โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

วาเลนไทน์นี้ก็ยังเป็นเหมยลี่ เมื่อแม่บอกว่า “เรียนให้จบก่อนค่อยมีแฟน” แต่ทำงานแล้วยังเหี่ยวแห้ง หาแฟนไม่ได้

The Momentum

อัพเดต 10 ก.พ. 2568 เวลา 11.16 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. 2568 เวลา 03.49 น. • THE MOMENTUM

ในหนังเรื่องรถไฟฟ้า มาหานะเธอ (2552) ‘เหมยลี่’ สาวโสดวัย 30 ปี นางเอกของเรื่องที่ไม่เคยมีแฟน ไม่มีใครมาจีบ และยังเข้าใจผิดว่าแม่ห้ามไม่ให้จีบผู้ชายก่อน ทำให้พลาดช่วงเวลาที่จะได้มีปั๊ปปี้เลิฟ (Puppy Love) ตอนวัยเรียน และจนกระทั่งวัยทำงานก็ยังไม่เคยปลูกต้นรักสักต้น แม้ครอบครัวของเหมยลี่ไม่ได้ห้ามเธอมีแฟน แต่การหาคนถูกใจในวัยทำงานก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เธอเริ่มเกิดความเหงากับรู้สึกไม่มั่นคงในจิตใจเมื่อเพื่อนในวัยเดียวกันต่างทยอยแต่งงานกันไปจนหมด

หญิงสาวแบบเหมยลี่อยู่ในสังคมไทยทุกยุค เพราะมีหลายครอบครัวที่ยังมองความสัมพันธ์ของวัยรุ่นเป็นเรื่องเสียเวลาและไร้สาระ ทำให้ผลการเรียนตกต่ำหรือทำให้ไขว้เขวได้ พ่อแม่หลายคนเลยห้ามลูกมีแฟน หรือไม่ได้ห้ามมีแฟน แต่บอกกับลูกว่า “เรียนให้จบก่อนค่อยมีแฟน” ประหนึ่งเป็นยันต์กันผี ซึ่งลูกก็เชื่อฟัง เพราะแน่นอนว่าไม่มีความจำเป็นต้องมีความสัมพันธ์โรแมนติกในเวลานั้น แต่จนเวลาผ่านไปหลายปี เข้าสู่วัยทำงานที่แท้จริงแล้วพบว่า ตัวเองผ่านโลกมาโดยไม่เคยมีความรักโรแมนติก และถึงจะมีความพร้อมทั้งความเป็นผู้ใหญ่ เวลา หรือการเงิน แต่มันเป็นเรื่องยากเหลือเกินที่จะเริ่มต้นความสัมพันธ์กับใครสักคน

ในบรรดาคนรอบตัวของเราอาจมีเหมยลี่สักหนึ่งคน รวมถึงมีเหมยลี่ในสัญชาติอื่นๆ ด้วย ซึ่งเมื่อ 11 ปีที่แล้ว มีคนตั้งกะทู้ในเว็บไซต์ Reddit ในคอมมูนิตี้ ‘AsianParentStories’ หรือเรื่องราวของพ่อแม่ชาวเอเชีย เพื่อเล่าปัญหาครอบครัวที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งมีแต่ชาวเอเชียด้วยกันที่เข้าใจ โดยกระทู้นั้นเล่าว่า

“ฉันคิดว่าพ่อแม่คงไม่อนุญาตให้ฉันออกเดตจนกว่าฉันจะเรียนจบมหาวิทยาลัย หรือไม่ให้มีเพื่อนผู้ชายเลยด้วยซ้ำ ฉันไม่รู้ว่านี่เป็นเรื่องปกติของพ่อแม่ชาวเอเชียหรือเปล่า คือทุกครั้งที่ฉันพูดถึงเรื่องแฟนหรือความสัมพันธ์ พ่อแม่มักจะตำหนิฉันเสมอ”

แต่ด้วยความที่เป็นกระทู้ไม่ระบุตัวตน เราจึงไม่อาจรู้ได้ว่าคนตั้งกระทู้อาศัยอยู่ในสังคมเอเชียเข้มข้นเหมือนสังคมไทยหรือไม่ แต่ในกระทู้นั้นยังมีคนเข้ามาคอมเมนต์เพื่อแสดงตัวตนว่า พ่อแม่เขาก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน เช่น “ตอนเรียนอยู่ก็ห้ามมีแฟนจนกว่าจะเข้ามหาวิทยาลัย พอเข้ามหาวิทยาลัยได้ก็บอกว่าห้ามมีแฟนจนกว่าจะมีงานทำ พอทำงานแล้วก็มาถามว่าทำไมยังไม่แต่งงานอีก”

และเด็กที่จะต้องโตมาเป็นเหมยลี่ก็ยังมีอยู่ไม่จบสิ้น เพราะในเว็บไซต์ Quora เมื่อ 3 ปีที่แล้วยังมีคนตั้งกระทู้ถาม ‘พ่อแม่ห้ามไม่ให้ฉันออกเเดตกับใคร จนกว่าจะเรียนจบมหาวิทยาลัยหรือได้งานทำ มันเป็นอายุที่สมเหตุสมผลในการเริ่มออกเดตหรือเปล่า หรือว่ามันสายเกินไปแล้ว’ นี่เป็นกระทู้คำถามไม่ระบุตัวตน และมีผู้ใหญ่เข้ามาตอบคำถามอยู่บ้าง โดยคอมเมนต์อันดับหนึ่งบอกว่า

“ฉันกังวลว่ามันคงสายเกินไปแล้ว ในฐานะพ่อแม่ฉันกังวลเกี่ยวกับการศึกษาทั้งในแง่สังคมและด้านวิชาการ เพราะฉะนั้นฉันเลยอยากให้ลูกได้เรียนรู้การเข้าสังคมกับคนอื่นๆ ฉันจึงสนับสนุนให้เธอไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน หรือไปบ้านเด็กคนอื่นๆ บ้าง เพราะการให้ลูกหลีกเลี่ยงการเข้าสังคม หรือยืดระยะเวลาออกไปมันอาจส่งผลเสียในระยะยาว” นี่เป็นคำตอบของสตีฟ (Steve) จากรัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

ยังไม่หมดเท่านี้เพราะใน The Student Room บอร์ดเล่าเรื่องชีวิตนักเรียนจากประเทศอังกฤษ ยังมีคนเขียนกระทู้เมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมานี้เองว่า ‘พ่อแม่ไม่อนุญาตให้ฉันออกเดตในมหาวิทยาลัย’ อ่านแค่นี้หลายคนคงเริ่มสงสารอนาคต ‘เหมยลี่เจน Z’ ขึ้นมาจับใจ

“ฉันอยากเรียนหมอ ดังนั้นฉันน่าจะเรียนจบตอนอายุประมาณ 24-25 ปี แต่พ่อแม่หวังให้ฉันแต่งงานตอนอายุ 25-26 ปี มันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อเขาไม่ให้ฉันออกเดตกับใคร แล้วฉันจะแต่งงานกับคนที่คบกันได้แค่ปีเดียวได้อย่างไร พอฉันบอกว่าอยากแต่งงานตอนอายุ 28-29 ปี พ่อแม่ก็บอกว่าแต่งช้าเกินไปแล้ว” นี่คือเนื้อหาบางส่วนของกระทู้

สิ่งที่คนวัยทำงานทราบกันดีคือ การหาแฟนที่ถูกใจในวัยผู้ใหญ่นั้นไม่ง่าย เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นแต่คนที่มีแฟนแล้ว ซึ่งหลายคู่ก็เริ่มต้นคบกันตั้งแต่สมัยเรียน เพราะฉะนั้นคนที่ยังโสด และมีไลฟ์สไตล์ตรงกันกับเราคงมีเท่าหยิบมือ แถมสังคมของเรายังแคบลงเรื่อยๆ ชนิดที่แทบไม่ได้เจอคนใหม่ๆ เลย จนกระทั่งเกิดกระแสในโซเชียล ประชดประชันว่า อยากโดนจับคลุมถุงชนให้รู้แล้วรู้รอด เพราะเหมยลี่ในหนังยังมีพ่อแม่ที่พยายามหาคู่แต่งงานให้ แต่ในชีวิตจริงคงหมดหวังที่จะหาแฟนเอง

ในรถไฟฟ้า มาหานะเธอเหมยลี่ยังโชคดีที่เป็นนางเอกหนังรอมคอม ได้พบรักกับคนหล่ออย่างลุง (เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์) แต่ตัดภาพมาที่ชีวิตจริง การห้ามไม่ให้ลูกสร้างความสัมพันธ์ในห้วงเวลาแรกแย้ม ก็อาจส่งผลให้เหี่ยวแห้งไปตลอดชีวิตทั้งที่ลูกไม่ได้ต้องการแบบนั้นเลย เพราะช่วงเวลาของการเป็นวัยรุ่นคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการฝึกเข้าสังคม พูดคุยทำความรู้จักคนใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ โดยไม่หวังผลประโยชน์ใดๆ และมันจะมีความหมายเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ เพราะยังดีกว่านั่งย้อนนึกถึงความรักสมัยเรียนแล้วมีแต่ความว่างเปล่าจนเกิดความเหงาและตั้งคำถามกับตัวเอง

อ้างอิง

- https://www.quora.com/My-parents-say-that-I-m-not-allowed-to-date-until-college-or-once-I-get-a-job-Is-this-a-reasonable-age-to-start-dating-or-is-it-too-late

- https://www.reddit.com/r/AsianParentStories/comments/207vdu/i_dont_think_my_parents_allow_me_to_date_until_i/?rdt=63298

- https://www.thestudentroom.co.uk/showthread.php?t=7505952

-https://www.theguardian.com/science/2024/nov/18/the-big-idea-why-we-should-take-teenage-love-more-seriously

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...