โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฮอตกว่าแดดทะเลทราย ! ส่อง 4 แคมเปญสุดเจ๋งใน Coachella เมื่อเทศกาลดนตรี กลายเป็นพื้นที่การตลาดระดับโลก

Ad Addict

อัพเดต 21 เม.ย. 2568 เวลา 07.18 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2568 เวลา 07.18 น. • xxapong

ในโลกของการตลาดสมัยใหม่ ไม่มีพื้นที่ไหนเล็กเกินไปสำหรับแบรนด์จะปล่อยของ และไม่มีพื้นที่ไหนใหญ่ไปกว่าการเป็น “Talk of the Town” ระดับโลกได้ ถ้าแบรนด์รู้วิธีเล่นให้ถูกจังหวะ

หนึ่งในเวทีที่แบรนด์ทั่วโลกจ้องตาเป็นมันทุกปี ก็คือเทศกาลดนตรีระดับตำนานอย่างCoachella ซึ่งไม่ได้เป็นแค่แหล่งรวมศิลปินหรือแฟชั่นสาย Y2K อีกต่อไป
แต่ได้กลายเป็น “สนามประลองครีเอทีฟ” ที่แบรนด์ต้องงัดกลยุทธ์เด็ด สร้างประสบการณ์สุดว้าว และแย่งชิงพื้นที่ในโซเชียลให้ได้มากที่สุด—ภายในเวลาไม่กี่วัน ท่ามกลางแดด 40 องศา!

ปี 2025 นี้ หลายแบรนด์กลับมาพร้อมคอนเซ็ปต์สุดล้ำ ทั่งกลยุทธ์ Immersive Experience Gamification รวมถึง Influencer และ Real-time Sharing ให้แคมเปญกลายเป็นไวรัลทันทีตั้งแต่ยังไม่จบวัน

และนี่คือ 4 แบรนด์ที่เราคัดมาแล้วว่า “ทำการบ้านมาดี” และใช้เทศกาลนี้เป็นเวทีโชว์พลังความคิดสร้างสรรค์ได้แบบไม่เสียของ ไปดูพร้อมกันว่าแคมเปญไหนจะ “ฮอต” กว่าแดดทะเลทราย!

1. Fortnite : สร้างตัวแผนที่ใหม่จำลองโคเชลล่าในเกม

Coachella ปีนี้ไม่ได้จำกัดแค่แคลิฟอร์เนีย เพราะแบรนด์จับมือกับ Fortnite เปิดตัวแผนที่ใหม่ชื่อ Coachella Pillars พาผู้เล่นท่องโลกดนตรีแบบอินเทอร์แอคทีฟ พร้อมภารกิจปลดล็อกเพลงจากศิลปินตัวจริงในเทศกาล เช่น Jennie, The Marías และ Djo

Coachella Pillars เป็นเกาะใหม่ในโหมด Creative ของ Fortnite ที่ผู้เล่นสามารถเข้าร่วมในสนามดนตรีแบบมัลติเพลเยอร์ โดยใช้ไอเท็มที่เกี่ยวข้องกับดนตรีกว่า 30 ชนิดในสามอารีนาที่หมุนเวียนกัน

โดยในในโหมด Fortnite Festival ผู้เล่นสามารถแสดงเพลงจากศิลปินที่เข้าร่วม Coachella ปีนี้ พร้อมทั้งปลดล็อก Jam Tracks และ Emotes ใหม่ๆ ผ่านการทำภารกิจ Spotlight Quests เพื่อรับ XP และเลเวลอัป นอกจากนั้นผู้เล่นสามารถเลือกใช้ชุดและไอเท็มที่ตอบสนองต่อเสียงเพลง เช่น ชุดที่เปลี่ยนสีตามจังหวะดนตรี และเครื่องดนตรีที่มีดีไซน์เฉพาะของ Coachella ซึ่งจะมีการปล่อยออกมาในช่วงสองสัปดาห์ของเทศกาล

อีกหนึ่งไฮไลต์คือ Coachella ยังได้สร้าง Sahara Island ซึ่งเป็นเวอร์ชันเสมือนของเต็นท์ Sahara ที่งานจริง โดยมีมินิเกมดนตรีและการแสดงจากศิลปินอย่าง Grimes และ DJ Snake รวมถึงการผสมผสานระหว่างความเป็นจริงเสริม (AR) และการสตรีมสดบน YouTube เพื่อให้แฟนๆ ได้สัมผัสประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับการเข้าร่วมงานจริง

2. White Fox : เปิดวิลล่าให้อินฟลูฯ เสิร์ฟคอนเทนต์แบบไม่พัก

แบรนด์แฟชั่นสายออสซี่ White Fox กลายเป็นหนึ่งในดาวเด่นของ Coachella ด้วยกลยุทธ์ Influencer Marketing โดยเฉพาะ “วิลล่าหรู” ที่กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ระดับท็อปได้รับเชิญมาพัก เพื่อสร้างคอนเทนต์อย่างต่อเนื่องก่อนและระหว่างเทศกาล

ภายในวิลล่ามีการแจกไอเท็มแฟชั่นสุดแซ่บที่เข้ากับสไตล์ Coachella พร้อมพร็อพถ่ายรูปสุดปัง ซึ่งทุกกิจกรรมในวิลล่าถูกออกแบบมาเพื่อให้เกิดการแชร์ ทั้งภาพนิ่ง วิดีโอ และ Vlog ภายใต้กลิ่นอายแบบ "cool-girl aesthetic" ทั้ง mood & tone ของบ้าน การแต่งตัว และกิจกรรม ล้วนสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์แบบไม่มีหลุดคอนเซ็ปต์

3. Sol de Janeiro : ทำน้ำหอมกลิ่น Festival ขวดเดียวในโลก !

แบรนด์บอดี้แคร์สุดฮิตจากบราซิลสร้างแลนด์มาร์กกลางงาน Coachella ชื่อว่า Casa Cheirosa ภายในแบ่งเป็น 6 โซน ได้แก่ Attract, Enter, Entice, Engage, Chill และ Extend โดยแต่ละโซนมีการออกแบบที่กระตุ้นประสาทสัมผัสต่างๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ ให้ผู้ร่วมงาน “ดม ดู สัมผัส” กลิ่นหอมแบบ Festival

ไฮไลต์คือโซน Cheirosa Your Way โซนนี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ทดลองผสมผสานกลิ่นน้ำหอมต่างๆ จากคอลเลกชัน Cheirosa เพื่อสร้างกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง รวมถึงโซน House Mini Bar ที่ผู้เข้าร่วมสามารถสร้างชุด "Festival Survival Pouch" ที่ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายขนาดเล็ก น้ำหอม และของใช้จำเป็นอื่นๆ เพื่อความพร้อมในการเข้าร่วมเทศกาล

4. Neutrogena : ตู้กดครีมกันแดดฟรีทั่วงาน

แบรนด์สกินแคร์ชื่อดัง Neutrogena กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 3 ในฐานะ “Sunscreen Partner” ประจำงาน Coachella พร้อมแคมเปญสุดแสบ (แต่ไม่แสบผิว) กับสโลแกนว่า: "Feel the music, not the sunburn" เพราะจังหวะมันร้อนพอแล้ว ผิวไม่ต้องร้อนตาม

โดยความน่าสนใจของรอบนี้คือการแจกครีมกันแดด Ultra Sheer SPF 55 ฟรีผ่านตู้ Sampling ทั่วพื้นที่ กว่า 200 แกลลอน ในสองสัปดาห์ ให้เราได้เติมเกราะปกป้องผิว สู้อากาศสุดร้อนเกือบ 40 องศา

แถมใน Week 1 ทางแบรนด์ยังจัด Pool Party ส่งท้ายสัปดาห์แรก พร้อมเสิร์ฟเซอร์ไพรส์และสื่อสารไลฟ์สไตล์ “แดดแรงแค่ไหนก็เอาอยู่”

ในมุมแอด เทศกาลอย่าง Coachella คือบทพิสูจน์ว่า แบรนด์ไม่จำเป็นต้องยืนบนเวที ก็สามารถเป็นหนึ่งใน “โชว์ที่น่าจดจำที่สุด” ได้ ไม่ว่าจะเป็นตู้กดครีมกันแดด วิลล่าถ่ายคอนเทนต์ หรือแม้แต่เกาะเสมือนในเกม—ถ้าคอนเซ็ปต์ชัด โทนแม่น และเข้าอินไซต์คน เท่ากับว่าคุณได้ขึ้นเวทีแล้วโดยไม่ต้องขอใคร

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...