โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รักหนูมั้ย : ช่วยรัก 'หนู' ด้วยได้มั้ย | รายงานพิเศษ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 11 ม.ค. 2566 เวลา 02.13 น. • เผยแพร่ 11 ม.ค. 2566 เวลา 02.13 น.

รายงานพิเศษ | ปริชาติ หาญตนศิริสกุล

รักหนูมั้ย

: ช่วยรัก ‘หนู’ ด้วยได้มั้ย

รักหนูมั้ย เป็นหนึ่งในหนังตระกูลไทบ้านแบบใหม่ที่ผู้เขียนอยากแนะนำให้ชม

ส่วนใหญ่เวลาเราพูดถึงหนังอีสานเรามักจินตนาการถึงหนังที่เน้นการนำดาราตลกหรือคนดังมาเป็นนักแสดง บทพูดเต็มไปด้วยมุขตลกหยาบคาย เนื้อเรื่องไม่มีเสน่ห์ชวนให้น่าติดตาม ฯลฯ

แต่หนังอีสานตระกูลไทบ้าน เดอะซีรีส์ รวมถึงภาพยนตร์เรื่องนี้กลับแตกต่างโดยเฉพาะตัวบทและรายละเอียดสิ่งละอันพันละน้อยที่ซ่อนอยู่ในตัวละครที่สะท้อนวิถีชีวิตแบบอีสาน เมืองที่อาศัยอยู่พื้นที่อื่นนอกเหนือจากกรุงเทพมหานคร

รักหนูมั้ย เป็นผลงานการกำกับภาพยนตร์ (Feature Film) เรื่องแรกของ ภูวเนตร สีชมพู หนึ่งในนักแสดงไทบ้านเดอะซีรีส์ คนทำหนังรุ่นใหม่ไฟแรงที่แม้มีรูปค่าหน้าตาแบบฝรั่ง แต่เลือดอีสานเขาเข้มข้นโดยถ่องแท้

ภูวเนตรให้สัมภาษณ์ถึงประสบการณ์ชีวิตส่วนตัวเกี่ยวกับครอบครัวในวัยเด็กค่อนข้างเศร้า เขาเป็นลูกครึ่งอีสาน-เบลเยียมที่พ่อให้คำสัญญาว่าจะมารับไปอยู่ด้วยแต่สุดท้ายพ่อก็ไม่กลับมารับเขาตามสัญญา

แม้ว่าความทรงจำวัยเด็กเกี่ยวกับครอบครัวของภูวเนตรจะเป็นโทนหม่นหมองแต่โทนเรื่องภาพยนตร์ที่เขากำกับฯ นี้กลับเป็นหนังสดใส ท่ามกลางท้องเรื่องที่ดำเนินโดย อ้อม (หรืออีกชื่อคือ พลอย) กะหรี่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้ากับผู้ชาย 3 คนที่ไม่รู้ใครเป็นพ่อเด็กในท้อง

(แค่ฟังบทบาทของตัวละครนำก็ดูดราม่าแล้ว แต่เชื่อเถอะว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนัง Feel good แบบที่ผู้กำกับฯ เขาเคลมจริงๆ)

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในคืนหนึ่งที่บ้านพักของ จอน นักศึกษาหนุ่มโข่งมาดเซอร์ที่เรียนมหา’ลัยไม่จบไม่สิ้นเสียที จอนมีเพื่อนรักร่วมบ้าน 2 คนคือ กิว ผู้บ่าวไทบ้านเจ้าชู้ไม่เป็นโล้เป็นพาย และ อ๊อฟ หนุ่มผมเดตร็อกหัวใจกุ๊กกิ๊กที่รักแฟนสุดชีวิต

ในคืนวันอันเป็นใจทั้งสามริลองมีเซ็กซ์หมู่กับอ้อม ที่เพิ่งหัดรับงานขายบริการครั้งแรก และแล้วสิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับทั้งสี่…

5 เดือนต่อมาอ้อมอุ้มโหลปลาทองกลับเข้ามาขออาศัยร่วมบ้านกับสามหนุ่มด้วยเหตุผลว่า เธอท้อง

แต่ใครล่ะคือพ่อตัวจริงของเด็กในท้อง?!

เพื่อรอเวลาพิสูจน์ DNA อ้อม จอน กิว และอ๊อฟ จึงต้องอยู่ร่วมชายคากัน 4 คนผัวเมียรอเวลาจนกว่าลูกในท้องของพลอยจะคลอดออกมา

รักหนูมั้ยเป็นภาพยนตร์ที่จงใจเล่นประเด็นความสัมพันธ์หลายผัวหลายเมีย (Polygamy) พร้อมท้าทายภาพจำสถาบันครอบครัวอบอุ่นตามอุดคติแบบไทยๆ

แต่ในขณะเดียวกันภาพยนตร์ก็จงใจสร้างทุกตัวละครให้มีมิติข้อดีข้อเสีย ไม่มีใครดีหรือเลวไปเสียหมด

ตัวละครทั้งหมดต่างมีเหตุผลและความจำเป็นสนับสนุนการกระทำของตน พร้อมกันนั้นตัวละครหลักก็ไม่ได้กลมเกลียวเห็นพ้องต้องกันตลอดเวลา

ประเด็นสำคัญอีกหนึ่งเรื่องที่เป็นหัวข้อฮิตตลอดกาลในสังคมไทยอย่าง ‘ปัญหาท้องไม่พร้อม’

เนื้อเรื่องในภาพยนตร์สะท้อนให้เห็นถึงปฏิกิริยาแรกที่ตัวละครชายทั้งสามแสดงออกชัดเจนเมื่อรู้ว่าตนกำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว ไม่มีใครดีใจและดูไม่มีใครเต็มใจต้อนรับอ้อมเสียด้วยซ้ำ เพราะรู้ดีว่าการมีลูกท่ามกลางสังคมที่ไม่พร้อม ไม่มีใครได้รับผลดีรวมถึงตัวเด็กที่เติบโตมาด้วย

แม้ว่าธีมของหนังจะแสนสดใสขนาดไหน แต่ผู้สร้างก็ยังคงใส่เรื่องเกี่ยวเนื่องอื่นๆ ที่ข้องเกี่ยวกับการท้องไม่พร้อมลงไปด้วย

อย่างการทำแท้ง (แบบปลอดภัย) การหาข้อมูลเพื่อตรวจ DNA เด็ก ค่าทำคลอดที่ราคาไม่ถูกเลยสำหรับคนรากหญ้า รวมถึงปัญหาการเป็น sex worker กับการเป็นเมียและการเป็นแม่ที่ดี ตามขนบสังคมไทย

นี่คือความเห็นของพลอย (หรืออ้อม) ต่อสถานะของตนที่แปรเปลี่ยนจากอดีต sex worker มาเป็นแม่คนและเป็นเมียของผู้ชายทั้งสาม ที่ต่อให้เธอมีคุณสมบัติแม่บ้านแม่เรือนมากเพียงใด แต่อดีตก็ทำให้เธอรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ดี

ชื่อเรื่อง รักหนูมั้ย จึงไม่ได้หมายถึงแค่เด็กในท้องเท่านั้น แต่หมายถึงตัวอ้อมเองด้วยที่ต้องการความรัก ต้องการการให้เกียรติในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่มีคุณค่าและศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับตัวละครชายทั้งสาม

ตลอดเวลาที่ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ผู้เขียนคิดในหัวตลอดว่า ‘ถ้าการเมืองดี’ ตัวละครในหนังเรื่องนี้ รวมถึงคนไทยที่เผชิญปัญหาเหมือนกับในหนัง) อาจจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ก็ได้

เช่น ถ้าการเมืองดีผู้หญิงแบบอ้อมคงไม่จำเป็นต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาเพื่อทำงานหาเงินเลี้ยงพ่อ, ถ้า sex workers เป็นอาชีพถูกกฎหมาย มีนโยบายบริการฝังคุมกำเนิดระยะยาวที่เข้าถึงได้ง่าย ราคาถูก มีบริการการตรวจโรคทางเพศสัมพันธ์ที่ราคาไม่แพงเกินไป ผู้หญิงขายบริการแบบอ้อมคงไม่ต้องมีชีวิตลำบากอับโชคแบบในหนัง, ถ้านโยบายยุติการตั้งครรภ์แบบถูกกฎหมายได้รับการยอมรับและสามารถเข้าถึงได้ สถิติปัญหาท้องไม่พร้อมในไทยอาจลดลงได้มากกว่าที่เป็นอยู่และไม่มีผู้เสียชีวิตจากการทำแท้งเถื่อนอีก

เมื่อเราพิจารณาปูมหลังและบทบาทของอ้อมในภาพยนตร์แล้ว เราไม่ได้เห็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำหน้าที่แม่และเมียในครอบครัวที่มีสามีมากกว่าหนึ่ง แต่เราเห็นปัญหาทางสังคมที่ชีวิตผู้หญิงไทยคนหนึ่งต้องเผชิญ โดยเฉพาะผู้หญิงชนชั้นรากหญ้าและชนชั้นกลางค่อนล่างที่เมื่อผจญปัญหาอันหนักหนาเหมือนอ้อมก็ไม่รู้จะหันหน้าไปขอความช่วยเหลือจากใคร

จนในท้ายที่สุดเธอก็ต้องกลับมาอ้อนวอนผัวหรือยอมรับชะตากรรมทำงานที่สังคมไม่ยอมรับเพื่อต่อสู้เพื่อหวังจะถีบชะตาชีวิตของตนให้มีชีวิตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่

หากสนใจภาพยนตร์ ท่านสามารถรับชมภาพยนตร์เรื่อง รักหนูมั้ย ได้แล้ววันนี้ผ่านทาง Netflix ทั่วประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...