ทองใกล้ทะลุ 3.5 หมื่นบาท สงครามดันราคาพุ่ง-แห่เก็งกำไร
สงครามดันราคาทองขาขึ้น จับตาทะลุ 2,000 เหรียญ “ฮั่วเซ่งเฮง-แม่ทองสุก-โกลเบล็ก” ประเมินหากสถานการณ์สู้รบยืดเยื้อ-บานปลาย ทองโลกทะยานต่อแน่ เผยนักลงทุนแห่เทรด-เก็งกำไรรอบสั้น เตือนระวังเสี่ยงสูง จับตาทองในประเทศนิวไฮต่อเนื่องมีโอกาสทะลุ 35,000 บาท ด้าน “อินทรีทองเชียงใหม่” วันเดียวซื้อขายทองคำแท่ง 100 ล้านบาท
นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการฝ่ายบริหาร กลุ่มบริษัทเอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS) กล่าวว่า ราคาทองคำโลกที่พุ่งขึ้นแรงช่วงนี้ ต้องบอกว่ามาจากภาวะผิดปกติ คือ สภาวะสงคราม ดังนั้นในภาพรวม คงต้องมองในระยะสั้น ๆ และมองตามข่าวสงคราม เพราะการที่ราคาทองจะปรับขึ้นมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยสงครามเพียงอย่างเดียว “ตอนนี้ที่ราคาทองคำขึ้นมาแล้วประมาณ 150 เหรียญ มาจากข่าวสงครามเป็นหลัก ดังนั้น ถ้าสงครามยุติ ราคาทองร่วงแน่นอน แต่ดูแล้วสงครามคงไม่ได้ยุติง่าย ๆ เพราะเป็นเรื่องของการสู้รบกันมาเป็นสิบปี การที่จะจบง่าย ๆ น่าจะยาก ซึ่ง ณ ขณะนี้จึงประเมินว่า น่าจะเป็นสงครามที่ยืดเยื้อ”
ทั้งนี้ สิ่งที่กังวลปัจจัยที่จะมีผลต่อราคาทอง มีด้วยกัน 2 เงื่อนไขก็คือ 1) กรณีสงครามไม่ได้แผ่ขยายไปนอกประเทศอิสราเอล หรือ 2) กรณีไม่มีประเทศบุคคลที่สาม เช่น อิหร่าน หรืออื่น ๆ เข้ามาสนับสนุนการสู้รบ โดยตามเงื่อนไขที่ 1 นั้น หากอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสรบกันเอง ราคาทองคำก็มีโอกาสค่อย ๆ ทยอยปรับขึ้น ซึ่งอาจจะไปทดสอบที่ 2,000 เหรียญได้ ถ้าสงครามยืดเยื้อยาวออกไป
แต่หากเป็นไปตามเงื่อนไขที่ 2 คือ มีประเทศอื่นเข้ามาร่วมสู้รบเชื่อว่า ราคาทองคำจะทะลุ 2,000 เหรียญอย่างแน่นอน “การวิเคราะห์แนวโน้มราคาทอง จากปัจจัยเรื่องสงคราม อยากให้มองราคาช่วงสั้น ๆ ไม่เกิน 1 เดือน อย่าไปมองยาวเป็น 3-4 เดือนเพราะเป็นสภาวะสู้รบ”
นักลงทุนแห่เทรดทองคึกคัก
นพ.กฤชรัตน์กล่าวต่อไปว่า สำหรับพฤติกรรมของผู้บริโภคหรือผู้ซื้อขายทองคำในช่วงนี้ต้องบอกว่า นักลงทุนจะมีทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย จากทีแรกที่คิดว่าจะมีแต่ผู้ขายเพราะราคาทองพุ่งขึ้น แต่ส่วนใหญ่ก็จะขายทั้งทองรูปพรรณและทองแท่ง ส่วนผู้ซื้อช่วงนี้ส่วนใหญ่จะเป็นนักลงทุนที่ลงทุนในทองแท่ง
“ต้องยอมรับว่า ตอนนี้ผู้ขายมีประมาณ 70% คือ ส่วนใหญ่ขาย ส่วนผู้ซื้อก็มี แต่น้อยกว่าผู้ขาย ซึ่งการจะลงทุนตอนนี้คงต้องดูระยะสั้น ผู้จะลงทุนต้องรับความเสี่ยงได้ เพราะมีโอกาสทำกำไรได้เยอะ แต่ก็มีโอกาสขาดทุนได้เยอะเช่นกัน เพราะเป็นสภาวะสงคราม ไม่ใช่สภาะปกติ ก็ต้องบริหารความเสี่ยงให้ดี ช่วงสงครามต้องเล่นสั้นอย่างเดียวไม่เกิน 1-2 สัปดาห์พอแล้ว ก็ต้องติดตามข่าวสงครามอย่างใกล้ชิด” นพ.กฤชรัตน์กล่าว
ด้าน นายธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทฮั่วเซ่งเฮง กล่าวว่า สถานการณ์ซื้อขายทองคำช่วงนี้ถือว่า “คึกคักขึ้น” เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาก่อนจะมีปัจจัยสงครามราคาทองคำย่อตัวลงมาแถว 1,800 เหรียญต้น ๆ ทำให้คนกลับเข้าซื้อทองไว้เพราะมองว่า ปีหน้า หากดอกเบี้ยปรับลดลง ทองก็จะขึ้นได้อีก แต่เมื่อมีสงครามเข้ามา ทำให้ราคาทองปรับตัวขึ้น จึงมีการเทขายออกมาเพื่อทำกำไร แต่ดูแล้วช่วงนี้ นักลงทุนทองคำจะเล่นในกรอบมากกว่าที่จะเล่นยาว ๆ
“ช่วงนี้เทรดกันเยอะ เพราะปัจจัยสงครามทำให้ราคาสูง แต่คงตอบลำบากว่า วอลุ่มเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ แต่เห็นได้ชัดว่า เพิ่มขึ้น ก็มีมาต่อคิวเทรดหน้าร้านค่อนข้างเยอะ แม้ว่าช่วงหลังจะมีไปเทรดออนไลน์ค่อนข้างมาก เพราะลูกค้าบางส่วนก็อยากมาหน้าร้าน”
เทรนด์ทองเป็นรอบ “ขาขึ้น”
สำหรับราคาทองที่ปรับขึ้นแรง หลัก ๆ ก็มาจากปัจจัยความตึงเครียดจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งแนวโน้มยังบานปลายอยู่ โดยเฉพาะล่าสุดที่มีเหตุการณ์ระเบิดเกิดขึ้นในโรงพยาบาลในฉนวนกาซา ก็ทำให้นานาชาติออกมาเรียกร้องให้ยุติสถานการณ์สู้รบเพราะทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
“เวลาเกิดเหตุการณ์ ราคาทองก็กระโดดขึ้น แต่พอเวลามีการออกมาเรียกร้องให้ยุติ ราคาทองก็จะหยุดรอ แต่ก็คิดว่า สงครามคงไม่จบเร็ว ซึ่งถ้าความรุนแรงเพิ่มขึ้น ราคาทองก็คงขึ้นไปเรื่อย ๆ ล่าสุดประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ก็เลยทำให้ราคาทองในประเทศทำจุดสูงสุด อย่างไรก็ดี ช่วงนี้มีเรื่องอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี (บอนด์ยีลด์) ของสหรัฐ ที่พุ่งขึ้นทะลุ 4.9% ก็เป็นตัวกดดันราคาทองเล็กน้อย แต่สงครามจะเป็นเรื่องหลัก ดังนั้นแนวโน้มทองเป็นขาขึ้นมากกว่าขาลง”
สงครามลามดันทะลุ 2 พันเหรียญ
นายธนรัชต์กล่าวต่อไปว่า ทองคำ spot มีโอกาสทะลุ 2,000 เหรียญได้ หากสถานการณ์สงครามบานปลาย มีประเทศอื่นเข้ามาร่วม ทำให้สงครามทวีความหนักหน่วงขึ้น อย่างไรก็ดีระยะสั้นคงต้องดูที่แนวต้านสำคัญ 1,980 เหรียญก่อน ถ้าหลุดแนวนี้ก็มีโอกาส
ไปต่อ
นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก กล่าวว่า ราคาทองมีโอกาสทะลุ 2,000 เหรียญ เพราะความกังวลเรื่องสงครามอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสที่มีโอกาสลามไปถึงเลบานอน เนื่องจากตอนนี้ทางซาอุดีอาระเบียกับสหรัฐ เริ่มอพยพคนออกจากเลบานอนแล้ว โดย บล.โกลเบล็กมองกรอบราคาทองคำระยะข้างหน้าก่อนสิ้นปี 2566 นี้ไว้ที่ 1,900-2,050 เหรียญ ซึ่งมาจากปัจจัยสงครามเป็นหลัก “เหมือนตอนสงครามรัสเซีย-ยูเครน ตอนนั้นทองคำปรับขึ้นประมาณ 2 เดือน แต่ตอนนี้เพิ่งปรับขึ้นเป็นเดือนแรก ดังนั้นก็มีโอกาสขึ้นได้อีก ยิ่งมีข่าวระเบิดโรงพยาบาล ทำให้คนกังวลและรีบซื้อทองตุนเอาไว้”
นิวไฮใน ปท.ลุ้นทะลุ 3.5 หมื่น
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ส่วนทองในประเทศมองว่า มีโอกาสขึ้นไปถึง 35,000-35,500 บาท โดยช่วงนี้การซื้อขายทองส่วนใหญ่จะเป็นการขาย แต่ก็มีนักลงทุนที่นิยมเก็งกำไรก็จะเล่นทองรอบสั้น ไม่ถือยาว เพราะยังมีปัจจัยเรื่องค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นและธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มที่อาจจะขึ้นดอกเบี้ยต่ออีกในการประชุมเดือน พ.ย.นี้ “ตอนนี้ทอง spot ยังไม่ทะลุไฮเดิมที่เคยทำไว้ 2,100 เหรียญ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่ทองในประเทศทำนิวไฮไปแล้ว เนื่องจากมีปัจจัยเรื่องบาทอ่อน” นายณัฐวุฒิกล่าว
เชียงใหม่แห่ขายทอง 100 ล.
ส่วนสถานการณ์ซื้อขายทองในต่างจังหวัดนั้น นายฉัตรพล สุนทรไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินทรีทองค้าทองแท่ง จำกัด ผู้ค้าทองแท่งและทองรูปพรรณรายใหญ่ ในจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากราคาทองคำได้ปรับตัวสูงขึ้นแบบนิวไฮ ซึ่งเป็นราคาที่สูงมากเป็นประวัติการณ์เท่าที่เคยมีมา ส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายทองคำกลับมาคึกคักอีกครั้ง ขณะนี้มูลค่าขายต่อวันของห้างทองอินทรีทองอยู่ที่ราว 100 ล้านบาท และบางวันมีมูลค่าการขายสูงสุดอยู่ที่ 150 ล้านบาท
โดยเฉพาะ “ทองคำแท่ง” ที่คนนำมาขายมากกว่าซื้อ เพราะทองคำแท่งจะมีมูลค่ามากกว่าทองรูปพรรณ ตอนนี้การขายต่อวันราว 70-80 ล้านบาท ขณะที่ “ทองรูปพรรณ” คนนำมาขายค่อนข้างน้อยมาก มูลค่าการขายต่อวันเพียง 20 ล้านบาท สาเหตุที่คนนำทองรูปพรรณมาขายน้อย เนื่องจากคนส่วนใหญ่ได้นำทองรูปพรรณมาขายตั้งแต่รอบแรกที่ราคาทองคำเคยปรับสูงขึ้นในช่วงโควิด-19 และไม่ได้ซื้อทองรูปพรรณเก็บไว้อีก จึงไม่มีของมาขายในรอบนี้ แต่เมื่อเทียบบรรยากาศความคึกคักของการซื้อขายทองคำในภาพรวม ทั้งทองคำแท่งและทองรูปพรรณในรอบก่อนหน้าที่เคยปรับสูงขึ้น คนนำทองมาขายสัดส่วนมากถึง 80-90% ขณะที่รอบนี้อยู่ที่ 40-50%
“ทองคำแท่งมีนักลงทุนในจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือที่เก็งกำไรทองคำแท่งค่อนข้างมากและเก็บสะสมไว้ ตามปกติร้านทองเล็ก ๆ ในเชียงใหม่จะไม่ค่อยรับซื้อ แต่จะแนะนำลูกค้าให้นำทองมาขายที่ห้างทองอินทรีทองกันหมด ซึ่งห้างทองอินทรีทองจะรับซื้อจากลูกค้าทุกราย สำหรับห้างทองอินทรีทองถือเป็นห้างทองรายใหญ่ในภาคเหนือ มีลูกค้าทั้งในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา ที่นำทองคำแท่งและทองรูปพรรณมาขายกับทางห้าง จะให้ราคาเต็ม” นายฉัตรพลกล่าว
โคราชคนเก็งกำไรทองแท่ง
ด้าน นายชัยชนะ ประพฤติพงษ์ นายกสมาคมค้าทองคำ จ.นครราชสีมา กล่าวว่า สถานการณ์การซื้อขายทองคำในจังหวัดนครราชสีมายังไม่คึกคักเท่าที่ควร แม้ว่าราคาทองคำจะพุ่งขึ้นสูง เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ที่นำทองออกมาขายมีไม่มาก ส่วนใหญ่ที่เอาออกมาขายเป็น “ทองคำแท่ง” เป็นกลุ่มที่เก็งกำไรจากทองคำ “ที่โคราชเริ่มนำทองคำแท่งออกมาขายกันตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ก็มีจำนวนไม่มาก ตอนนั้นราคาก็พุ่งขึ้นสูงแล้วจึงไม่มีใครคิดว่า ทองคำจะพุ่งขึ้นสูงอีกรอบ ตอนนี้อยากให้สงครามอิสราเอลสงบ เพราะกระทบหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบทั่วโลก ความเป็นอยู่ของผู้ที่อยู่ในประเทศสงครามครั้งนี้ด้วยและต้องใช้เวลาอีกหลายปี” นายชัยชนะกล่าว