โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ราคาคอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายใหม่จะเป็นอย่างไร? สิ่งที่ต้องรู้ก่อนลงทุน

Homeday

อัพเดต 02 เม.ย. 2568 เวลา 10.42 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2568 เวลา 10.41 น.

การลงทุนในคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้าสายใหม่เป็นโอกาสทางการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน โครงข่ายรถไฟฟ้าที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในเมืองใหญ่ส่งผลโดยตรงต่อราคาที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะคอนโดมิเนียม แต่การลงทุนอย่างมีหลักการจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจปัจจัยหลายด้านที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของราคา บทความนี้จะอธิบายถึงปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อราคาคอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายใหม่ และสิ่งที่นักลงทุนควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ

การเปลี่ยนแปลงของราคาตามช่วงเวลาการพัฒนารถไฟฟ้า

การพัฒนาเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่มีระยะเวลาดำเนินการยาวนานหลายปี ซึ่งในแต่ละช่วงเวลาส่งผลต่อราคาคอนโดมิเนียมแตกต่างกัน ทำให้นักลงทุนต้องเข้าใจวงจรการเปลี่ยนแปลงของราคาเพื่อวางแผนการลงทุนอย่างเหมาะสม

ในช่วงประกาศโครงการ เมื่อภาครัฐประกาศแผนการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายใหม่อย่างเป็นทางการ ราคาที่ดินในพื้นที่ตามแนวเส้นทางจะเริ่มปรับตัวสูงขึ้นทันที โดยเฉพาะบริเวณที่จะเป็นสถานีในอนาคต ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มสะสมที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ ทำให้ราคาที่ดินปรับตัวขึ้นประมาณ 10-15% ในช่วงนี้

ถัดมาเป็นช่วงเริ่มก่อสร้าง เมื่อการก่อสร้างเริ่มขึ้น ผู้ประกอบการจะเปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ๆ ในราคาที่สูงขึ้นจากเดิม 20-30% เนื่องจากต้นทุนที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน พื้นที่โดยรอบก็จะประสบปัญหาการจราจรติดขัด มลภาวะทางเสียงและฝุ่น ซึ่งอาจส่งผลให้คอนโดที่สร้างเสร็จแล้วในบริเวณดังกล่าวมีอัตราการเช่าลดลงชั่วคราว

ช่วงใกล้เปิดให้บริการ ราคาคอนโดจะปรับตัวขึ้นอีกครั้งประมาณ 15-25% เมื่อการก่อสร้างใกล้เสร็จสมบูรณ์ ความชัดเจนของโครงการและกำหนดการเปิดให้บริการจะดึงดูดทั้งนักลงทุนและผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยจริง ทำให้ความต้องการซื้อเพิ่มสูงขึ้น

หลังเปิดให้บริการ 1-2 ปีแรก ราคาคอนโดจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดอีกประมาณ 20-40% เนื่องจากความสะดวกในการเดินทางที่เกิดขึ้นจริง การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยรอบสถานี และการเติบโตของชุมชน ทำให้พื้นที่มีความน่าสนใจมากขึ้น

ในระยะยาว 3-5 ปีหลังเปิดให้บริการ ราคาจะยังคงเติบโตแต่ในอัตราที่ชะลอตัวลง ประมาณ 5-10% ต่อปี ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ เช่น การพัฒนาพื้นที่โดยรอบ นโยบายภาครัฐ และภาวะเศรษฐกิจโดยรวม การเข้าใจวงจรการเปลี่ยนแปลงราคานี้จะช่วยให้นักลงทุนวางแผนจังหวะการซื้อและขายได้อย่างเหมาะสม

ปัจจัยที่มีผลต่อการเพิ่มขึ้นของราคาคอนโด

การเพิ่มขึ้นของราคาคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าสายใหม่ไม่ได้เกิดขึ้นเท่ากันในทุกพื้นที่ นักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อศักยภาพการเติบโตของราคา เพื่อให้การลงทุนเกิดผลตอบแทนที่คุ้มค่า

ระยะห่างจากสถานี เป็นปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลโดยตรงต่อราคา โดยคอนโดที่อยู่ในรัศมี 300 เมตรจากสถานีจะมีราคาสูงกว่าและมีอัตราการเติบโตสูงกว่าโครงการที่อยู่ไกลออกไป คอนโดที่สามารถเดินถึงสถานีได้ในเวลาไม่เกิน 5 นาที จะได้รับความนิยมสูงสุด และมีราคาสูงกว่าคอนโดที่อยู่ไกลออกไปประมาณ 15-25% แม้จะอยู่ในย่านเดียวกัน

ประเภทของสถานี สถานีเชื่อมต่อ (Interchange Station) ที่มีรถไฟฟ้าหลายสายมาบรรจบกันจะมีศักยภาพสูงกว่าสถานีทั่วไป เนื่องจากให้ความสะดวกในการเดินทางมากกว่า คอนโดใกล้สถานีเชื่อมต่อจะมีราคาและอัตราการเติบโตสูงกว่าคอนโดใกล้สถานีทั่วไปประมาณ 20-30% สถานีปลายทางของเส้นทางก็มักมีศักยภาพสูงเช่นกัน เพราะรองรับผู้โดยสารจากพื้นที่โดยรอบที่ยังไม่มีรถไฟฟ้า

การพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานี พื้นที่ที่มีการพัฒนาเชิงพาณิชย์ เช่น ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต สำนักงาน และสถานศึกษา จะดึงดูดผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนมากกว่าพื้นที่ที่ยังไม่มีการพัฒนา คอนโดในพื้นที่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันจะมีราคาและอัตราการเติบโตสูงกว่าพื้นที่ที่ยังไม่พัฒนาประมาณ 10-20%

ข้อจำกัดด้านผังเมือง บางพื้นที่มีข้อจำกัดเรื่องความสูงอาคารหรืออัตราส่วนพื้นที่อาคารต่อพื้นที่ดิน (FAR) ทำให้จำนวนคอนโดที่สามารถสร้างได้มีจำกัด ส่งผลให้ราคาคอนโดในพื้นที่นั้นมีโอกาสเติบโตสูงกว่าพื้นที่ที่สามารถสร้างที่อยู่อาศัยได้อย่างหนาแน่น

ทิศทางการขยายตัวของเมือง พื้นที่ที่อยู่ในทิศทางการขยายตัวของเมืองตามนโยบายภาครัฐ เช่น การสร้างเมืองใหม่ นิคมอุตสาหกรรม หรือศูนย์ราชการแห่งใหม่ จะมีศักยภาพการเติบโตสูงกว่าพื้นที่ที่พัฒนาเต็มที่แล้ว การศึกษาแผนพัฒนาเมืองในระยะยาวจะช่วยให้นักลงทุนมองเห็นโอกาสการเติบโตในอนาคต

กลยุทธ์การลงทุนคอนโดตามแนวรถไฟฟ้าสายใหม่

การลงทุนในคอนโดตามแนวรถไฟฟ้าสายใหม่ต้องอาศัยกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับเป้าหมายและงบประมาณของนักลงทุน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าและลดความเสี่ยง

  • กลยุทธ์ลงทุนระยะสั้น (Pre-sale Strategy): เป็นการซื้อคอนโดในช่วงเปิดจองโครงการใหม่ (Pre-sale) เมื่อรถไฟฟ้าเริ่มก่อสร้าง และขายต่อเมื่อโครงการสร้างเสร็จหรือใกล้เปิดให้บริการ กลยุทธ์นี้มีข้อดีคือใช้เงินลงทุนน้อยเพียงเงินจอง และเงินดาวน์ประมาณ 10-20% ของราคาห้อง สามารถสร้างกำไรได้ 15-30% ในระยะเวลา 2-3 ปี โดยไม่ต้องรับภาระเงินกู้ แต่มีความเสี่ยงหากโครงการก่อสร้างล่าช้าหรือผู้พัฒนาประสบปัญหาทางการเงิน นอกจากนี้ ต้องระวังเรื่องการโอนสิทธิ์ที่บางโครงการอาจมีข้อจำกัดหรือมีค่าใช้จ่ายสูง
  • กลยุทธ์ลงทุนระยะกลาง (Value-Added Strategy): เป็นการซื้อคอนโดมือสองที่มีศักยภาพแต่ราคายังไม่สูงมาก เช่น คอนโดเก่าที่อยู่ในทำเลที่กำลังจะมีรถไฟฟ้าสายใหม่ผ่าน นำมาปรับปรุงให้ดูทันสมัยและน่าอยู่มากขึ้น จากนั้นขายหรือปล่อยเช่าเมื่อรถไฟฟ้าเปิดให้บริการ กลยุทธ์นี้สามารถสร้างผลตอบแทนสูงถึง 30-50% ในระยะเวลา 3-5 ปี แต่ต้องใช้เงินลงทุนสูงกว่าและต้องมีความรู้ในการบริหารจัดการทรัพย์สิน
  • กลยุทธ์ลงทุนระยะยาว (Long-term Rental Strategy): เป็นการซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่าในระยะยาว โดยเลือกทำเลที่มีศักยภาพการเติบโตสูง แต่ราคายังไม่สูงมากนัก เช่น คอนโดตามแนวรถไฟฟ้าสายรองที่เชื่อมต่อกับสายหลัก หรือคอนโดในย่านที่กำลังพัฒนาเป็นย่านธุรกิจใหม่ กลยุทธ์นี้สร้างรายได้จากค่าเช่าอย่างสม่ำเสมอประมาณ 4-6% ต่อปี พร้อมกับการเพิ่มขึ้นของมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว 5-10 ปี ซึ่งอาจสูงถึง 50-100% ขึ้นอยู่กับการพัฒนาของพื้นที่โดยรอบ ข้อควรระวังคือต้องมีความสามารถในการผ่อนชำระเงินกู้ในช่วงที่ห้องว่าง และต้องพิจารณาค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาห้องและส่วนกลางในระยะยาว

การเลือกกลยุทธ์การลงทุนควรคำนึงถึงศักยภาพของพื้นที่ ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคาปัจจุบัน และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและวางแผนการเงินอย่างรัดกุม โดยไม่ก่อหนี้เกินความสามารถในการชำระ

สรุป

การลงทุนในคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าสายใหม่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีหากเข้าใจปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาและเลือกกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสม นักลงทุนควรพิจารณาวงจรการพัฒนารถไฟฟ้า ศักยภาพของพื้นที่ และปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อราคาคอนโด เช่น ระยะห่างจากสถานี ประเภทของสถานี การพัฒนาพื้นที่โดยรอบ และทิศทางการขยายตัวของเมือง

การลงทุนที่มีการวางแผนอย่างรอบคอบ พิจารณาความเสี่ยงและผลตอบแทนอย่างสมดุล จะช่วยให้นักลงทุนประสบความสำเร็จในการลงทุนคอนโดตามแนวรถไฟฟ้าสายใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนระยะสั้น ระยะกลาง หรือระยะยาว ทั้งนี้ นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างต่อเนื่องและติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ เพื่อปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง

#สาระ #อสังหาริมทรัพย์ #Mehome #มีบ้านต้องมีโฮม #คอนโดติดรถไฟฟ้า #ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ #รถไฟฟ้าสายใหม่ #ราคาคอนโด #กลยุทธ์การลงทุน #ทำเลศักยภาพ #คอนโดน่าลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...