โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ชงรัฐปรับภาษีประกันสุขภาพ เพิ่มลดหย่อน “คู่สมรส-บุตร” 1.5 หมื่นบาท

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 พ.ค. 2567 เวลา 05.54 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2567 เวลา 04.16 น.

สมาคมประกันวินาศภัยไทย ชงข้อเสนอคลังขอเพิ่มสิทธิลดหย่อนภาษี “ประกันสุขภาพ” คู่สมรสและบุตร ให้ลดหย่อนได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท ขณะที่ประชาชนอายุ 45 ปีขึ้นไป เสนอให้สามารถนำเบี้ยหักลดหย่อนได้เพิ่มอีก 10,000-20,000 บาท/ราย รวมถึงเปิดทางลูกค้าซื้อประกันสุขภาพลดหย่อนภาษีได้ถึง 100,000 บาท ขณะที่ “คปภ.” ให้ศึกษาผลกระทบรายได้รัฐเพิ่มเติม คาดใช้เวลา 1 เดือน 
คาดได้ข้อสรุปเสนอคลังได้ภายในเดือน ก.ค.นี้

นายปิยะพัฒน์ วนอุกฤษฏ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แปซิฟิค ครอส ประกันสุขภาพ จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานคณะกรรมการประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ สมาคมประกันวินาศภัยไทย (TGIA) เปิดเผยว่า สมาคมคาดการณ์เบี้ยประกันสุขภาพในอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยในปี 2567 จะมีอัตราการเติบโต 10.5-11.5% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) หรือมีเบี้ยรับประมาณ 17,300-17,400 ล้านบาท

โดยพันธกิจเร่งด่วน (Quick Win) ของสมาคมเกี่ยวกับการประกันสุขภาพจะมีด้วยกัน 3 เรื่องสำคัญคือ 1.เพิ่มสิทธิการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อจูงใจให้คนมาซื้อประกันสุขภาพมากขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงในอนาคต 2.การควบคุมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลให้มีความเหมาะสม และ 3.การจัดตั้งคณะแพทย์ที่ปรึกษาของสมาคม

สำหรับเรื่องเพิ่มสิทธิการลดหย่อนภาษี สมาคมได้แต่งตั้งคณะทำงานด้านภาษี และสรุปเป็นข้อเสนอ 3 แนวทางคือ 1.ให้สิทธิลดหย่อนค่าเบี้ยประกันสุขภาพของคู่สมรสและบุตรได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท โดยเสนอแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 47 (1) (ง) แห่งประมวลรัษฎากร โดยเพิ่มหรือแก้ไขให้รองรับกรณีที่ผู้มีเงินได้ ได้จ่ายไปสำหรับการประกันสุขภาพให้แก่บุตรหรือคู่สมรสด้วย เสมือนเงื่อนไขการลดหย่อนภาษีของกรมธรรม์ประกันภัยลูกกตัญญูที่
ลูกซื้อให้กับพ่อแม่

โดยประกันสุขภาพจะต้องให้ความคุ้มครองการรักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยและบาดเจ็บ การชดเชยทุพพลภาพและการสูญเสียอวัยวะจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ และการประกันอุบัติเหตุ เฉพาะที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ และการแตกหักของกระดูก รวมถึงคุ้มครองโรคร้ายแรง

2.เสนอให้ประชาชนที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป สามารถนำเบี้ยประกันมาหักลดหย่อนภาษีได้เพิ่มขึ้นอีก 10,000-20,000 บาท/ราย จากเดิม 100,000 บาท เป็น 110,000-120,000 บาท/ราย ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดความเสี่ยงของทางรัฐบาล และกระจายความเสี่ยงให้ทางเอกชนมากขึ้น

และ 3.เสนอให้ค่าลดหย่อนภาษี ทั้งประกันชีวิตและค่าเบี้ยประกันสุขภาพ ที่คิดรวมกันได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ไม่ต้องกำหนดแยกสำหรับค่าเบี้ยประกันสุขภาพ ที่ให้ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 25,000 บาท หมายความว่าลูกค้าจะซื้อประกันสุขภาพลดหย่อนภาษีเท่าใดก็ได้ในวงเงินลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตที่ 100,000 บาท ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ลูกค้าวางแผนรองรับความเสี่ยงได้ดีในอนาคตเมื่อเกิดการเจ็บป่วย

“สมาคมได้ทำหนังสือส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เรียบร้อยแล้ว โดยทาง คปภ.ได้ตั้งคณะทำงานชุดย่อยขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้ และได้สั่งให้ทางสมาคมกลับไปศึกษาผลกระทบที่รัฐบาลจะต้องสูญเสียจากข้อเสนอภาษีตรงนี้ ดังนั้น ระหว่างนี้สมาคมต้องรวบรวมข้อมูล คาดว่าจะใช้เวลาราว 1 เดือน ก่อนส่งกลับให้ คปภ. และคาดว่าภายในเดือน ก.ค. 2567 น่าจะเสนอกระทรวงการคลังได้”

ส่วนเรื่องการควบคุมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ปัจจุบันนี้สมาคมประกันวินาศภัยไทยและสมาคมประกันชีวิตไทย ได้ร่วมจัดทำร่างแนวปฏิบัติสำหรับการพิจารณากลุ่มโรคการเจ็บป่วยเล็กน้อยทั่วไป (Simple Disease) ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเคลมประกันสุขภาพในอัตรา
ที่สูง ซึ่งจะนำเสนอให้สำนัก คปภ.พิจารณาและลงความเห็นชอบร่วมกัน

โดยสมาคมได้ร่วมมือสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เพื่อกำหนดมาตรการการใช้ใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) รวมทั้งร่วมมือกับภาครัฐ โดยกรมการแพทย์และภาคประกันสุขภาพเอกชนต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการทำงานอย่างใกล้ชิด

“ตอนนี้ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลถือเป็นต้นทุนหลักในการเสนอผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ ดังนั้นหากค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ เบี้ยประกันสุขภาพก็จะต้องแพงขึ้นต่อเนื่อง และทำให้ประชาชนเข้าถึงประกันสุขภาพเอกชนได้ยาก สุดท้ายแล้วประชาชนต้องไปต่อคิวตั้งแต่เวลาตี 5 เพื่อแย่งเข้ารักษาในโรงพยาบาลของรัฐบาล ซึ่งไม่อยากให้ประชาชนมีประสบการณ์แบบนั้น จึงต้องผลักดันให้เบี้ยประกันสุขภาพถูกลง โดยการควบคุมค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลให้เหมาะสม โดยเบี้ยประกันสุขภาพเอกชนที่เหมาะสมจะเฉลี่ย 25,000 บาท/ราย”

นายปิยะพัฒน์กล่าวอีกว่า ส่วนการจัดตั้งคณะแพทย์ที่ปรึกษาของสมาคมจะมีทั้งหมด 12 ราย เพื่อวัตถุประสงค์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริหารจัดการสินไหมทดแทน รวมทั้งเข้าไปมีส่วนในการเข้าไปช่วยรัฐบาลและประชาชน โดยจะเป็นแพทย์ปฏิบัติงานในบริษัทประกันวินาศภัย 8 ราย แพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากกระทรวงสาธารณสุข 1 ราย แพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากแพทยสภา 1 ราย และคณะทำงานสมาคม 2 ราย โดยมีนายแพทย์เทอดศักดิ์ โรจน์สุรกิตติ เป็นประธานคณะแพทย์ที่ปรึกษาของสมาคม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในปี 2566 ธุรกิจประกันสุขภาพในอุตสาหกรรมประกันภัยของประเทศไทย มีเบี้ยรับรวมทั้งระบบ 125,455 ล้านบาท มาจากบริษัทประกันชีวิต 109,786 ล้านบาท เติบโต 5.93% และบริษัทประกันวินาศภัย 15,669 ล้านบาท ลดลง 0.9% เมื่อเทียบจากปี 2565

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชงรัฐปรับภาษีประกันสุขภาพ เพิ่มลดหย่อน “คู่สมรส-บุตร” 1.5 หมื่นบาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...