่องของท่องเที่ยวจึงต้องเข้มงวดมากขึ้นเพื่อความปลอดภัยและความสบายใจของทั้งสองฝ่าย
“เป็นการเดินทางที่ยาวนานดีนะ”
ยาวจนขนาดเขาที่เป็นคนชอบอ่านนิยายแถมฟังพวกความรู้รอบตัวบ่อย ๆ ยังสมองเอ๋อไปเลย
นี่มันความรู้สึกตอนนั่งเรียนวิชาประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้เจอมานาน!!!
“ขอรับ ความสุดยอดของทั้งมนุษย์และชาวภูตผีคือการไม่ยอมแพ้และการดิ้นรนในการใช้ชีวิต
เพราะงั้นการมาพบกันของพวกเขาเลยทำให้โลกใบนี้เป็นหนึ่งในโลกที่รุ่งเรืองที่สุด แถมเป็นหนึ่งในลูกรักของระบบแม่ด้วยขอรับ (ღ˘⌣˘ღ) ”
“ทำเสียงภูมิใจอย่างกับเป็นคนสร้างโลกนี้เองเลยนะเราน่ะ”
“โธ่ โฮสต์ก็ (* ノ ∀’ *) ” ถ้าระบบมีร่างกาย เขาคงเห็นระบบบิดตัวเขินเป็นเกลียวแน่ๆ
“จะว่าไประบบ นายยังไม่บอกข้อมูลเกี่ยวกับตัวผมเลยนะ” จันทร์เพิ่งนึกได้ มัวฟังเรื่องอื่นตั้งนานดันลืมเรื่องของตัวเองซะงั้น
“ข้อมูลเกี่ยวกับชาติใหม่โฮสต์ยังไม่มีระบุชัดเจนขอรับ ต้องรอร่างกายในชาติใหม่ของโฮสต์พร้อมก่อนระบบถึงจะสามารถบอกข้อมูลได้
โดยปัจจุบันการเกิดของอมนุษย์และภูตผีนั้นมี 2 แบบขอรับคือการเกิดแบบปกติที่มีพ่อแม่เป็นผู้ให้กำเนิด แต่จะเกิดเป็นตัว เป็นไข่หรือยังไงก็แล้วแต่เผ่าพันธุ์ขอรับ
อีกแบบคือการเกิดจากธรรมชาติหรือบุตรแห่งโลก เป็นการเกิดจากไอวิญญาณของโลกและพลังชีวิตจากอิกดราซิลในพื้นที่นั้น ๆ รวมตัวกันมากพอจนเกิดเป็นภูตตนใหม่ขึ้นมา บางตนก็กลายเป็นไข่ เป็นสัตว์วิเศษ เป็นต้นไม้ดอกไม้ หรือเป็นภูตเด็กๆ เลยตามแต่เผ่าพันธุ์ที่สุ่มเกิดมา โดยจะมีความทรงจำแบบสุ่มจากโลกในอดีตที่ไม่ส่งผลเสียต่อโลกและผู้คนรอบข้างติดมาด้วยทันที แต่การเกิดแบบนี้ในปัจจุบันมีน้อยลงมากแล้วขอรับ นอกจากผู้อาวุโสรุ่นแรกๆ ก็แทบจะมีการเกิดแบบนี้น้อยจนนับนิ้วได้เลย
แน่นอนว่าการเกิดของโฮสต์เป็นแบบที่2 เป็นบุตรของโลกในรอบพันปี เป็นน้องน้อยของเหล่าผู้อาวุโส ส่วนสถานที่เกิดคือดินแดนแห่งรอยยิ้มหรือประเทศไทยเจ้าเก่าเจ้าเดิมขอรับ!!”
“อื้อหือ แบบนั้นมันโคตรยิ่งใหญ่เลยไม่ใช่หรือไง แต่เกิดใหม่ทั้งที่ เปลี่ยนที่ไม่ได้เหรอ…” ได้ยินชื่อแล้วจันทร์อยากจะไหลตายอีกรอบ พี่จะตามกันไปทุกชาติเลยเหรอจ๊ะ พี่จ๋า
“ระบบแม่บอก โฮสต์เหมาะสมกับประเทศนี้แล้วไม่ให้เปลี่ยนขอรับ ┐ ( ▽ ) ┌”
…. อันนี้ชมหรือด่า ทำไมเขาแยกไม่ออก
“เอาเถอะ คิดซะว่าอย่างน้อยก็ไม่ต้องปรับตัวอะไรมากแล้วกัน ภูตผีไทยสัตว์วิเศษของไทยเราก็รู้จักเยอะอยู่นะ ว่าแต่อีกนานมั้ยกว่าผมจะไปเกิด”
“อีกสักพักขอรับ โฮสต์อยากทำอะไรก่อนหรือเปล่าขอรับ”
ระบบยังคงบินไปบินมารอบ ๆ ตัวเขาด้วยสีหน้าร่าเริง
“งั้น~ มานอนคุยกันเถอะ บินเยอะ ๆ เดี๋ยวเหนื่อยน้า” จันทร์พูดพร้อมกับนอนตะแคงข้างอย่างเคยชิน
เจ้าระบบเด็กเมื่อเห็นโฮสต์ของตนทำแบบนั้นก็รีบบินมาใกล้ ๆ ก่อนจะเอียงจอเหมือนนอนตามเจ้านายไปอีกคน
“แอะ แฮะ ๆ (⁄ ⁄>⁄ ▽ ⁄<⁄ ⁄) ”
“อุ๊บ!! ฮ่า ๆๆ ระบบดูเด็กมากเลยนะ เป็นเพราะระบบแม่สร้างไว้แบบนี้หรือเป็นนิสัยระบบเองเหรอ” จันทร์ลองเอื้อมไปลูบระบบเบา ๆ ถึงจะสัมผัสตัวกันไม่ได้ แต่ความรู้สึกเหมือนไฟฟ้าสถิตเล็ก ๆ ที่ปลายนิ้วก็ทำให้รู้ว่ากำลังโดนตัวกันอยู่ ดูเหมือนระบบเด็กน้อยของเขาจะชอบซะด้วย
“ระบบเป็นลูกคนสุดท้องของระบบแม่ขอรับ โฮสต์ ถ้าเทียบกับมนุษย์ระบบเป็นเด็กเล็กที่มีสมองแบบอัจฉริยะเลยล่ะ~~~”
“โอ้ว เก่งสุด ๆ เลยระบบของผม แล้วแบบนี้ระบบแม่จะไม่ถือเป็นการใช้แรงงานเด็กใช่ไหม”
“ไม่ขอรับ ระบบแม่เลือกโลกที่สบายที่สุดให้ระบบกับโฮสต์เลยนะ ภารกิจของโฮสต์มีแค่ใช้ชีวิตแบบมีความสุขก็พอ ต่อให้เป็นบุตรของโลก แต่หน้าที่สำคัญ ๆ พวกพี่ ๆ โฮสต์เขาจัดการดูแลหมดแล้วขอรับ ส่วนระบบเองก็เหมือนแค่มาเรียนรู้การดูแลโฮสต์เฉยๆขอรับ (♡°▽°♡) ”
“หมายความว่าระบบแต่ละระบบมีหน้าที่ต่างกันในต่างโลกเหมือนในนิยายสินะ”
“อื้ม ๆ ถูกต้องขอรับ ถ้าเป็นแบบพวกพี่ใหญ่ของระบบ นอกจากภารกิจจะยากแล้ว ยังต้องไปหลายๆ โลกอีก เหมือน ๆ …นิยายระบบที่ต้องเข้าไปแก้ไขชีวิตตัวละครแต่ละโลกแบบไม่สิ้นสุดขอรับ ไม่ก็มีภารกิจยับยั้งการล่มสลายของโลก ของจักรวาลอะไรแบบนั้น ส่วนใหญ่โฮสต์ของพี่ ๆ แต่ละคนจะเป็นคนเก่ง ๆ ที่มีทักษะเฉพาะด้านดีมาก ๆ เลยถูกเลือกมาขอรับ
แต่กับระบบที่เป็นมือใหม่ โลกที่เราจะไปเลยไม่มีอะไรร้าย ๆ แบบนั้นหรอกขอรับ ไม่งั้นเราน่าจะพากันตายตั้งคู่ เพราะระบบก็เป็นเด็กเล็ก โฮสต์เองก็กำลังจะไปเกิดเป็นเด็กเล็กขอโลกนั้นเหมือนกัน แหะๆ (*/▽\*) ”
อืม เข้าใจได้ ต่อให้จะชอบอ่านแนวระบบหลายโลกแต่ถ้าต้องไปเองเขาคงไม่ไหวเหมือนกัน ยิ่งถ้าไปต่อสู้กับคนไม่ดีนี่ เขาคงได้ทำภารกิจล้มเหลวรัวๆ จนพาเจ้าตัวน้อยนี่ไปตายด้วยกันจริง ๆ
ถึงจะเมามันตอนอ่าน สนุกตอนตัวเอกแต่ละเรื่องจัดการตัวร้ายที่นิสัยเสียจริง ๆ ได้ แต่ถ้าต้องไปเจอเหตุการณ์นั้นกับตัว บอกเลยว่าสติปัญญาเขาไม่ถึงจ้ะ แค่จำให้ได้ว่าเมื่อนาทีก่อนคิดจะทำอะไร บางทีเขายังจำไม่ได้เลย จะเอาอะไรไปคิดแผนการสู้รบกับคนอื่นกัน
นอนน้อยนอนเช้าจนสมองพังไปหมดแล้วจ้าาาา
เพราะงั้นแบบนี้ดีแล้วล่ะ กราบงามๆ ครับระบบแม่ ขอให้สวย ๆ อายุยืน ๆ ~
“แต่ ๆ ถึงระบบจะยังเด็กแต่ระบบสัญญาจะช่วยเหลือโฮสต์อย่างเต็มที่เลยนะ โฮสต์ช่วยรัก ๆ ระบบด้วยน้าาาヽ (>∀<☆) ノ” จันทร์ยิ้มเอ็นดูก่อนจะขยับหัวไปชนกับจอระบบเบา ๆ เหมือนกำลังชนหน้าผากกัน
“ผมเองก็ฝากตัวด้วยนะ เราไปมีความสุขแบบที่ระบบแม่หวังกันนะ”
“คิก ๆ ♡!!!! โอ๊ะ ๆ ร่างกายโฮสต์พร้อมแล้วขอรับ เราจะไปกันเลยไหมขอรับ o (≧ ▽ ≦) o” ระบบพูดแล้วบินไปมาอย่างดี๊ด้าอีกครั้ง ยิ่งกว่าตัวเขาที่เป็นคนที่จะต้องไปเกิดซะอีก จนจันทร์อดไปไม่จะต้องกระตือรือร้นตามเจ้าตัว
“ฮึ้บ!!! อยู่นี่ต่อก็ไม่มีประโยชน์ล่ะนะ งั้นไปกับเถอะ”
“เย้!!! ไปสู่โลกแห่งภูตผี คนเป็นตาย คนตายรอดกันขอร้าบบบบ☆ *:… o (≧ ▽ ≦) o…: * ☆”
…
จะไม่อยากไปเถอะสโลแกนของนายเนี่ยล่ะระบบ!!!!!!!!!!
โลกระบบ
ระบบพี่ ๆ ที่กำลังพักร้อน :ระบบแม่แย่มาก ใช้แรงงานน้องเล็ก!!!
ระบบแม่ : งานที่มีอยู่ตอนนี้มันน้อยไปใช่ไหมฮะ!!!
ระบบพี่ ๆ : (º □ º l|l) /!!!!
โลกแห่งภูตผี
แก๊งผู้อาวุโสรุ่นแรก : น้องน้อยของข้า น้องน้อยที่น่ารักของข้า!!! จะไปหาน้องน้อย!!!!
ผู้ช่วย : งานยังไม่เสร็จห้ามหนีเที่ยวครับ //ลากกลับห้องทำงาน
แก๊งผู้อาวุโสรุ่นแรก : ม่ายยยยย
บุตรแห่งโลกรุ่นอื่น : พวกพี่ใหญ่ไม่ต้องห่วงผมจะไปกอด ๆ น้องน้อยแทนเอง //ยิ้มเยาะเย้ย
แก๊งผู้อาวุโสรุ่นแรก : ไอ้พวกเด็กหน้าเหม็น!!!
แมวเด็กพร้อมจะไปผจญภัยแย้ว
Talk
****มารีไรท์ใหม่แล้วค่ะ เจอคำผิดมหาศาล ขนาดเช็คไปรอบนึงแล้วนะเนี่ย น่าจะได้ตามไปเช็คทุกตอนแน่ๆ และเชื่อว่าตอนนี้น่าจะยังมีเหลืออยู่อีก(>_<)
เพิ่งสังเกตว่าชื่อเมืองหลวงยูโทเปีย ตรงกับดาวจริง มีดาวบริวารเยอะเหมือนกัน ต่างกันแค่ของเราดวงจันทร์ไม่ได้เยอะขนาดนั้น กับมีส่วนประกอบเป็นน้ำมากกว่าแก๊สตามดาวจริง ขำเลย ****
อยากบอกว่า เราใช้เวลาแต่งสองตอนแรกมา เดือนกว่าแล้ว5555
งานเยอะมากเลย พอเสร็จงานก็ติดนิยายต่อ นิยายตัวเองเลยดองเก่งมาก ดองไปดองมาพล็อตในหัวก็เริ่มบรรเจิดขึ้นอีก จนเขามาปรับแต่งใหม่วนไป ยิ่งแต่งยิ่งยาว จากสองพันกว่าคำยันจะห้าพันคำแล้ว???? เราว่ามันยาวไปล่ะ แต่ไม่อยากตัดตอนนี้เท่าไร อยากให้น้องไปเกิดแล้ว5555
ถ้าเป็นไปตามที่คิดไว้เราอยากจะแต่งสะสมตอนต่าง ๆ ไว้ก่อนค่ะ เผื่อถ้าตัวเองเกิดมีงานเยอะหรือเกเรขี้เกียจแบบตอนนี้ รีดจะได้มีให้อ่านต่อแบบไม่ต้องรอนาน
เราเข้าใจเวลาไรท์ดองนิยาย คนอ่านคือใจจะขาด เพราะเราก็เป็นเหมือนกัน
เพราะงั้นตอนที่นิยายเรื่องนี้เปิดให้อ่าน ตอนนี้อาจจะแต่งจบไปเป็นเดือน ๆ เลยล่ะค่ะ ทุกคนเป็นกำลังใจให้คนขี้เกียจแบบเราลากตัวเองให้ลุกขึ้นมาแต่งได้ด้วยนะ
แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะคะ สำหรับวันนี้บ้ายบายนะคะ
ตอนที่2 สตรีมเมอร์แมวเป็นแมว(ผี)เด็ก
หากจะถามว่าความรู้สึกตอนเกิดใหม่เป็นยังไง สำหรับจันทร์คงต้องบอกว่า โคตรเมื่อยเลยครับ!
กร๊อบ! แกร๊บ!
อู้วววว กระดูกกร๊อบแกร๊บตั้งแต่เกิดใหม่เลย… ρ (´-_-`●)
"อื้อ!!!!"
ร่างเล็ก ๆ ปกคลุมด้วยขนสีดำเหยียดสองขาหน้าบิดขี้เกียจอยู่นานสองนาน ก่อนจะสำรวจสถานที่รอบ ๆ
อืม… เสาไม้ กำแพงสลักลายไทย โก่งคิ้ว ปีกนก คันทวย อีกหลายสารพัดสิ่งที่ชื่อเรียกยากชิบหายจนไม่อยากจำและไม่จำด้วยสมัยเรียนวิชาสถาปัตกรรมไทย
ว้าวซ่า… หน้าตาคุ้น ๆ สุด ๆ ไปเลย…
จันทร์รีบกระโดดออกมาจากจุดที่เขาอยู่เพื่อจะยืนยันให้แน่ใจว่าสิ่งที่เขาคิดเป็นความจริง
โป๊ะแชะเลย ไม่ใช่โบถส์ ศาลพระภูมิเลยจ้าาาา!!! สถานที่เห็นผีของคนเกิดวันเสาร์และเป็นที่ที่เหล่าแมวชอบยึดแทนเจ้าที่เจ้าทาง แล้วคือ เขาก็มาเกิดที่แบบนี้อ่ะนะ เจ้าที่เจ้าทางตายายทั้งหลายจะไม่มาหักคอเขาใช่ไหม เขาเกิดวันเสาร์นะเฮ้ย!!!
จะว่าไปศาลนี่ก็ดูใหญ่มาก ๆ เลย…
ไม่สิ!
ทุกอย่างรอบ ๆ ข้างดูใหญ่กว่าปกติมากๆเลยต่างหาก บริเวณรอบข้างไม่มีอะไรเลยนอกจากศาลพระภูมิไม้ตรงหน้ากับต้นไม้และต้นไม้ สิ่งเดียวที่ช่วยยืนยันว่าเขาไม่ได้อยู่กลางป่าน่าจะเป็นถนนที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อยเท่านั้น
ศาลพระภูมิร้าง ถนนเปลี่ยว ๆ ไม่มีไฟสักดวง บรรยากาศโคตรจะผีหลอกเลยครับ ถ้ามีผีนางรำโผล่มาตอนนี้จะไม่แปลก-
‘โฮสต์จ๋าาาาาา’
“อ๊ากกกกกกกกกกกกก!!!!”
เสียงเล็ก ๆ ที่อยู่ก็ดังขึ้นมาบ้างหู ทำเอาจันทร์ตกใจจนขนฟูไปทั้งตัว แถมยังพาระบบที่เผลอจั้มสแกร์เจ้านายตัวเองตกใจไปด้วยจนบินหนีไปคนละทาง
“…”
“… (∩╹□╹∩) ”
ตามองตาสายตาก็จ้องมองกันรู้สึกเสียวซ่านหัวใจ~
“ระบบ!!!!!” จันทร์ค่อย ๆเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลวแผ่ไปกับพื้นแบบหมดแรงทันทีที่รู้ว่าเจ้าของเสียงเป็นใคร
ฮือ ความรู้สึกเมื่อกี้เหมือนจะหัวใจวายตายอีกรอบเลย
“ระบบไม่คิดว่าจะทำให้โฮสต์ตกใจ (つ﹏⊂) ระบบโอ๋เอ๋นะ”
ระบบน้อยที่ตัวใหญ่กว่าเดิมบินมาคลอเคลียเขาใกล้ ๆ เหมือนเช่นเคย พอมาอยู่ใกล้กันแบบนี้ยิ่งยืนยันเลยว่า ไม่ใช่ทุกอย่างใหญ่ขึ้น แต่ดูเหมือนจะเป็นตัวเขานี่ล่ะที่ตัวเล็กลง ไหนจะการเดินสี่ขา ขนฟู ๆ แล้วความรู้สึกเหมือนมีหางงอกนี่อีก ชาตินี้เขาไม่ได้เกิดเป็นคนหรือสิ่งที่ใกล้เคียงกับคนแน่ ๆ
“ระบบ ผมขอรายละเอียดชาตินี้หน่อยสิ” จันทร์ใช้อุ้งมือลูบอกตัวเองให้ใจเต้นเบาลงไปพลางคุยกับระบบไปพลาง หัวใจเขายังเต้นตึกๆ เพราะความตกใจเมื่อกี้อยู่เลย ตึก ๆๆ จนจะทะลุออกมาเลย เบาลงก่อนลูก ขวัญเอ๋ยขวัญมาตัวฉัน…
“รับทราบขอรับขอเวลาประมวลผลสักครู่ ¡¡¡ (•̀ ᴗ •́) و!!!”
จันทร์รอแค่แปปเดียวเสียงจากระบบก็ดังขึ้นอีกรอบ พร้อมกับจอสเตตัสเหมือนในเกมปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขา
‘ประมวลผลเสร็จสิ้น
ชื่อ :จันทร์เจ้าเอ๋ย (จันทร์)
อดีตชาติ : มนุษย์โบราณ
ชาติปัจจุบัน : ภูตแมวสองหาง (ขนดำ)
ความสามารถพิเศษ :แมวกวักนำโชค คุมไฟ
การหลอมรวมวิญญาณ : เสร็จสมบูรณ์
สภาพร่างกาย : ปกติ (ติดคำสาป)
สภาพจิตใจ : ปกติ
*ข้อมูลส่วนอื่นสามารถตรวจสอบได้จากทางโลกที่เจ้าหน้าที่ถูกส่งไป'
“ขอโทษนะ แต่อะไรคือสภาพร่างกายปกติแต่ติดคำสาปไม่ทราบ!!” แมวผี หรือภูตแมวเกิดใหม่รีบแย้งทันทีที่เห็นความย้อนแย้งในสเตตัสของตัวเอง
“เนื่องด้วยในชาติก่อนโฮตส์ได้รับคำชมและคำขอบคุณจากสัตว์ที่โฮสต์ดูแลหรือช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจากบรรดาแมวมีความชื่นชมโฮตสต์ที่ทำหน้าที่ทาสผู้ซื่อสัตย์ได้ดีมามากที่สุด รวมทั้งความฝันสูงสุดของโฮสต์ที่พูดมาบ่อยคือ!!!
'อยากเกิดเป็นแมว แต่ขอเป็นแมวคนรวยด้วยนะ ถ้าเป็นแมวจรมันก็ลำบากอยู่ดี!!!'
ระบบแม่จึงได้เลือกเผ่าภูตแมว หนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่ขึ้นชื่อเรื่องโชคลาภของโลกใบนี้ เพื่อตอบสนองความชอบและความฝันที่อยากเกิดเป็นแมวของโฮสต์ขอรับ เพียงแต่ในคำชื่นชมต่างๆ ก็มีคำร้องเรียนจากแมวส้มที่ทำงานโฮสต์ว่าโฮสต์ชอบบูบี้ว่ามันอ้วน ตัน สั้น กลม แถมยังก็ว่ามันเป็นแมวเด็กแคระหน้าแก่อีก ระบบแม่จึงมีมาตรการลงโทษขั้นเบาเนื่องจากไม่ใช่การทำผิดที่ร้ายแรง เป็นคำสาปทำให้ร่างแมวของโฮสต์จะไม่สามารถเติบโตได้มากกว่าปัจจุบันตลอดไปขอรับ”
ร่างปัจจุบันเขาต่อให้ยังไม่ได้เจอกันสิ่งมีชีวิตอื่นก็เดาได้ว่าน่าจะเป็นแมวเด็กที่ตัวจิ๋วมากๆ ก็คือเขาจะเป็นแมวเด็กโข่งยันตาย… แถมไม่ต้องถามก็รู้เลยว่าใครเป็นคนร้องเรียน
อ้วน!!!!ไอ้แมวเจ้าคิดเจ้าแค้น คนเขาแซวเพราะเอ็นดูเถอะ แล้วต่อให้จะชอบแซวชอบตบตูดแน่น ๆ ตบแล้วดังปัก ๆ แต่ก็ไอ้จันทร์คนนี้ที่คอยเล่นด้วย คอยเอาข้าวให้เวลาแม่แกไม่อยู่ไม่ใช้หรือไง!!!
หึ้ย!!คอยดูนะ เจอกันชาติไหนเขาจะขย่ำพุงให้ไขมันปริเลย
เจ้าก้อนดำงอนจนปากบึน สองมือขยำหญ้าที่อยู่ใกล้ๆแทนเจ้าแมวส้มที่ร้องเรียนจนเขาไม่สามารถโตได้ไปพลาง ๆ
“กระจก!!ระบบมีกระจกหรืออะไรให้ผมเห็นร่างตัวเองได้ไหม” อย่างน้อยเขาก็อยากเห็นสภาพตัวเองก่อนล่ะนะ
“ระบบจะทำการฉายภาพจำลองโฮสต์ให้ขอรับ”
ภาพโฮโลแกรม 3 มิติฉายขึ้นมาเป็นร่างของลูกแมวน้อยสีดำตัวกลมปุ๊กที่ตัวเล็กจริงๆแบบที่คิด ดวงตาสีทองอร่ามเป็นประกายราวกับมีดวงดาวมากมายอยู่ในนั้น
หูยยยย น่ารักจนอยากสวบหัวเลย เขาเป็นทาสตัวเองได้ไหมเนี่ย
เอาล่ะ!! เขาหาข้อดีของคำสาปนี้ได้แล้ว ตัวเล็กแล้วไง ในเมื่อเขาน่ารักโคตร ๆ แบบโคตรรรรร ต่อให้เป็นแมวดำแต่ถ้าเป็นเจ้าก้อนกลม ๆ ตาแป๋ว ๆ ก็เป็นที่สุดของดาเมจความคิ้วทึไม่ต่างจากแมวสีอื่นเลย อีกอย่างนะ สิ่งมีชีวิตหลาย ๆ ชนิดน่ารักที่สุดก็ช่วงเด็กนี่ล่ะ
สิ่งที่เห็นจะต่างจากแมวทั่วไปก็เป็นหางที่ปกติควรจะมีแค่หางเดียวแต่กลับมีหางที่สองงอกออกมานี่แหละ ดูจากขนสั้น ๆ นี่แล้ว เป็นแมวสายพันธุ์เขตร้อนแน่นอน แต่สองหางนี่ถ้าเขาจำไม่ผิดเหมือนจะมีแค่ญี่ปุ่นป่ะนะที่มีแมวสองหาง
ใครย้ายเซิร์ฟแมวสองหางมาไว้ที่ดินแดนแห่งรอยยิ้มนี่กันครับ!!!
“เฮ้อ เอาวะ อย่างน้อยก็น่ารักตลอดไปแล้วกัน!!!”
“โฮสต์ดีใจ ระบบก็ดีจายยยยヽ (*⌒▽⌒*) ノ”
จ้ะๆ ดีใจจ้ะ ดีใจ
แซ่ก ๆ แซ่ก ๆ
อยู่ๆ เสียงเสียดสีกันของพุ่มไม้รอบข้างดังขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย จันทร์ที่คิดอะไรอยู่เพลิน ๆ ถึงกับต้องมีหันหาที่มาของเสียงอย่างเลิ่กลั่ก
คราวนี้ผีจริงใช่มะ ผีจริง ๆ ใช่ป่ะ หรือจะเป็น…
เจ้าที่เจ้าของศาลที่เขาไปเกิด!!!
ไม่ยุติธรรมนะ!!! ถึงจะคิดเล่น ๆ ว่าจะโดนผีตายายหลอก แต่เข้าไม่ได้อยากเจอจริงสักหน่อย!!!
ชาติก่อนเขาเห็นแมวไปนอนเล่นในศาลพระภูมิศาลเจ้าที่บ่อยจะตาย ยังไม่เห็นแมวตัวไหนโดนผีหลอกเลยนะ ขนาดตี่จู้เอี่ยบ้านเขาเคยทำคนในบ้านป่วยเกือบตายแค่เพราะไปย้ายศาลมาทำความสะอาดผิดวิธี ยังไม่แกล้งแมวที่บ้านเขาเวลานางไปเล่นในศาลเลยนะ!!!
ห้ามมาหลอกแมวนะแฟ่!!!! จันทร์ไม่ใช่คนแล้วนะ เป็นผี!!! แถมผีแมวด้วย!!! ผีที่ดีต้องไม่หลอกกันเองเซ่!!!!
ฟุบ!!!
ร่างชายชราในชุดคล้ายเทวดาขาวปักดิ้นทองโผล่พรวดออกมาจากพุ่มไม้ข้าง ๆ เขา บนเสื้อควรสะอาดงดงามเปี่ยมด้วยบารมีเต็มไปด้วยรอยดินและเศษใบไม้ ชฎากับเครื่องประดับทั้งหลายเอียงกะเท่เร่พร้อมจะหลุดได้ทุกเมื่อ ไหนจะของเหลวสีแดงที่ไหลอาบมือคู่นั้นอีก
ผีแล้วล่ะ ผีชัวร์ ๆ เลย!!!
ฟุบ!!!
“หนูบอกแล้วใช่ไหมคะคุณตา ว่าให้เดินดูทางอย่าเอาแต่ดื่มน้ำแดงแล้วเล่นกระดานชนวนไปด้วย เห็นไหมคะว่าหกล้มจนเละเทะไปหมดเลย คิดว่าเป็นบุตรแห่งโลกแล้ว กระดูกจะหักไม่ได้เหรอ” เสียงหวาน ๆ ดุขึ้นมาพร้อมกับร่างบางเพรียวของหญิงสาวอีกคนโผล่ออกมาจากพุ่มไม้เดียวกัน
“บ่น ๆ ยัยหนูตะวัน เจ้าบ่นเก่งพอ ๆ กับยายแก่ที่บ้านข้าเลย สมแล้วที่รักกันอยู่สองคน เหอ ๆ"
“หนูบ่นเพราะหนูเป็นห่วงหรอกค่ะ แถมถ้าเจ็บหนักขึ้นลำบากคุณยายดาวเจ้าเรือนของหนูอีก”
“มียายแก่คนเดียวนั่นล่ะที่ทำข้าบาดเจ็บได้น่ะ!!”
คนทั้งสองที่มาใหม่เอาแต่เถียงกันเองจนลืมสนใจแมวน้อยที่ตัวแข็งเหมือนวิญญาณหลุดจากร่างไปครู่ ว่าจะรู้ตัวอีกทีร่างเล็ก ๆ ก็ถูกมือใหญ่ประคองขึ้นมาอย่างอ่อนโยน
“โอ้ว!!! น้องน้อยของข้า ช่างน่ารักน่าชังยิ่ง!!!”
“คุณตาอุ้มเบา ๆ นะคะ แมวเพิ่งเกิดบอบบางมากนะคะ แถมน้องดูตัวเล็กกว่าเด็กคนอื่นด้วย”
เสียงหนึ่งกล่าวขึ้นอย่างยินดี อีกเสียงก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ตอนนั้นจันทร์ถึงได้สังเกตุทั้งสองคนดี ๆ อีกครั้ง
ชายชราในชุดเทวดาที่เขากลัวตอนแรกเป็นคนแก่ท่าทางใจดีที่ดูนิดเดียวก็รู้ว่าตอนหนุ่ม ๆ ต้องหล่อลากดินขนาดไหน ขนาดมีร่องรอยเหี่ยวย่นตามวัยยังไม่สามารถทำให้ความหล่อของคน ๆ นี้น้อยลง ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นแด๊ดดี้รุ่นเดอะที่กำลังคอสเพลย์ชุดเทวดาอยู่เลย ชุดกับเครื่องประดับทั้งหลาย พอถูกปัดๆ เอาเศษดินเศษใบไม้ออก แล้วจัดใหม่ดีๆ ก็ดูออกเลยว่าคนนี้ถ้าเป็นเจ้าที่หรือเทวดาก็ไม่ใช่ระดับธรรมดาแน่นอน โซรวย โซแพง โพเท่มากครับ!!!
ส่วนพี่สาวที่อยู่ข้าง ๆ อื้อหือ ทุกคน!! เรามาจับเข่าคุยกันเถอะ หัวข้อคือ สาวสวยหูแมวในอุดมคติของทุกคนเป็นยังไง จากใจคนทำงานสายบันเทิงและอนิเมะจนเฉยชากับคนหน้าตาดีนะ พี่สาวคนนี้คือสวยแบบสวยยยย โคตรสวย นางฟ้าเรียกพี่ นางพญาเรียกแม่ ปีศาจชิดซ้าย ดารานางแบบดาวมหา’ ลัยเทียบไม่ติด!!!! สวยเหมือนพระเจ้าเอาความสามารถและเวลาทั้งหมดมาปั้นคน ๆ นี้แล้วเอาเท้ายี ๆ เศษดินออกมาเป็นเขาในชาติก่อน…
หน้าสวยหวานแฝงความคมกับดวงตาสีเหลืองทำให้ดูทั้งสวยน่ารักและเหย่อหยิ่งไปในเวลาเดียวกัน หุ่นสูงเพรียวมีส่วนเว้าโค้งชัดเจนแบบที่สาว ๆ หรือดารานางแบบทุกคนใฝ่หา ผมยาวหยักโศกสีเทาแซมขาวคล้ายควัน ใบหูชี้ตั้งมีขนปลายแหลมคล้ายแมวป่า ไหนจะหางยาวฟูฟ่องเป็นพวงเหมือนแรคคูน จากประสบการณ์ทาสแมว พี่สาวคนนี้ต้องเป็นแมวสุดหรูแบบเมนคูน ไม่ก็ต้องมีเชื้อสายแมวป่าสายพันธุ์แน่ ๆ
“เหอะ อย่าดูถูกบุตรแห่งโลกเชียว ถึงจะเพิ่งเกิดแต่พวกข้าไม่ได้อ่อนแอเหมือนเด็กทารกทั่วไปหรอกนะ ไหน ๆ น้องรัก~ มาให้พี่ชายตรวจร่างกายหน่อยนะ” มือใหญ่จับแขนขาเล็กเล็กขยับและพลิกตัวดูไปมา แมวน้อยที่ยังงงๆ อยู่ก็ยอมอยู่นิ่ง ๆ ให้อีกฝ่ายทำตามใจชอบไม่ต่างจากตุ๊กตาตัวหนึ่ง “ไม่มีบาดแผล ร่างกายปกติมาก นอกจากตัวเล็กก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร ไหนตัวน้อย ทักทายกันหน่อย”
“สะ…สวัสดีครับคุณตา…”
“ (⌒‿⌒) …” ทำไมยิ้มค้างล่ะ…
“อุ๊บ คิกๆ” พี่สาวทางนั้นขำอะไร
“สวัสดีครับน้องน้อย พี่ชื่อกฤติเดช เรียกพี่ว่าพี่เดชก็ได้ เป็นเจ้าที่ที่ดูแลเขตนี้ แล้วก็เป็นบุตรแห่งโลกเหมือนกันเรานั่นล่ะ” มือใหญ่ลูบหัวเขาเบาๆ หูยความรู้สึกนี้โคตรดีเลย เข้าใจแล้วทำไมแมวชอบให้ลูบหัวให้เกาคาง
“ส่วนพี่ชื่อดุจตะวันเรียกพี่ว่าพี่ตะวันก็ได้นะ พี่เป็นภูตแมวเหมือนกัน แล้วก็เป็นหลานของเพื่อน'คุณตา!!' ข้าง ๆ นี่ล่ะ แต่พี่เคารพภรรยาของคุณ ตา!! เหมือนยายแท้ ๆ เลยสนิทกันมากนิดหน่อย(?)น่ะ” พอได้แกล้งให้คนบางคนกระอักเลือดเล่น ๆ เสร็จ พี่สาวคนสวยก็จับมือเขาขึ้นลงเป็นการเชคแฮนด์
จริง ๆ ตะวันอยากจะเปลี่ยนร่างเป็นแมวแล้ว แตะจมูกกันกับน้องเป็นการทักทายเหมือนที่เผ่าแมวทำกัน แต่ดูคนที่เพิ่งได้เป็นพี่ชายหลังจากเป็นน้องเล็กของเหล่าบุตรแห่งโลกมาเป็นพันปีจะเห่อน้องสุด ๆ จนไม่ยอมปล่อยลงจากมือเลย ถ้าเป็นแมวจริง ๆ คงได้เฉามือกันไปข้างหนึ่ง
“จันทร์ชื่อ จันทร์เจ้าเอ๋ย ยินดีที่ได้รู้สึกครับพี่ตะวัน คุณตาเดช”
“ (⌒‿⌒) เรียก 'พี่เดช' หรือพี่ชายเถอะ พี่เป็นพี่ชายคนเล็กที่เกิดก่อนเราเอง ไม่ต้องเกรงใจ”
"พะ พิ พี่…"ปากน้อยๆพูดออกมาแบบไม่กล้านัก
ถึงชาวไทยจะขึ้นเรื่องเรียกทุกคนเหมือนรู้จักกัน everyoneที่ทุกด้วยจะกลายเป็นพี่ และทุกคนก็จะเป็นพี่กันไปกันมาแบบไม่สนเป้าหน้าหรืออายุ แต่พอกับคนใกล้ตัวที่ถึงจะยังหล่อแต่ดูยังไง๊ก็เกินเกณฑ์ที่จะเรียกพี่ไหวนี่ ระบบผู้อาวุโสมันพุ่งขึ้นมาค้ำคอสุดๆ
ไม่กล้าอ่ะค้าบบบบ
ท่านเจ้าที่เห็นหัวคิ้วเล็ก ๆ ของแมวน้อยขมวดเข้าหากับเหมือนกำลังใช้ความคิดอย่างหนักก็หัวเราะออกมา พร้อมใช้นิ้วนวดคิ้วเล็กเบา ๆ
“5555 โอเคพี่ไม่แกล้งแล้ว ไม่กล้าเรียกล่ะสิ งั้นดูนี่นะ” พูดจบต่างเจ้าที่ตรงหน้าก็เปร่งแสงสีทองขึ้นก่อนจะปรากฏร่างของชายชราที่เปลี่ยนไป
ใบหน้าที่มีรอยเหี่ยวย่นตามอายุกลายเป็นหน้าคมเด้งเปรี๊ยะหล่อเหลากว่าที่จินตนาการไว้เมื่อกี้อีก แผ่นหลังที่ตอนแรกโค้งนิดหน่อยก็เหยียดตรงสง่างาม กล้ามเนื้อแน่นๆดันเสื้อผ้าออกมาให้เห็นแล้วรู้สึกหืดหาดเบา ๆ
“เอ้า!? /เอ๊ะ!?” สองเสียงดังขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจปนงงๆ
เอ่อ…พี่ตะวัน ผมเพิ่งเกิด เห็นปุ๊บแล้วงงอันนี้ปกติ แต่พี่สนิทกับคน ๆ นี้ยังตกใจคืออะไรอีกครับ!!??
“คราวนี้เรียกพี่ได้แล้วยังครับตัวน้อย” เสียงทุ้มนุ่มปนขี้เล่นเล็กน้อยที่คล้ายเสียงเดิมแต่ดูหนุ่มขึ้นดังขึ้นอีกครั้ง มือใหญ่ที่ไม่หลงเหลือร่องรอยแห่งวัยเกาคางเหมือนพยายามสะกดจิตแมวไปในตัว
อู้ๆ ตรงนั้นฟินนนนน สมองไหลแย้วค้าบบ
“งื้อออ คะ ครับพี่เดช~” พี่ก็ได้ครับ เรียกแด๊ดดี้ยังได้เลยครับ~
‘ท่านเจ้าที่เป็นพี่ชายโฮสต์ ได้โปรดสงบใจ’ เสียงระบบดังขึ้นในหัว จนเจ้าตัวสะดุ้งเบาๆ
‘ล้อเล่นไงระบบ ล้อเล่นอ่ะ!!!’
“คุณตาก็กลับร่างนี้ได้หนิคะ จะอยู่ร่างแก่ให้หนูเป็นห่วงทำไมกัน…” พี่ตะวันเท้าสะเอวแล้วครับพี่จ๋า
“ก็ก่อนหน้านี้มันกลับร่างนี้ไม่ได้จริง ๆ ไง ยายแก่ดันเกิดหึงอะไรขึ้นมาไม่รู้ แล้วสาปกันให้แก่ซะงั้น แก่จริงปวดหลังจริงไม่ใช้ตัวแสดงแทน ใครมันจะอยากอยู่ในร่างคนแก่ก่อน คำสาปมันเพิ่งคลายตอนเจอตัวน้อยพอดีเนี่ย เนอะตัวน้อยเนอะ หนูเป็นดาวนำโชคของพี่ใช่ไหมคนเก่ง” พูดอย่างเดียวไม่ว่าเริ่มเอาหน้ามาฟัดเขาแล้วครับ
ช่วยด้วย~ ผมโดนพี่ชายคนหล่อลวมลาม
“เหอะ อย่างคุณยายดาวไม่ทำอะไรโดยไร้เหตุผลแน่ ๆ ค่ะ คุณตาต้องไปสร้างเรื่องไว้แน่ ๆ”
“ใจร้าย ดูสิตัวน้อยไม่มีใครเข้าข้างพี่เลย” พอพี่ตะวันไม่เข้าข้างก็จะมาน้วยเขาต่อ
อุ้งมือน้อย ๆ ดันหน้าพี่ชายหมาด ๆ ของตนไว้ เขาเริ่มเข้าใจความรู้สึกแมวตอนทาสวอแวละ…
“คุณดาวเจ้าเรือนเป็นแฟนพี่เดชเหรอครับ” เปลี่ยนเรื่อง ๆ คุยเรื่องอื่นแล้วหยุดฟัดเขาเลยนะ!!
“ใช่แล้วครับ ดาวเจ้าเรือนเป็นพี่สะใภ้เรานั่นล่ะ เอาไว้มีโอกาสพี่จะพาไปแนะนำตัวนะ แต่จันทร์ต้องระวังนะยัยนั่นเป็นนางยักษ์ขมูขี พอโมโหจะกินคนได้ทั้งตัวเลย”
“คุณยายเป็นนางอัปสรปักษี ไม่ใช่นางยักษ์ค่ะ แถมคุณยายยังใจดีมาก ๆ ด้วย มีแค่คุณตานั่นล่ะที่ชอบทำให้คุณยายโกรธ”
“โว๊ะนี่ก็ขัดจัง เป็นแมวหรือฝอยขัดหม้อเนี่ย”
จะไม่ตีกันตายใช่ไหมเนี่ย…
จันทร์ได้แต่ยิ้มอ่อนมองทั้งสองคน ดูจากการต่อล้อต่อเถียงกันของทั้งคู่ ทั้งสองคนคงสนิทกันมากกว่าที่พูดอีก พี่ชายของเขาเองถึงจะพูดแบบนั้นแต่จากสายตาดูก็รู้ว่าเอ็นดูหลานสาวคนนี้ขนาดไหน พี่ตะวันเองต่อให้จะบ่นหรือกัดกันกับอีกคน แต่จากการยอมบุกป่ามาเป็นเพื่อนเพียงเพราะอีกฝ่ายอยู่ในร่างวัยชราก็เป็นสิ่งที่บอกว่า เธอเป็นห่วงเขาจริง ๆ
“ว่าแต่นี่คือร่างจริงของพี่เดชแน่นะครับ ให้เรียกคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่ามาก ๆ ว่าพี่แบบนี้ ตอบตรง ๆ ผมค่อนข้างไม่สบายใจ…”
“จริงครับ ภูตแบบเราจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงช่วงที่งดงามที่สุดของเผ่าพันธุ์เท่านั้นและจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงแม้จะใกล้ดับสูญก็ตาม ยิ่งถ้าเป็นบุตรของโลกแบบเรายิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย ขนาดพวกพี่ใหญ่รุ่นแรกยังหน้าใสเด้งดึ๋งเหมือนตูดเด็กทั้ง ๆ ที่มากกว่าทุกคนบนโลกอีก จะแพ้ก็แพ้แค่ท่านพ่อกับท่านแม่เท่านั้น ถ้าจะแก่ก็แก่เพราะสาปกันเองไม่ก็ซวยจนเผลอทำอะไรพลาดนี่ล่ะ”
ติดสถานะหน้าเด็กกันทั้งโลกไปเลย แถมเขาดันติดสถานะไม่โตไปอีก1…
พวกเราคุยกันอีกนิดหน่อยจนได้รู้ว่าที่พี่ชายเขามาที่นี่ก็เพื่อจะมาหาเขาโดยเฉพาะ เหมือนเป็นธรรมเนียมของบุตรแห่งโลกที่เมื่อมีน้อง ๆ เกิดใหม่ เหล่าพี่ ๆ จะมารับน้องไปทำเรื่องแจ้งเกิดด้วยตัวเองเพราะอย่างที่รู้ว่าพ่อแม่ของพวกเขาไม่สามารถขยับได้(ถ้าขยับจะชิบหายกันทั้งโลก แค่ก ๆ ) หน้าที่ต้อนรับน้องคนใหม่จึงเป็นพี่ ๆ อาสาทำเอง
จันทร์นั้นโชคดีที่เกิดใกล้ ๆ บริเวณที่กฤติเดชอยู่พอดี เขาจึงได้เจอกับพี่ชายในเวลาไม่นาน ถ้าเทียบกับตอนกฤติเดชที่เป็นบุตรแห่งโลกที่มาเกิดที่ประเทศนี้คนแรกในยุคที่เทคโนโลยียังไม่เข้ามา เขาต้องนั่งเอ๋อแบบไร้จุดหมายอยู่เกือบสองวันกว่าพี่สาวคนหนึ่งของเขาที่เป็นหงส์เพลิงจะบินจาก 'แดนม่านไผ่' หรือประเทศจีนในอดีตมาจะเจอ เรียกได้ว่าเกือบมีข่าวบุตรแห่งโลกหิวตายกลางป่า เพราะต่อให้ได้ความทรงจำจากโลกมาแต่กฤติเดชตอนนั้นยังเป็นเด็กเพิ่งเกิดไง ตัวพอๆกับเด็กมนุษย์3ขวบแถมโดนส่งมาเกิดกลางป่าลึกกว่าจันทร์อีก แค่คิดถึงตอนนั้นยังอยากร้องไห้อีกรอบ ถ้าเป็นผีแต่หิวตายนี่ เขาคงโดนล้อยันโลกหน้าแน่ ๆ
เมื่อทำความรู้จักกันเสร็จ จันทร์กับพี่ ๆ ก็พากันเดินทางออกอีกครั้งโดยใช้เรือบินที่กฤติเดชกดเรียกจากที่บ้านตัวเองให้ไปส่งสำนักงานเขตเพื่อจัดการทำเรื่องแจ้งเกิดและลงทะเบียนราษฎรให้แก่เขา
พอถามว่าทำไมทั้งสองคนไม่นั่นเรือบินมาตั้งแต่แรก คำตอบที่ได้มาก็คือ พี่ชายเขาตื่นเต้นที่จะมีน้องชายคนแรกเกินไปจนลืมเช็คพิกัดที่เขาเกิดดี ๆ แถมลืมว่าตัวเองมียานพาหนะและหายตัวได้อีก ส่วนพี่ตะวัน รายนั้นไม่สามารถรู้ตำแหน่งเขาได้อยู่แล้วเลยต้องบุกป่าฝ่าดงมาด้วยกันเพราะคุณตาคนสนิทอยู่ ๆ ก็พุ่งเข้าป่าแบบไม่บอกไม่กล่าว
แน่นอนว่าทั้งคู่ไม่ลืมที่จะตีกันเรื่องนี้อีกรอบตามสไตล์ตาหลานคู่กัด…
ใช้เวลาไม่นานเรือบินไร้คนพายก็ลอยจากเขตป่ามาสู่เขตเมือง ดวงตาสีทองเปร่งประกายกับภาพตรงหน้า นี่ไม่ใช่โลกที่เขาเคยอยู่แล้วจริง ๆ ไม่มีอะไรเหมือนโลกเดิมของเขาแม้แต่นิดเดียว
บ้านทรงไทยประยุกต์มากมายตั้งอยู่ข้างริมน้ำ บ้างก็ตั้งอยู่บริเวณที่ห่างออกไปแบบกระจัดกระจายแต่ไม่ดูยุ่งเหยิง แสงสีเหลืองนวลจากไฟสะท้อนกับไม้ที่ใช้สร้างบ้านจนเหมือนบ้านทุกหลังนั้นถูกสร้างจากทองคำล้ำค่าและมุงหลังคาด้วยอัญมณี ต้นไม้ดอกไม้บางชนิดสามารถเรืองได้ บางต้นมีใบและลวดลายเหมือนภาพงานศิลปะลายไทย บางต้นเป็นก็เป็นต้นไม้เงินทอง ดาวดาวมากมายที่ไม่เคยสู้แสงไฟเมืองกรุงได้ในโลกก่อนต่างออกมาฉายแสงโชว์ความงามของตนอย่างเต็มที่ แม้กระทั้งกาแล็กซี่ทางช้างเผือกเองยังสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
สายน้ำแต่ละสายเชื่อมต่อกันเป็นเส้นทางสัญจรของผู้คน แม้ตอนนี้จะยังมืดอยู่แต่สามารถเดาได้เลยว่าน้ำนี่ไม่ใช่น้ำเน่าเสียแบบในอดีตแน่นอน
“สวยจัง…” จันทร์พูดออกมาราวกับละเมอ เขาเป็นคนหนึ่งที่ชอบบ้านริมน้ำ ชอบบ้านเรือนไทย เขาเคยฝันที่จะมีบ้านแบบนี้แต่หลังจากได้นั่งเรือเที่ยวผ่านคลองเล็ก ๆ ในเมืองกรุง ภาพน้องวรนุชตอนตายคารั้วบ้านที่อยู่ริมน้ำ ภาพน้อง ๆ นอนอาบแดดแบบไม่สนใจอะไรทำเอาเขารีบดับฝันนี้ทันที “อ่า… ถ้าเป็นเมื่อก่อนภาพแบบนี้ก็คงมีแต่ในภาพวาด ในการ์ตูน ไม่ก็ในหนังอย่างเดียวแน่ ๆ”
“… การรับความทรงจำอดีตไม่มีปัญหาสินะ” กฤติเดชได้ยินคำพูดมองน้องน้อยที่ยืนสองขาเกาะขอบเรื่องด้วยแววตาอ่อนโยน พี่น้องของพวกเขาได้รับความทรงจำที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะหมอ นักรบ นักปกครอง หรือแม้กระทั่งคนทำอาหารหรือ เกษตรกร ซึ่งล้วนมีประโยชน์ไม่ว่าจะกับตนเองหรือผู้อื่น
ความทรงจำเหล่านั้นบางครั้งก็ชัดเจนจนราวกับเป็นอดีตชาติที่พวกเขาพบเจอเรื่องเหล่านั่นมาด้วยตนเอง บางครั้งก็เป็นเหมือนแค่คลังความรู้ให้พวกเขาเท่านั้น
น้องน้อยของเขาแม้จะเพิ่งเกิด แต่ก็ดูโตกว่าอายุมาก แววตาเป็นประกายยามมองสิ่งต่าง ๆ ดูตื้นตันที่ความฝันเป็นจริงมากกว่าตื่นเต้นที่เห็นสิ่งใหม่คงจะได้ความทรงจำจากท่านแม่มาแล้วแน่นอน
จันทร์รู้สึกถึงสายตาที่มองมาจึงหันกลับไปมองตอบ ร่างใหญ่ในชุดขาวตบตักตัวเองเบา ๆ เป็นการเรียกให้น้องน้อยมาหา ซึ่งจันทร์เองก็ไม่ขัดศรัทธาและยอมไปหาโดยดี
เขาสัมผัสถึงความรักความอ่อนโยนของพี่ชายคนนี้ได้ อาจด้วยสายสัมพันธ์ครอบครัวที่มีต่อกันล่ะมั้ง เขารู้สึกจึงสบายใจและสนิทกันได้ง่าย ๆ จนอยากเป็นน้องน้อยคอยออดอ้อนให้พี่ชายดูแล
แมวน้อยขึ้นไปเหยียบย่ำ ๆ บนตักอุ่นก่อนจะหมุนไปมาเพื่อหาตำแหน่งและท่านอนที่เหมาะสม ก่อนปากน้อย ๆ จะหาวก็ออกมา ตาสีทองเองก็เริ่มรู้สึกหนักขึ้นเมื่อได้อยู่ในที่ที่รู้สึกปลอดภัย
สองผู้ใหญ่มองร่างเล็กที่ปิดตานอนขดตัวเป็นก้อนกลมบนอยู่ตักแกร่งอย่างอ่อนโยน ทั้งคู่ยิ้มและส่งสายตาให้ต่างฝ่ายต่างเงียบเสียงลง
ถึงเวลานอนของเด็กน้อยแล้ว
กฤติเดชร่างแก่ : เรียกพี่ได้ไหม~ แล้วพี่จะให้กินขนมหมื่นห้า~
จันทร์เจ้าเอ๋ย : คะ คุณตา…
กฤติเดชร่างแก่ : … (⌒‿⌒)
กฤติเดชร่างจริง : เรียกพี่สิครับ~
จันทร์เจ้าเอ๋ย : แด๊ดดี้!!!
ระบบ : พอโฮสต์ได้พี่สาวพี่ชายก็ไม่สนใจระบบเลย ฮือ ระบบคิดถึงพี่จ๋า (╥ω╥)
ระบบพี่ ๆ : พี่จ๋าก็คิดถึงน้องเล็ก!!!! // เสียงโหยหวนตะโกนจากโลกภารกิจอื่น
จันทรเมื่อโดนคนสวยคนหล่อน้วย
Talk
จบตอนแล้ว!!!! เอาจริง ๆ ตอนนี้ยังไม่ถึงครึ่งที่วางแผนจะเขียนเลยค่ะ เป็นหนึ่งในตอนที่เริ่มต้นเขียนใหม่หลายครั้งมาก และคิดว่าอาจจะสั้นก็ได้ แต่พอเริ่มตั้งใจเขียนจริงดันออกมายาวซะงั้นเลยขอตัดจบไว้ตรงนี้ก่อนนะ
ตัวอย่างเมืองที่น้องเห็นค่ะ
https://playgroundai.com/post/cljnnfclc0d1ks601aqmid4ri?fbclid=IwAR2P4Qni0QxwXVycl2o_mNwd7Lc-RSULSVTlx37iuszgKpxG5giYVp6R5cw
หวังว่าทุกคนจะชอบโลกใบนี้และชีวิตใหม่ของจันทร์เจ้าเอ๋ยนะคะ
ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้า สำหรับวันนี้บ้ายบายค่ะ