โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ตำรวจเอาจริง!! ผบช.ภาค 2 เตือนโรงแรมให้ที่พักบัญชีม้า มีโทษหนัก ศาลสั่งปรับ 5.5 ล้าน-จำคุก

77kaoded

อัพเดต 22 ก.พ. 2568 เวลา 22.28 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. 2568 เวลา 15.28 น. • 77Kaoded

สระแก้ว – ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 สั่งให้ตำรวจทุกพื้นที่เอาจริงกับโรงแรมเถื่อน ให้ที่พักบัญชีม้าและแก๊งคอลเซนเตอร์ รวมทั้งเอื้อให้กับขบวนการพาคนข้ามแดนไปสแกนใบหน้า โดยล่าสุด ศาลจังหวัดสระแก้วพิพากษาแล้วปรับโรงแรมเถื่อน 5.5 ล้านบาทและสั่งจำคุกเจ้าของโรงแรม รวมทั้งแจ้งเตือนโชเฟอร์รถเถื่อนที่เป็นผู้นำพาบัญชีม้าไปส่งชายแดน อย่าหากินกับบัญชีม้าและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เมื่อวันที่ 22 ก.พ.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานีตำรวจภูธรอรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เผยแพร่ข่าวและแจ้งเตือนปัญหาขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือบัญชีม้า ทางเพจ สภ.อรัญประเทศ ระบุว่า ตำรวจภูธรภาค 2 เอาจริง เชือดโรงแรมเถื่อน ให้ที่พักบัญชีม้า-แก๊งคอลเซนเตอร์ เอื้อขบวนการพาข้ามแดน ศาลพิพากษาแล้วปรับอ่วม 5.5 ล้านบาท ลุยกวาดล้างโชเฟอร์เถื่อนนำพาบัญชีม้า “ผบช.ภ.2” เตือนอย่าทำ โทษหนัก โดย พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) เปิดเผยว่า ตำรวจภูธรภาค 2 เดินหน้ายุทธการ “อรัญ 68 Seal Border” อย่างต่อเนื่อง ตาม 7 มาตรการเข้มปราบปรามต่างด้าวทำผิดกฎหมาย แก๊งคอลเซนเตอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมีปฏิบัติการกวาดล้างกดดันขบวนการพาคนข้ามแดนเพื่อไปเป็นบัญชีม้า ทำงานแก๊งคอลเซนเตอร์ ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านฝั่งชายแดน จว.สระแก้ว จันทบุรี และตราด อย่างเข้มข้น ช่วยเหลือเหยื่อ จับกุมผู้ต้องหาได้จำนวนมาก และขอเตือนผู้ประกอบการโรงแรม ที่พักทุกรูปแบบ โดยเฉพาะโรงแรมเถื่อนที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ห้ามให้ที่พักพิงแก่บุคคลที่ครอบครองและใช้บัญชีฝากของบุคคลอื่น (บัญชีม้า) แก๊งอาชญากรคอลเซนเตอร์ รวมทั้งผู้ขับขี่ รถรับจ้าง ห้ามรับงานนำพาบัญชีม้า-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ไปส่งยังชายแดน เพราะเท่ากับให้การสนับสนุน ช่วยเหลือขบวนการคอลเซนเตอร์เข้าข่ายผิดกฎหมายหลายข้อ มีโทษตามกฎหมายทั้งจำคุก และปรับ โดยมีคดีตัวอย่างที่ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกและปรับมากกว่า 5 ล้านบาท

ทั้งนี้ พล.ต.ท.ยิ่งยศ ระบุว่า ล่าสุดกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว สืบสวนพบเกสต์เฮ้าส์ใน อ.อรัญประเทศ จว.สระแก้ว ให้ที่พักพิงแก่ บัญชีม้า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงเข้าจับกุมดำเนินคดี เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุด ศาลจังหวัดสระแก้ว ตัดสินลงโทษ เจ้าของโรงแรมเถื่อนใน อ.อรัญประเทศ ที่ให้ที่พักพิง ศาลพิพากษาลงโทษ นาย เอ (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาในคดีโรงแรมเถื่อน ดังนี้ จำคุก 3 เดือน (รอลงอาญา 2 ปี) ปรับ 5,000 บาท และปรับเพิ่มวันละ 1,000 บาท ตั้งแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้อง (5,528 วัน) เป็นเงินรวม 5,528,000 บาท ยังต้องปรับอีกวันละ 1,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

“ดำเนินคดีกับที่พักโรงแรมเกสต์เฮ้าส์ ต่าง ๆ ที่ให้พักพิงบัญชีม้า แก๊งคอลเซนเตอร์ 2 คดี ดำเนินคดีกับผู้ขับรถรับจ้างนำพาบัญชีม้า 5 ราย เบื้องต้นฐานขับรถสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นบทเรียนราคาแพง ให้กับผู้ประกอบการโรงแรมเถื่อน ให้ที่พัก ที่ซ่อนของอาชญากรที่ครอบครองใช้บัญชีเงินฝากของผู้อื่น (บัญชีม้า) แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เสี่ยงโทษหนัก หากเจ้าของโรงแรมที่รู้เห็นเป็นใจ หรือ เพิกเฉย ให้ที่พักแก่บัญชีม้า อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย” ผบช.ภ.2 กล่าวและว่า โรงแรม เกสต์เฮ้าส์ที่ให้ที่พักพิงมิจฉาชีพออนไลน์ อาจเข้าข่ายความผิด “พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547” ม.15 ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบกิจการโรงแรม เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน ม.59 ผู้ใดฝ่าฝืน ม.15 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน ม.35 ผู้จัดการต้องจัดให้มีการบันทึกรายการต่าง ๆ เกี่ยวกับผู้พักและจำนวนผู้พักในแต่ละห้อง ลงในบัตรทะเบียนผู้พัก ม.56 ผู้จัดการไม่ปฏิบัติตาม ม.35 ต้องระวางโทษปรับทางปกครอง ตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท “พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542” ม.7 ในความผิดฐานฟอกเงิน ผู้ใดสนับสนุนการกระทำผิด หรือช่วยเหลือผู้กระทำผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด จัดหาหรือให้เงินหรือทรัพย์สิน ยานพาหนะ สถานที่ เพื่อช่วยเหลือให้ผู้กระทำผิดหลบหนี หรือเพื่อมิให้ผู้กระทำผิดถูกลงโทษ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการ ม.60 ผู้ใดกระทำผิดฐานฟอกเงิน ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี ปรับ 20,000 ถึง 200,000 บาท ม.61 นิติบุคคล กระทำผิดตาม ม.7 ต้องระวางโทษ ปรับ ตั้งแต่ 200,000 ถึง 1,000,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ยังแจ้งเตือนว่า ขอเตือนผู้ประกอบการอย่าปล่อยให้โรงแรมหรือที่พักของคุณ กลายเป็นแหล่งซ่อนตัวของอาชญากร เจ้าของกิจการต้องตรวจสอบผู้เข้าพัก ป้องกันไม่ให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือของขบวนการมิจฉาชีพ พบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัย แจ้งตำรวจทันที ขออย่าทำมาหากินกับขบวนการเหล่านี้ ที่สร้างความเดือดร้อนให้คนจำนวนมาก และย้ำว่าตำรวจภูธรภาค 2 ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ปราบแก๊งคอลเซนเตอร์อย่างเด็ดขาด จริงจัง ไม่ยอมให้ใช้พื้นที่จังหวัดชายแดนในความรับผิดชอบของ ตำรวจภูธรภาค 2 เป็นที่พัก เส้นทางผ่านของขบวนการมิจฉาชีพหลอกลวงประชาชนโดยเด็ดขาด ทั้งนี้ หากผู้ใดมีข้อมูล เบาะแส สามารถแจ้งแก่ตำรวจภูธรภาค 2 ได้ทาง สายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทางเพจเฟซบุ๊กตำรวจภูธรภาค 2

——————————-

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...