โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเลือกตั้งเทศบาล 11 พฤษภาคม : พลังเงียบที่จะเปลี่ยนชีวิตด้านสวัสดิการ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 06 พ.ค. 2568 เวลา 02.40 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. 2568 เวลา 02.40 น.

ฝนไม่ถึงดิน | ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี

การเลือกตั้งเทศบาล 11 พฤษภาคม

: พลังเงียบที่จะเปลี่ยนชีวิตด้านสวัสดิการ

การเลือกตั้งระดับชาติมักได้รับความสนใจอย่างท่วมท้น ภาพการหาเสียงคึกคัก การอภิปรายในสื่อต่างๆ และการถกเถียงในสังคมออนไลน์เป็นภาพที่คุ้นตา

ตรงกันข้ามกับการเลือกตั้งเทศบาลที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ ที่แทบไม่มีใครพูดถึง สื่อไม่ได้ให้พื้นที่มากนัก และประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจ

ความเข้าใจที่ว่า “การเมืองท้องถิ่นไม่สำคัญ” เป็นความเข้าใจผิดที่ฝังลึกในสังคมไทย

ทั้งที่ความจริงแล้วนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาล คือผู้ที่มีอำนาจในการกำหนดคุณภาพชีวิตประจำวันของเราโดยตรง ตั้งแต่เช้าที่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน

เทศบาลคือองค์กรที่ดูแลถนนที่เราขับรถไป ขยะหน้าบ้านที่ต้องเก็บ น้ำประปาที่เราใช้ และความปลอดภัยในชุมชนที่เราอาศัย

น่าแปลกที่สถิติการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมาพบว่า มีผู้มาใช้สิทธิ์เพียง 40-60% เท่านั้น ต่ำกว่าการเลือกตั้งระดับชาติที่มักมีผู้มาใช้สิทธิ์กว่า 70-80%

ความไม่สนใจการเมืองท้องถิ่นนี้ได้สร้างปัญหาสำคัญคือ การขาดแรงจูงใจให้ผู้บริหารท้องถิ่นพัฒนานโยบายใหม่ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชน

เทศบาลมีหน้าที่ดูแลสวัสดิการพื้นฐานหลายประการที่คนส่วนใหญ่อาจไม่ตระหนักถึง ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก การดูแลผู้สูงอายุในชุมชน การจัดการจราจรและถนนในพื้นที่ การจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม รวมถึงดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

แม้เทศบาลบางแห่งจะมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ แต่ก็มีเทศบาลอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่หรือเขตอุตสาหกรรม ที่มีงบประมาณมากพอสำหรับการพัฒนา แต่กลับไม่ได้ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ปัญหาที่แท้จริงจึงไม่ใช่เรื่อง “งบประมาณไม่พอ” แต่เป็นเรื่อง “แรงจูงใจทางการเมือง” ที่ไม่เพียงพอ

เมื่อประชาชนไม่สนใจการเลือกตั้งท้องถิ่น ไม่ติดตามตรวจสอบการทำงาน ไม่เรียกร้องนโยบายที่ตอบสนองความต้องการของชุมชน ผู้บริหารท้องถิ่นจึงขาดแรงกดดันที่จะต้องสร้างการเปลี่ยนแปลง ในหลายพื้นที่ เราจึงเห็นการผูกขาดอำนาจโดยกลุ่มการเมืองเดิมเป็นเวลาหลายสมัย โดยไม่มีการพัฒนานโยบายใหม่ๆ ที่ก้าวหน้า

ปัญหาที่แก้ได้แต่ถูกมองข้าม

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือกรณีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในชุมชนเทศบาลแห่งหนึ่ง ที่ประชาชนต้องเผชิญกับน้ำท่วมทุกครั้งที่ฝนตกหนัก สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตมาเป็นเวลากว่า 10 ปี

โดยเทศบาลชี้แจงมาตลอดว่าเป็นปัญหาที่เกินศักยภาพของเทศบาลจะแก้ไข ต้องรอการช่วยเหลือจากหน่วยงานระดับจังหวัดหรือรัฐบาลกลาง

แต่เมื่อมีการเปลี่ยนคณะผู้บริหาร โดยกลุ่มการเมืองใหม่ที่มีแนวคิดก้าวหน้า ได้ศึกษาพบว่าปัญหาไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด แค่ต้องการการบริหารจัดการที่ดีกว่า การวางแผนงบประมาณที่ถูกต้อง และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้บริหารชุดใหม่ได้จัดทำแผนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ปัญหาน้ำท่วมลดลงอย่างมีนัยสำคัญภายในเวลาเพียง 2 ปี

อีกกรณีที่น่าสนใจคือเรื่องเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดในเทศบาลแห่งหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โครงการเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ให้เงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวที่มีรายได้น้อยเดือนละ 600 บาทต่อเด็กหนึ่งคนตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปี

แต่ปัญหาคือขั้นตอนการขอรับสิทธิ์มีความยุ่งยากซับซ้อน ต้องใช้เอกสารจำนวนมาก ต้องรอการตรวจสอบคุณสมบัติจากหลายหน่วยงาน ส่งผลให้ครอบครัวที่ยากจนที่สุดซึ่งควรได้รับความช่วยเหลือมากที่สุด กลับเข้าไม่ถึงสิทธิ์ เนื่องจากไม่มีความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการ ไม่มีเวลาไปติดต่อราชการหลายครั้ง หรือไม่มีค่าเดินทางไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สถิติในพื้นที่พบว่ามีเด็กที่มีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนเพียง 40% เท่านั้นที่ได้รับเงินช่วยเหลือจริง

ปัญหาที่ดูเหมือนจะเรื้อรังและแก้ไขไม่ได้ในระดับท้องถิ่น แท้จริงแล้วสามารถแก้ไขได้ หากมีผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ มีความคิดก้าวหน้า และมุ่งมั่นที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง

บทเรียนจากเดนมาร์ก

การเมืองท้องถิ่น

นำการเปลี่ยนแปลงระดับชาติ

เดนมาร์กเป็นตัวอย่างที่ดีของประเทศที่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเมืองเริ่มต้นจากระดับท้องถิ่น ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ 1970-1980 พรรคการเมืองฝ่ายก้าวหน้าในเดนมาร์กเริ่มสร้างฐานอำนาจจากการชนะการเลือกตั้งในระดับเทศบาลก่อน

โดยเริ่มจากเทศบาลขนาดเล็กไปจนถึงเมืองใหญ่อย่างโคเปนเฮเกน

พรรคสังคมประชาธิปไตยที่ชนะการเลือกตั้งในเทศบาลหลายแห่ง ได้ทดลองนโยบายก้าวหน้าที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง เช่น การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การสร้างพื้นที่สาธารณะที่ทุกคนเข้าถึงได้ การพัฒนาศูนย์ดูแลเด็กและผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบายท้องถิ่น

ความสำเร็จของนโยบายเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทั่วประเทศว่า แนวคิดก้าวหน้าเหล่านี้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงและเกิดผลลัพธ์ที่ดี เมื่อพรรคการเมืองฝ่ายก้าวหน้าขยายอิทธิพลสู่ระดับชาติ จึงได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างกว้างขวาง และสามารถผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้เป็นนโยบายระดับประเทศได้

ปัจจุบัน เดนมาร์กมีระบบสวัสดิการสังคมที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ มีระบบขนส่งมวลชนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีติดอันดับโลก ซึ่งเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงในระดับท้องถิ่น ก่อนจะขยายสู่ระดับประเทศ

ความจำเป็นของกลุ่มการเมือง

ที่มีแนวคิดก้าวหน้า

จากกรณีศึกษาทั้งในประเทศไทยและเดนมาร์ก สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ การเปลี่ยนแปลงในระดับท้องถิ่นจำเป็นต้องอาศัยกลุ่มการเมืองที่มีแนวคิดก้าวหน้า ที่กล้าคิดนอกกรอบ และมุ่งมั่นที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง

กลุ่มการเมืองเหล่านี้ต้องไม่ยึดติดกับวิธีการแบบเดิมๆ ไม่ทำตามที่ “เคยทำมา”

แต่ต้องกล้าที่จะท้าทายสถานะเดิม และเสนอแนวทางใหม่ๆ ในการแก้ไขปัญหา โดยอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลและการมีส่วนร่วมของประชาชน

น่าเสียดายที่การเมืองท้องถิ่นในประเทศไทยหลายพื้นที่ยังคงเป็นการเมืองแบบอุปถัมภ์ ที่อาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัว เครือญาติ หรือผลประโยชน์ระยะสั้น มากกว่าการนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในระยะยาว

การเลือกตั้งเทศบาลในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้เลือกผู้บริหารท้องถิ่นที่มีแนวคิดก้าวหน้า มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนา

และมุ่งมั่นที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชน

แนวทางการเลือกผู้บริหารท้องถิ่น

ที่มีแนวคิดก้าวหน้า

การเลือกตั้งเทศบาลที่จะมาถึงนี้ เปรียบเสมือนโอกาสทองที่เราจะได้คัดสรรผู้นำที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ชุมชนของเรา การเลือกผู้บริหารท้องถิ่นที่มีแนวคิดก้าวหน้าไม่ใช่เรื่องยาก หากเรารู้ว่าควรมองหาอะไร

เราควรให้ความสำคัญกับผู้สมัครที่มีวิสัยทัศน์และนโยบายที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงคำสัญญาลอยๆ หรือสโลแกนสวยหรูที่ฟังดูดีแต่ไร้สาระ

นโยบายของพวกเขาควรมีเป้าหมายที่วัดผลได้ มีกรอบเวลาที่แน่นอน และมีแนวทางการดำเนินงานที่เป็นไปได้จริง เพราะนโยบายที่ดีเปรียบเสมือนแผนที่ที่จะนำพาชุมชนไปสู่จุดหมายที่ต้องการ

สุดท้ายแต่สำคัญที่สุด ผู้สมัครที่มีแนวคิดก้าวหน้าจะให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน

พวกเขาจะไม่ทำตัวเป็น “เจ้าพ่อ” หรือ “เจ้าแม่” ที่ตัดสินใจทุกอย่างเอง

แต่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตรวจสอบ และร่วมรับผลประโยชน์จากการพัฒนา

ดูว่าผู้สมัครมีกลไกหรือช่องทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการทำงานอย่างไร

และที่ผ่านมาเขาเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมากน้อยเพียงใด

พลังเปลี่ยนแปลงที่รอการปลุก

การเลือกตั้งเทศบาลในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ อาจไม่ได้ดึงดูดความสนใจเท่ากับการเลือกตั้งระดับชาติ แต่ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนนั้นมีมากมายและสัมผัสได้โดยตรง การมองข้ามความสำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้ จึงเท่ากับการพลาดโอกาสในการกำหนดคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัวในอีก 4 ปีข้างหน้า

แม้ว่าเทศบาลบางแห่งจะมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ แต่ปัญหาสำคัญที่ทำให้การพัฒนาท้องถิ่นหยุดชะงักคือการขาดแรงจูงใจทางการเมือง ซึ่งเกิดจากการที่ประชาชนไม่ให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งและไม่ติดตามตรวจสอบการทำงานของผู้บริหารท้องถิ่น

หากเราต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในระดับชุมชน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเลือกผู้บริหารที่มีแนวคิดก้าวหน้า มีวิสัยทัศน์ และมุ่งมั่นที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง ประสบการณ์จากเดนมาร์กและกรณีศึกษาในประเทศไทยแสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงระดับรากหญ้าสามารถสร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับประเทศได้ในที่สุด

วันที่ 11 พฤษภาคมนี้ จึงเป็นมากกว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นธรรมดา แต่เป็นโอกาสในการปลุกพลังเปลี่ยนแปลงที่ซ่อนอยู่ในทุกชุมชนให้ตื่นขึ้น และร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การเลือกตั้งเทศบาล 11 พฤษภาคม : พลังเงียบที่จะเปลี่ยนชีวิตด้านสวัสดิการ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...