สาวได้รอยสักเต็มหน้าโดยไม่ตั้งใจ จนหางานทำไม่ได้เป็นสิบปี ได้คนแปลกหน้าใจดีช่วย
สาวได้รอยสักเต็มหน้าโดยไม่ตั้งใจ จนหางานทำไม่ได้เป็นสิบปี ได้คนแปลกหน้าใจดีช่วย
นิวยอร์ก โพสต์ ได้เปิดเผยเรื่องราวของ เทย์เลอร์ ไวท์ หญิงรายหนึ่งวัย 37 ปี ซึ่งถูกสักด้วยภาพลามกอนาจาร บนใบหน้าเมื่อตอนอายุ 21 ปี โดยที่เธอไม่ต้องการ และทำให้เธอไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากต้องสักทับด้วยหมึกสีเข้ม สีดำ จนทำให้เธอมีชีวิตที่ยากลำบากนับ 10 ปี จนกระทั่งล่าสุด ชาวฟลอริดารายนี้ก็สามารถลบรอยสักบนใบหน้าได้สำเร็จ โดยได้รับการช่วยเหลือจากคนแปลกหน้าผู้ใจดี แคริดี้ แอสเคนาซี หรือที่รู้จักกันในชื่อ เดอะ แดด บอท
ไวท์ ที่ก่อนหน้านี้เคยทำงานในอุตสาหกรรมดัดแปลง ปรับเปลี่ยนส่วนต่างๆ ของร่างกายเพื่อความพึงพอใจในรูปแบบต่างๆ และพยายามที่จะเปลี่ยนเข้าสู่วงการสุขภาพจิต เปิดเผยว่า การสักบนหน้าของเธอ กลายเป็นอุปสรรคในการทำงาน และถูกปฏิเสธงาน
“ฉันพยายามสมัครงานในสาขาการดูแลสุขภาพจิต ในฐานะผู้ให้การช่วยเหลือ” ไวท์เป็นโรคไบโพลาร์บอก และว่า “ฉันเข้าใจว่ารูปร่างหน้าตาฉันแตกต่างจากคนอื่นไปมาก และอาจทำให้หลายคนตกใจ”
เธอเปิดเผยว่า ตอนที่ยังเป็นวัยรุ่น ได้รับรอยสักเริ่มจากเส้นบางๆ ด้านข้างของใบหน้าที่เชื่อมดวงตาของเธอกับขมับ มันคือ “สีสงคราม” และใช้สีสักทับด้วยความขาดสติ ขณะที่ทำงานในร้านสัก ที่พยายามพิสูจน์ตนเองในฐานะศิลปิน
ตอนนั้น ไวท์แต่งงานกับสมาชิกคนหนึ่งในกองทัพ ซึ่งต่อมาได้หย่ากับเธอไปอยู่กับผู้หญิงที่พบในอิรัก ทำให้ไวท์ไม่มีที่อยู่ ต้องนอนบนโซฟาในร้านสัก จากนั้นเธอก็ได้พบกับแฟนหนุ่มของเธอ ที่เชื่อว่าเป็นผู้ชายที่ดี แต่กลับกลายเป็นว่าเขาล่วงละเมิดทางเพศเธอ
โดยในคืนวันเกิดปีที่ 21 ของเธอ เขาได้พาเธอออกไปดื่มเหล้าที่บาร์แถวบ้านเป็นครั้งแรก โดยที่เธอไม่รู้มาก่อนว่าเขามีแผนร้ายในใจ โดยเขาได้พาเธอไปโรงแรม เมื่อตื่นขึ้นมาในห้องพักที่ว่างเปล่า ก็พบกับอาการป่วยทางกาย ทำให้เธอเชื่อว่าถูกทำร้ายร่างกาย ใบหน้าของเธอก็เจ็บปวด เมื่อเธอมองในกระจกก็เห็นสิ่งที่น่ากลัวบนใบหน้าของเธอ ที่จะติดอยู่ถาวร ซึ่งเธอปฏิเสธที่จะให้รายละเอียด
นั่นทำให้เธอต้องสักทับมันลงไป โดยเจ้านายของเธอบอกว่า “คุณไม่สามารถใช้ชีวิตแบบนี้ได้” และเมื่อได้สักลงไปแล้ว เธอก็ถูกปฏิเสธงานอยู่ตลอด กระทั่งได้พบกับ แอสเคนาซี ทางออนไลน์
ไวท์เพิ่งสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี และกำลังทำงานด้านจิตวิทยา ได้เล่าเรื่องของเธอทางออนไลน์ แต่เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ไวท์จำเป็นต้องช่วยเหลือตัวเองด้วย วันหนึ่ง แอสเคนาซี ได้พบกับไวท์ ซึ่งเขายื่นมือช่วยเหลือ เสนอออกค่าใช้จ่ายในการลบรอยสักให้ เพราะเห็นว่าสิ่งที่เธอต้องเผชิญนั้นส่งผลกระทบต่อชีวิตส่วนตัวของเธอ มันขัดขวางไม่ให้เธอได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำได้ โดยเขาได้ค้นหาคลินิกต่างๆ เพื่อช่วยลบรอยสักให้เธอ
It takes a Team! Go @Storm ! Thank you @Removery Laser Tattoo Removal !! #bekind #mentalhealthawareness #tattoo #salvaginghumanity #fyp
ในที่สุด Removery ซึ่งเป็นบริษัทกำจัดรอยสักด้วยเลเซอร์ก็ตกลงที่จะรับงานนี้ และทำให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งปกติแล้วจะมีราคาหลายพันดอลลาร์ และใช้เวลาหลายเดือน หรือหลายปี จึงลบได้สมบูรณ์ ในกรณีนี้ คลินิกระบุว่า ต้องใช้เวลามากกว่า 2 ปี เพื่อให้หมึกหายไป
“มันเป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไป แต่เป็นกระบวนการที่ให้ผลลัพธ์ที่ถาวรและเปลี่ยนแปลงชีวิตได้”
ส่วนไวท์ก็ว่า “ฉันไม่ได้ถอดมันออกด้วยเหตุผลด้านความงามเท่านั้น แต่เป็นการลบส่วนหนึ่งของฉันที่ฉันไม่ได้เป็น ไม่ให้อยู่อีกต่อไป”