“ซีอีโอ Nvidia” เดินทางเยือนจีน หลังรัฐบาลสั่งห้ามขายชิป AI ให้จีน
"ซีอีโอ Nvidia" เดินทางเยือนจีน หลังรัฐบาลสหรัฐฯ สั่งห้ามขายชิป AI ให้จีน กระตุ้นความตึงเครียดในสมรภูมิเทคโนโลยี
วันที่ 17 เมษายน 2568 เวลา 14.59 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าJensen Huang ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia Corp. เดินทางถึงกรุงปักกิ่งเมื่อวันพฤหัสบดี (17 เม.ย.68) ไม่นานหลังจากที่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศห้าม Nvidia ขายชิป AI รุ่น H20 ให้กับจีน
Jensen Huang เดินทางเข้าประเทศตามคำเชิญของสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของจีน (China Council for the Promotion of International Trade) ตามรายงานของ Yuyuantantian บัญชีโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวข้องกับสถานีโทรทัศน์กลางแห่งชาติจีน (CCTV)
อย่างไรก็ตามเวลาที่หวงเดินทางเยือนครั้งนี้ถือว่าผิดปกติ เพราะเพียงไม่กี่วันก่อนหน้านี้ เขาเพิ่งไปร่วมรับประทานอาหารเย็นกับทรัมป์ที่สหรัฐ และหลังจากนั้นไม่นาน Nvidiaก็ออกมาเตือนว่าบริษัทต้องเผชิญกับผลกระทบทางการเงินราว 5.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากข้อจำกัดการส่งออก H20
โดยข้อจำกัดใหม่นี้ถือเป็นการยกระดับสงครามเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐและจีน โดยชิป H20 เป็นผลิตภัณฑ์ที่ Nvidia ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับลูกค้าชาวจีน เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดการควบคุมการส่งออกเดิมของสหรัฐ
ซึ่งเมื่อวันที่ 14 เม.ย.68 รัฐบาลสหรัฐแจ้งNvidia ว่า ชิป H20 จะต้องขอใบอนุญาตส่งออก หากต้องการขายให้กับจีน การขออนุญาตนี้จะมีผลอย่างไม่มีกำหนด สะท้อนถึงความกังวลของสหรัฐว่าผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดอาจถูกนำไปใช้ใน หรือถูกเบี่ยงเบนไปสู่ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในจีน หลังจากนั้นคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ซึ่งมีทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครตร่วมกัน เรียกร้องให้Nvidia ส่งข้อมูลเกี่ยวกับการขายชิปให้กับ DeepSeek สตาร์ทอัพ AI ของจีนที่เพิ่งเปิดตัวแชตบอตปัญญาประดิษฐ์ตัวใหม่
Howard Lutnick รัฐมนตรีพาณิชย์ของทรัมป์ ให้คำมั่นว่าจะใช้มาตรการที่เข้มงวดมากกับการควบคุมชิปที่เกี่ยวข้องกับจีน โดยเฉพาะหลังการเกิดขึ้นของ DeepSeek สตาร์ทอัพ AI หน้าใหม่ของจีน ล่าสุดสหรัฐยังออกมาตรการคว่ำบาตรบริษัทจีนอีกหลายสิบแห่ง โดยกล่าวหาว่าบริษัทเหล่านี้มีส่วนช่วยเหลือความพยายามด้านการทหารของรัฐบาลปักกิ่ง
ทั้งนี้ในตลาดชิป AI ของจีน ผลิตภัณฑ์จาก Huawei Technologies Co. ถือเป็นคู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดของNvidia และ Advanced Micro Devices Inc. (AMD) อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์ของ Huawei ยังตามหลังในด้านประสิทธิภาพอยู่มาก
อ้างอิง : bloomberg.com