โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฟชั่น บิวตี้

มารู้จัก beauty product สุดอันตรายในอดีต

Jeban.com

เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2563 เวลา 17.00 น. • ST

องค์การอาหารและยา….หน่วยงานสำคัญที่ทำให้มนุษย์ในยุคโมเดิร์นอย่างเราต้องรู้สึกซาบซึ้งทันทีเมื่อได้รู้ถึงมหันตภัยที่มากับคำว่าผลิตภัณฑ์ความงามจากศตวรรษก่อนๆ  กว่าจะพัฒนาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ก็ต้องสูญเสียกันไปมากมายเพื่อความสวย   

Laird’s Bloom of Youth ครีมหน้าขาวที่อาจจะนำคุณไปสู่ความอัมพาต

ก่อนที่ชาวตะวันตกจะหันมาปลาบปลื้มผิวสีแทนเรืองรอง  ค่านิยมความงามก็ไม่ได้แตกต่างจากฝั่งตะวันออกนัก แม้จะฝรั่งเค้าจะมีผิวขาวอันเป็นลักษณะทางเชื้อชาติอยู่แล้ว แต่ในอดีต ผู้คนต่างคลั่งไคล้ผิวที่ขาวหมดจดเหมือนกับนมสด  ขาวแล้วยังต้องโบ๊ะแป้งให้ดูขาวถึงขีดสุด และใครที่คิดว่าตัวเองยังขาวไม่พอ ครีมหน้าขาวจึงเป็นสิ่งที่เติมเต็ใความปรารถนาในการแสดงถึงผิวพรรณผู้ดีที่ไม่เคยสัมผัสแดดเหมือนชนชั้นแรงงาน

" ปลอดภัยไร้กังวล" และ "กัดสีผิวอย่างนุ่มนวลอ่อนโยน" เป็นคำโปรยที่แบรนด์ใช้ยั่วใจคนอยากทีผิวขาว ในขณะที่คุณกำลังสับสนอยู่ว่า การกัดกร่อนนั้นถูกจับคู่กับคำว่านุ่มนวลได้อย่างไร ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ก็วางขายอยู่พักใหญ่ก่อนที่  American Medical Association  จะประกาศว่า พบผู้ใช้ครีมมหัศจรรย์ตัวนี้สามรายที่เกิดอาการกล้ามเนื้อลีบ นั่นเป็นผลมาจากอาการสารตะกั่วเป็นพิษ และยังพบผู้มีอาการอ่อนแรง น้ำหนักลด ปวดศีรษะ รวมไปถึงอัมพาต!

มีคำโฆษณาว่า ผู้หญิงถึงสองล้านคนต้องพบกับปลาบปลื้มจากผลลัพธ์ของครีมที่ขจัดผิวสีคล้ำและรอยด่างดำทั้งหลาย และยืนยันว่าได้รับการวิเคราะห์องค์กรทางการแพทย์ว่าปลอดภัยไร้สารพิษ แต่ก็ถูกแฉในเวลาต่อมาว่ามีสารตะกั่วเป็นส่วนประกอบ

ถ้าถามว่าเครื่องสำอางที่มีสารตะกั่วเจือปนทำให้ตายได้หรือไม่ ลองมาติดตามเรื่องราวที่น่าตกใจจากโฉมงามแห่งศตวรรษที่ 18 กัน

เหยื่อที่สังเวยชีวิตให้กับเครื่องสำอาง  Maria Coventry, Countess of Coventry

จากหญิงสาวชาว Irish ที่ต้องทำอาชีพนักแสดงเลี้ยงชีพ Marie ได้ไต่ระดับกลายมาเป็นสาวสังคมผู้มีชื่อเสียงที่สุดด้วยความงามล้ำเกินกว่าใคร ในยุคนั้น นักแสดงหญิงเป็นอาชีพที่ถูกดูหมิ่นเพราะมีนักแสดงหลายคนที่ทำอาชีพขายบริการทางเพศไปด้วย แต่ก็ทำให้มีโอกาสได้รับการอุปถัมป์จากชายผู้ร่ำรวยและเปลี่ยนสถานะทาสังคมได้ และด้วยความเป็น"fashionista" ที่สวยโดดเด่นกว่าสตรีชั้นสูงทำให้เธอและน้องวางกลายมาเป็นเซเลบแห่งกรุง London และได้แต่งงานกับขุนนางระดับสูงจนมียศนำหน้าชื่อ
แต่ช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์ของเธอนั้นแสนสั้น  หลังจากใช้เวลาหลายชั่วโมงหน้ากระจกเพื่อแปลงโฉมให้งามชวนตะลึง  แต่การแต่งหน้าอย่างประณีตก็เปรียบเหมือนกับ"พิธีกรรม" ทางความงามที่กำลังฆ่าเธอทีละนิด

ในเวลานั้น  trendsetter ที่สั่นสะเทือนยุโรปคือ Madame de Pompadour ชู้รักของ    พระเจ้า Louis ที่ 15 แห่งฝรั่งเศส เธอเป็นสาวสังคมชั้นสูงจากครแห่ง fashion ที่สร้างความเลื่องลือถึงความสวยเฉียบ ทั้งผิวขาวซีด แก้มสีกุหลาบ  และแน่นอนว่าเซเลบแห่ง London อย่าง Marie จะไม่น้อยหน้า
เธอใช้ผงตะกั่วที่มีส่วนผสมจากไฮดรอกไซด์และคาร์บอเนตทาหน้าเพื่อความขาว ส่วนแก้มก็ทาด้วยแร่ปรอท ปากแดงจากสารสกัดจากสาหร่ายที่เจือปรอทเช่นกัน ในขณะนั้น ยังไม่มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าสารเหล่านี้ทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต แต่มันเริ่มกัดกินใบหน้าของเธอจนมีรอยแผลน่าเกลียดน่ากลัว ผิวไวต่อแสงมากจนไม่สามารถออกไปไหนได้ ต้องนอนป่วยอยู่นห้องมืด อาการป่วยของเธอหนักขึ้นเรื่อยๆและในที่สุดก็สิ้นใจด้วยวัยเพียง 27 ปี ในขณะนั้น ผู้คนหมื่นได้ไว้อาลัยต้องการจากไปของคนงามอายุสั้นและเชื่อว่าเธอป่วยด้วยโรควัณโรค แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไป มีความเชื่อมั่นอาการสารตะกั่วเป็นพิษต่างหากที่ได้พรากชีวิตเธอไป

การใช้ผงตะกั่วทาหน้าให้ขาวซีดราวกับคนตายเรียกว่า Venetian ceruse หรือ blanc de ceruse de Venise ที่นิยมมาหลายร้อยปีในยุโร และสิ่งนี้น่าจะคร่าชีวิตคนไปจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว เพียงแต่ว่าในตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ว่า ตัวการที่ทำให้คนต้องเจ็บป่วยคือผงหน้าขาวนี่เอง

Lash Lure ขนตาดกหนาที่ถูกแทนที่ด้วยตาบอด

ปี 1933  ผู้หญิงได้เปิดใจเข้าหาการแต่งหน้าอย่างเต็มที่ ขนตาสุดเด้งเหมือนกับนักแสดง Hollywood กลายมาเป็นที่ปรารถนา  แต่ผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อนสารพิษก็ทำให้ผู้ใช้บางคนต้องสูญเสียการมองเห็น ร้ายแรงไปกว่านั้นก็ยังมีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้ออีกด้วย

อ่านต่อ กดเลย
รีวิวจากคอมมูนิตี้จีบัน : candy
สอบถามข้อสงสัย คุย LINE@ กับ Jeban.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...