โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สายการบินไทย-ต่างชาติ ประกาศห้ามใช้-ชาร์จพาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 12.02 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. 2568 เวลา 07.49 น.

สายการบินต่างชาติ ประกาศห้ามใช้-ชาร์จพาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน สกัดเหตุไหม้บนเครื่องบิน เริ่มตั้งแต่มีนาคม 2568 เป็นต้นไป ขณะที่ “การบินไทย” เริ่มประกาศห้ามใช้-ชาร์จเช่นเดียวกันแล้ว มีผล 15 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป

จากกรณีเกิดเหตุไฟไหม้เครื่องบิน Air Busan เมื่อปลายเดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา ทำให้สายการบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางการบิน ต้องออกมาตรการหรือข้อกำหนดใหม่ เพื่อควบคุมการใช้แบตเตอรี่สำรอง หรือ Powerbank บนเครื่องบิน

โดยหลายสายการบินต่างชาติ เช่น Air Busan, EVA Air, Air China ประกาศห้ามผู้โดยสารใช้งานพาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน และห้ามชาร์จไฟกับปลั๊กไฟหรือช่องเสียบ USB บนเครื่องบิน ตั้งแต่มีนาคม 2568 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นระเบียบเดียวกับสายการบิน STARLUX Airlines ที่มีการประกาศมาตั้งแต่ปี 2561

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมเกาหลีใต้ มีการออกกฎระเบียบ ห้ามนำพาวเวอร์แบงก์และบุหรี่ไฟฟ้าใส่ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ ต้องพกติดตัวตลอดเวลา และ ห้ามชาร์จพาวเวอร์แบงก์กับปลั๊กไฟบนเครื่องบิน

ก่อนหน้านี้ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) มีการออกระเบียบการพกพาวเวอร์แบงก์ จนถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บรรจุแบตเตอรี่ลิเทียมขึ้นเครื่องบิน เมื่อมกราคม 2568 โดยกำหนดให้แบตเตอรี่สำรอง หรือ Power Bank ขนาดน้อยกว่า 100 Wh สามารถนำขึ้นเครื่องได้สูงสุด 20 ก้อน

ขณะที่สายการบินในประเทศไทย เริ่มมีการประกาศห้ามใช้งานพาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบินแล้วเช่นกัน โดยเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2568 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กำหนดมาตรการการพกพา Power Bank เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

โดยเนื่องจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นกับสายการบินต่างประเทศ ซึ่งมีข้อสันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับการใช้งาน Power Bank ระหว่างเที่ยวบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จึงกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัย โดยไม่อนุญาตให้ใช้ Power Bank ระหว่างอยู่บนเครื่องบิน มีผลตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารและลูกเรือ ขอความร่วมมือทุกท่านปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวและขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้

สำหรับกฎการนำพาวเวอร์แบงก์ขึ้นเครื่องบินนั้น สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ระบุว่า ผู้โดยสารจะต้องนำแบตเตอรี่สำรองไปในรูปแบบสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่อง (Carry On Baggage) โดยองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO) และสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association: IATA) ได้กำหนดขนาดความจุของแบตเตอรี่สำรองที่นำติดตัวขึ้นเครื่องได้ คือ

  • หากแบตเตอรี่สำรองมีขนาดความจุ ไม่เกิน 100 Wh (Watt-Hour) หรือ 20,000 mAh (milli ampere-hour) ผู้โดยสารสามารถนำติดตัวขึ้นเครื่องได้คนละไม่เกิน 20 ชิ้น
  • หากขนาดความจุเกิน 100 Wh (Watt-Hour) หรือ 20,000 mAh แต่ไม่เกิน 160 Wh (Watt-Hour) หรือ 32,000 ผู้โดยสารสามารถนำติดตัวขึ้นเครื่องได้คนละไม่เกิน 2 ชิ้น
  • ขนาดความจุเกิน 160 Wh (Watt-Hour) หรือ 32,000 mAh จะไม่สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ในทุกกรณี

ปัจจุบันมีเหตุการณ์แบตเตอรี่สำรองลุกไหม้บนห้องโดยสาร เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้สายการบินบางประเทศ เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ออกกฎระเบียบเพิ่มเติม เช่น การห้ามชาร์จแบตเตอรี่บนเครื่องบิน และไม่ให้เก็บแบตเตอรี่สำรองบนพื้นที่เก็บสัมภาระเหนือศีรษะ

อย่างไรก็ตาม CAAT และสายการบินของไทย ยังใช้หลักเกณฑ์ตามมาตรฐานและคำแนะนำขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ(ICAO) ทั้งนี้ CAAT แนะนำให้ผู้โดยสารตรวจสอบขนาดความจุของแบตเตอรี่สำรองและสภาพของแบตเตอรี่สำรองให้เป็นไปตามมาตรฐานก่อนการเดินทาง เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยทุกเที่ยวบิน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สายการบินไทย-ต่างชาติ ประกาศห้ามใช้-ชาร์จพาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...