SC รีแบรนด์ใหม่รอบ 18 ปี จัดทัพ ปรับพอร์ต กระจายเสี่ยง ผุดบ้านหรู 200 ล้าน รุกธุรกิจใหม่
SC รีแบรนด์ใหม่รอบ 18 ปี จัดทัพ ปรับพอร์ต กระจายเสี่ยง ผุดบ้านหรู 200 ล้าน รุกธุรกิจใหม่
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยว่า ปี 2567 บริษัทปรับตัวเพื่อรับมือภูเขาอุปสรรค 3 ลูกของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งหนี้ครัวเรือนสูง อุปทานล้น และความเชื่อมั่นต่ำ ทำให้สามารถสะสมที่ดินทำเลศักยภาพรองรับการเติบโตไม่น้อยกว่า 3 ปี เฉลี่ยปีละกว่า 30,000 ล้านบาท สำหรับพัฒนาที่อยู่อาศัย โรงแรม คลังสินค้าและยังมีสภาพคล่องรองรับการเติบโตมากกว่า 10,000 ล้านบาท ส่วนปี 2568 ยังเป็นอีกปีที่ท้าทายของภาคอสังหาฯ บริษัทยังคงปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ลงทุนอย่างรอบคอบ และกระจายความเสี่ยง เพราะภูเขาอุปสรรค 3 ลูกยังคงอยู่ อีกทั้งมีปัจจัยผันผวนจากภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มเติม
โดยได้มีการปรับใน 3 เรื่อง ได้แก่ 1.ปรับพอร์ตโฟลิโอธุรกิจ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย อสังหาฯ ที่อยู่อาศัยเพื่อขายแนวราบและคอนโดฯ,อสังหาฯ สร้างรายได้ประจำ โรงแรม คลังสินค้า อาคารสำนักงาน และอพาร์ตเมนต์ในสหรัฐ สุดท้ายคือสร้างโอกาสใหม่ ลงทุนในธุรกิจใหม่ที่ไม่ใช่อสังหาฯ ที่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต เพิ่มความสมดุลของพอร์ตโฟลิโอ ให้มีกำไรจากธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น 2. ปรับโครงสร้างต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้เหมาะสม เพิ่มความสามารถในการทำกำไร 3.ปรับโครงสร้างองค์กร เพิ่มความคล่องตัว รองรับการเติบโตของธุรกิจที่หลากหลาย และเพิ่มโอกาสเติบโตของพนักงาน
นายณัฐพงศ์กล่าวว่า สำหรับปี 2568 ตั้งเป้าหมายธุรกิจเติบโตทั้งยอดขาย รายได้ และกำไร รักษาสภาพคล่องให้แข็งแกร่ง มีสัดส่วนหนี้ต่อทุนลดลง โดยตั้งเป้ายอดขาย 26,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% รายได้รวมทุกกลุ่มธุรกิจ 25,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% และใช้เงินลงทุน 7,000 ล้านบาท โดยเปิด 15 โครงการใหม่ มูลค่า 28,000 ล้านบาท เป็นแนวราบ 12 โครงการ มูลค่า 18,000 ล้านบาท ไฮไลต์แบรนด์ใหม่ SONLE บ้านเดี่ยวราคาเริ่มต้น 200 ล้านบาท ทั้งโครงการมี 5 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท และmatter ทาวน์โฮมแบรนด์ใหม่ราคาเริ่มต้น 5.5 ล้านบาท เจาะกลุ่มเจนซี ส่วนคอนโดเปิด 3 โครงการ มูลค่า 10,000 ล้านบาท แบรนด์ Reference และ COBE ซึ่งเปิดแล้วโครงการ Reference เกษตร อีก 2 โครงการจะเปิดครึ่งปีหลังมีโครงการ COBE ลาดพร้าว-สุทธิสาร และสุขุมวิท 20 เป็นแบรนด์ใหม่ ทำให้ปีนี้มีที่อยู่อาศัยอยู่ระหว่างขายและเปิดใหม่ทั้งหมด 96โครงการ มูลค่ารวม 94,500 ล้านบาท และมีแบ็กล็อกรอโอนในมือ 17,000 ล้านบาท เป็นแนวราบ 40% แนวสูง 60% ขณะเดียวกันมีแผนจะลงทุนในพื้นที่ภูเก็ตโดยร่วมทุนกับผู้ประกอบการท้องถิ่นพัมนาคอนโดและวิลล่า รองรับลูกค้าต่างชาติและคนไทย
“ปีนี้เพิ่มสัดส่วนคอนโดฯมากขึ้น เพระกำลังซื้อยังดีกว่าแนวราบที่ซัพพลายเริ่มล้นโดยเฉพาะบ้านเดี่ยวในทุกระดับราคา แต่ราคามากกว่า 10 ล้านบาทยังมีสุขภาพดีอยู่ คาดว่าแนวราบต้องใช้เวลา 2-3 ปีกว่าจะกลับเป็นปกติซึ่งบ้านเดี่ยวกว่าจะขายหมดใช้เวลา 5 ปี อยากให้รัฐบาลต่ออายุมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ เช่น ลดค่าโอนและจำนอง 0.01% ในทุกระดับราคา สนับสนุนการกู้ให้ง่ายขึ้น รวมถึงผ่อนคลาย LTV ดึงดูดต่างชาติมาอยู่ประเทศไทยนานขึ้น คาดว่าช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ ตลาดอสังหาฯและเศรษฐกิจโดยรวมได้“นายณัฐพงศ์กล่าว
นายณัฐพงศ์กล่าวว่า ในส่วนของอสังหาฯ รายได้ประจำปลายปีนี้จะมีจำนวนโครงการรวม 19 โครงการ จาก 4 ธุรกิจ ได้แก่ โรงแรม 545 ห้อง, คลังสินค้าให้เช่า 200,000 ตร.ม., อาคารสำนักงาน 120,000 ตร.ม. และอพาร์ตเมนต์เพื่อเช่าในสหรัฐอเมริกา 5 อาคาร มีไฮไลต์ คือ โรงแรมใหม่ 2 ทำเล เปิดตัวไตรมาส 2 คือ KROMO, Curio Collection by Hilton ติดถนนสุขุมวิท ตรงข้ามห้างเอ็มสเฟียร์ และ The Standard พัทยา ติดหาดนาจอมเทียน เป็นการร่วมทุนกับบมจ.ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น พัฒนาบนที่ดินเช่า และคลังสินค้าเพื่อเช่า 3 โครงการใหม่ ในทำเล บางนา กม. 20 พื้นที่ 78,000 ตร.ม., แหลมฉบัง พื้นที่ 46,000 ตร.ม.และ นิคมอมตะชลบุรี พื้นที่ 37,000 ตร.ม.
“ในทศวรรษที่3ของเอสซีนี้มีการเปลี่ยนแปลง ธุรกิจมีความหลากหลายขึ้น ดังนั้นในปีนี้เอสซีจะมีการรีแบรนด์ดิ้งครั้งสำคัญและครั้งแรกในรอบ 18 ปี มีโลโก้และภาพลักษณ์ใหม่จะได้เห็นในครึ่งปีหลัง”นายณัฐพงศ์กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : SC รีแบรนด์ใหม่รอบ 18 ปี จัดทัพ ปรับพอร์ต กระจายเสี่ยง ผุดบ้านหรู 200 ล้าน รุกธุรกิจใหม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th