สรุปความขัดแย้งในกลุ่ม 'ทะลุวัง' หลอกใช้เด็กจริงหรือไม่?
"ทะลุวัง" คือชื่อกลุ่มนักกิจกรรมเคลื่อนไหวในเรื่องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยและการปฏิบัติต่อนักโทษการเมือง ที่มีตะวัน, ใบปอ และสายน้ำ เป็นสมาชิกกลุ่มแรกที่เป็นเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112
หลังจากนั้นก็มีการรวมตัวของเยาวชนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน รวมถึงเคลื่อนไหวและแสดงออกทางการเมืองมาโดยตลอด โดยล่าสุดวันที่ 7 ส.ค. 66 ที่หน้า "พรรคเพื่อไทย" หลังการแถลงข่าวการจับมือระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย กลุ่มทะลุวังนำโดย บุ้ง ตะวัน และหยก เดินทางไปขัดขวางแกนนำสองพรรคไม่ให้ออกจากพรรคเพื่อไทย และกลายเป็นเหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก เมื่อหนึ่งในกลุ่มทะลุวังปาขวดน้ำไปโดนสื่อมวลชนที่กำลังรอทำข่าวโดยไม่กล่าวคำขอโทษ นอกจากนี้บุ้งยังไล่ให้นักข่าวไปทำข่าวที่อื่น
จึงทำให้กลุ่มนักข่าวและประชาชนกลุ่มหนึ่ง ที่แม้จะไม่สนับสนุนการจับมือของสองพรรค ก็ยังไม่เห็นด้วยกับความรุนแรงดังกล่าว ด้วยเหตุผลว่าการปาขวดน้ำไปโดนนักข่าวที่แม้จะทำไปด้วยความไม่ตั้งใจ แต่การไม่กล่าวขอโทษและยังเอ่ยไล่ให้ไปที่อื่นนั้นเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควร
ชื่อของ ‘บุ้ง ทะลุวัง’ จึงกลายเป็นกระแสบนโลกโซเชียล จากดรามาเหตุการณ์หน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งในขณะเดียวกันบนแอปฯ X ก็มีโพสต์ที่เผยแพร่โดยผู้ใช้ @youaretofuu หรือ "พลอย" อดีตหนึ่งในกลุ่มทะลุวัง ที่ประกาศแยกทางไปเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2565 ปัจจุบันลี้ภัยไปอาศัยที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ที่ออกมาพูดถึงกลุ่มทะลุวัง โดยมีเนื้อหาดังนี้
พลอยเป็นหนึ่งในเด็กที่บุ้งเอามาดูแลเหมือนหยก ในช่วงที่มีปัญหากับครอบครัว ทำให้ไม่มีบ้านอยู่ แต่มีคดี บุ้งจึงมาเป็นผู้ปกครองแทนและรับปากแม่ว่าจะดูแลพลอยอย่างดี
แม้ในช่วงแรกจะสัมผัสได้ถึงความรุนแรง มีสัญญาณที่ชัดเจนว่าถูกบุ้งหลอกใช้และหลอกลวงเพื่อผลประโยชน์ พลอยและเพื่อนถูกเอาผลงานการเคลื่อนไหวไปขอทุน แต่กลับไม่ได้เงินทุน และไม่สามารถตรวจสอบบัญชีของบุ้งได้
ส่วนการใช้ความรุนแรงเช่นเดียวกับที่ทำกับรปภ.หน้าพรรคเพื่อไทยในสื่อ ใช้อารมณ์ทำให้รู้สึกหวาดกลัว ด้อยค่า ขาดไม่ได้ จนถึงวันนี้ยังรู้สึกไม่เหมือนเดิม
บุ้งชอบให้เด็กออกมาเคลื่อนไหว เนื่องจากการเป็นเยาวชนจะโดนคดีไม่หนัก เป็นข่าวง่าย ส่วนตนจะสนับสนุนอยู่หลังบ้านแทน พลอยถูกกดดันให้เคลื่อนไหวหนักจนรู้สึกบอบช้ำ เมื่อแจ้งว่าสภาพจิตใจไม่ไหว ก็จะถูกใช้ความรุนแรงด้วยคำพูด และการปิดประตูใส่หน้า
จนกระทั่งพลอยรู้สึกไม่เหลืออะไร ไม่มีเงิน ไม่มีครอบครัว สุดท้ายออกมาจากกลุ่มได้เพราะมีเพื่อนคนอื่นคอยช่วยเหลือ และกลายเป็นผู้ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศในที่สึด แต่ยังคงโดนโจมตีกล่าวหาว่ายักยอกเงิน หนีคดี ขโมยของ และถูกแช่งให้ตายระหว่างลี้ภัย
พลอยมองว่าการที่เด็กหลายคนถูกกดดันให้ออกมาเคลื่อนไหว หลายครั้งเด็กไม่ได้เพียงแค่ถูกคุกคามจากรัฐ ครอบครัว สังคม แต่ขบวนการนี้ยังหลอกใช้ ทำให้เกิดผลกระทบแย่ๆ กับชีวิตเด็กคนนั้นในระยะยาว เช่น การที่ตนเองยังคงตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า
ในขณะเดียวกัน หนึ่งในแกนนำ "กลุ่มนักเรียนเลว" นายลภนพัฒน์ ที่เคยร่วมงานกับทั้งบุ้งและพลอย ก็ได้ออกมาทวิตผ่าน @ItsMinute เพิ่มเติมสรุปได้ว่า ตนไม่รู้ว่าหลังจากที่บุ้งและพลอยแยกทางกับนักเรียนเลวออกไปแล้วเป็นอย่างไร แต่ในฐานะที่เคยร่วมเหตุการณ์ในวันที่บุ้งเคยทำงานกับนักเรียนเลว ตนยืนยันได้ว่าบางเหตุการณ์ที่พลอยเล่ามีลักษณะคล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นในกลุ่มนักเรียนเลวมาแล้ว
ตามมาด้วยโพสต์จาก"หยก" บนเฟสบุ๊คว่า บุ้งซัพพอร์ตตนมาตลอด และหยกเป็นคนเอ่ยปากขอบุ้งไปอยู่ด้วยตอนอยู่ในสถานพินิจ ซึ่งเมื่อได้อยู่ด้วยก็รู้สึกดีมาก บุ้งทั้งสอน สนับสนุน และคอยบอกให้พักกิจกรรม แต่ตนไม่เคยฟัง รวมถึงกิจกรรมที่เสี่ยง บุ้งจะเป็นคนสอนให้คิดและปล่อยให้ตนจัดการเอง
“ทุกการตัดสินใจของชีวิตเรา เราเลือกเอง เราเดินเอง ไม่มีใครมากำหนดให้ เราไม่ใช่เหยื่อ และก็ไม่ต้องการสถานะนั้น อย่าใช้คำว่าเหยื่อสิ้นเปลือง”
- ล่าสุด "บุ้ง ทะลุวัง" ออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง แต่ตนไม่อยากตอบโต้ เพราะอาจทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกับหลายคนและหลายฝ่าย ส่วนกรณีที่ถูกพาดพิงว่าบุ้งนำเด็กในความดูแลไปขอทุนแต่เด็กกลับไม่ได้รับเงินทุนนั้นก็ไม่เป็นความจริง ตนใช้เงินจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง รวมถึงการดูแลหยกด้วย ส่วนเด็กคนอื่นๆ นอกจากหยกก็ไม่ได้มาจากครอบครัวที่ลำบากนัก ทุกคนดูแลตัวเองได้ รวมถึงตนเช่นกัน
- ซึ่งหากมองในมุมของคนนอกแล้ว ความจริงอาจขึ้นอยู่กับว่าเรามองจากมุมของใคร การกระทำที่เหมือนกันอาจส่งผลต่อความรู้สึกของคนแตกต่างกัน และหากมีการล้ำสิทธิ์ของมนุษย์จริงไม่ว่าจะในกลุ่มใดก็ตาม ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรถูกมองข้ามไป
- แต่ในภาพรวมที่ใหญ่กว่านั้น การเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องของกลุ่มทะลุวังก็ส่งผลไม่น้อยต่อสังคม มีทั้งผู้สนับสนุนและต่อต้าน รวมถึงผู้ที่อยู่กึ่งกลางคือเข้าใจแต่ไม่เห็นด้วยทั้งหมด และยังคงเฝ้ามองอยู่ว่าสุดท้ายแล้วการเรียกร้องจากกลุ่ม "ทะลุวัง" นั้นต้องการผลลัพธ์แบบใด