โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดัน "วาระแห่งชาติ" หนุนคนไทยมีลูกอย่างคุณภาพ หลังการตายมีมากกว่าเกิด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 มี.ค. 2568 เวลา 12.43 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. 2568 เวลา 11.43 น.

สถานการณ์ด้านประชากรของประเทศไทย จำนวนการตายมากกว่าการเกิด เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน สธ.-ทีมพัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์ฯ เสนอร่าง “วาระแห่งชาติ” หนุนมีบุตรอย่างมีคุณภาพแก้วิกฤตเกิดน้อย

นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2568 โดยมี พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย และคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติในวันนี้ เป็นการประชุมครั้งแรกหลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568

ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบต่อเรื่องเพื่อพิจารณา 4 เรื่อง

1.ให้เสนอร่างวาระแห่งชาติ ประเด็นส่งเสริมการมีบุตรอย่างมีคุณภาพ เพื่อพัฒนาประชากรและทุนมนุษย์ต่อ ครม.

2.ให้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ และคณะอนุกรรมการ ที่ปรึกษาด้านวิชาการอนามัยการเจริญพันธุ์และประชากร โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้แทนจากภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ

3.เตรียมยกร่างนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2571-2575) และ 4.เสนอให้กำหนดประเด็นส่งเสริมการมีบุตรอย่างมีคุณภาพเป็นนโยบาย สธ.

ด้าน พญ.อัมพรกล่าวถึงสถานการณ์ด้านประชากรของประเทศไทยว่า พบว่า จำนวนการตายมากกว่าการเกิด เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน โดยในปี 2566 จำนวนการเกิดเหลือเพียง 462,240 คน จำนวนการตาย 571,646 คน และจำนวนบุตรโดยเฉลี่ย ลดลงจาก 6 คน เหลือเพียง 1.12 คน

“การลดลงของจำนวนประชากร คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 15-20 ปี จากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป เศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเกิดและเติบโตอย่างมีคุณภาพ แต่อย่างไรก็ตาม สธ.จำเป็นต้องส่งเสริมการมีบุตรอย่างมีคุณภาพต่อไป เพราะการมีบุตรได้ตามต้องการเป็นสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ และเป็นมาตรการเดียวในขณะนี้ที่สามารถวัดประสิทธิภาพได้ กรมอนามัยจึงร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) พัฒนาคุณภาพการจัดบริการคลินิกส่งเสริมการมีบุตร ระดับที่ 1 ครอบคลุมทุกจังหวัด เพื่อให้คำปรึกษา ในการวางแผนครอบครัว เพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ และลดความเสี่ยงในการมีบุตร

โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีโรคประจำตัว โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และโรคทางพันธุกรรม คลินิกส่งเสริมการมีบุตร ระดับที่ 2 มุ่งเน้นการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยการฉีดเชื้ออสุจิเข้าสู่โพรงมดลูก (IUI) ให้ครบทุกจังหวัด ขณะนี้ดำเนินการแล้ว 64 จังหวัด คลินิกส่งเสริมการมีบุตร ระดับที่ 3 ให้บริการทำเด็กหลอดแก้ว มดลูก (IVF) ให้ครบทุกภาค ขณะนี้มีคลินิกเปิดให้บริการแล้ว 3 ภาค คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายภายในปี 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดัน “วาระแห่งชาติ” หนุนคนไทยมีลูกอย่างคุณภาพ หลังการตายมีมากกว่าเกิด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...