โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เก๋งและกระบะใช้ถนนเรียบรันเวย์ประลองความเร็วพุ่งชนท้ายรถชาวบ้านบาดเจ็บ

77kaoded

เผยแพร่ 24 พ.ค. 2564 เวลา 12.46 น. • 77 ข่าวเด็ด

https://youtu.be/iAlrdG90owE

เก๋งและกระบะใช้ถนนเรียบรันเวย์ประลองความเร็วแข่งกันมา พุ่งชนท้ายรถชาวบ้านจนตกร่องน้ำ ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเหตุบริเวณถนนเรียบรันเวย์ สุวรรณภูมิสาย 3 ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ที่ 24 พฤษภาคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันหลายคันที่บริเวณถนนเรียบรันเวย์ สุวรรณภูมิสาย 3 ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ  อำเภอบางพลี  จังหวัดสมุทรปราการ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และเจ้าหน้าที่กู้ชีพมูลนิธิป่อเต๊กตึ้ง เดินทางเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์กระบะ เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 ขณะเดียวกันในที่เกิดเหตุได้พบรุยนต์เก๋งและกระบะชนกันได้รับความเสียหายกระเด็นตกลงไปข้างถนนเรียบรันเวย์จำนวน 3 คัน คันแรกเป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า สีดำ ทะเบียน 6 กฉ 4889 กทม. ถูกชนจนกระเด็นตกลงไปในร่องน้ำข้างทางพังยับเยิน  ห่างกันออกไปประมาณ 50 เมตร พบรถยนต์กระบะสีประตูยี่ห้อ อีซุซุ สีขาว  ทะเบียน 1 ขข 9566 กทม. ซึ่งเป็นรถบรรทุกสินค้าเบ็ดเตล็ดมาเต็มคันเสียหลักพลิกตะแคงชนอัดอยู่กับป้ายจราจรและต้นไม้ข้างทางจนพังเสียหายข้าวของกระจายเกลื่อนถนน  เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรบางส่วนเพื่อความปลอดภัย นอกจากนั้นใกล้กันยังพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า แจ๊ด สีขาว ทะเบียน 1 ขฐ 1447 กทม. สภาพรถแต่งซิ่งจอดอยู่ในสภาพข้างขวาพังยับเยิน

นาย อนุวัฒน์  มาลาหอม พลเมืองดีที่พบเห็นเหตุการณ์ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถมาจากด้านถนนเทพรัตน มุ่งหน้าเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ ได้สังเกตเห็นรถเก๋งฮอนด้าสีขาว และรถกระบะอีซูซุสีขาว ขับแข่งจี้ท้ายกันลงมาจากสะพานบางกออกแอร์เวย์ด้วยความเร็ว โดยรถเก๋งฮอนด้าขับขี่ปาดแซงซ้ายขวาตลอดทางโดยมีรถยนต์กระบะขับตามจี้ท้ายไล่บี้กันไปมาจนมาถึงที่เกิดเหตุ รถเก๋งฮอนด้าสีขาวได้โยกแซงซ้าย ซึ่งจังหวัดนั้นมีรถเก๋งสีดำขับมาในเลนซ้ายปกติ จังหวะที่เก๋งฮอนด้าสีขาวมุดแซงซ้ายนั้นรถกระบะอีซุซุที่ขับตามหลังไล่บี้กันมา ได้ขับมุดซ้ายตามท้ายรถเก๋งสีขาว มาและเกิดเสียหลักพุ่งชนท้ายรถเก๋งสีดำอย่างจังจนกระเด็น ไปกระแทกรถเก๋งสีขาวที่พยายามแซงซ้ายซ้ำอีกครั้งจนกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง ตนจึงรีบจอดรถและรีบลงไปช่วยเหลือคนขับรถเก๋งสีดำ และรู้สึกสงสารคนขับรถเก๋งสีดำที่ต้องประสบอุบัติเหตุจากความประมาทของรถกระบะและรถเก๋งสีขาว จึงยอมเสียเวลาจอดรอเป็นพยานให้กับทางเจ้าหน้าที่

นายเงิน บุญเรือง อายุ 60 ปี คนขับรถเก๋งสีดำที่ถูกชนจนตกร่องน้ำ ได้ให้การว่า ตนยังมึนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยก่อนเกิดเหตุตนพึงเลิกงานมาและกำลังขับรถจะกลับบ้านโดยขับมาทางเลนซ้าย ขณะขับมาถึงที่เกิดเหตุได้ยินเสียงคล้ายกับมีรถแข่งตามหลังกันมา ก่อนที่จะถูกชนเข้าอย่างจังจนกระเด็นไร้ทิศทางจนมาตกลงไปในร่องน้ำตนต้องปีนออกมาจากตัวรถและได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่นาย เสกสัน   บุญประทุม คนขับรถยนต์กระบะอีซุซุ สีขาว ซึ่งได้รับบาดเจ็บ ได้ออกมาให้การขัดแย้งกับพยานที่เห็นเหตุการณ์ โดยระบุว่าตนไปซื้อสินค้ามาจากบางโฉลง และกำลังจะกลับไปย่านหนองจอก อ้างว่าเกิดอาการวูบเพราะตนไม่ได้ขับเร็วและมาเลื่อย ๆ จนมาประสบอุบัติเหตุ

ด้าน นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี คนขับรถยนต์เก๋งสีขาว ได้ยอมรับว่า ตนพึงกลับมาจากเอารถคันนี้ไปตรวจซ่อมมาที่ย่านบางบ่อ และอยู่กำลังจะขับรถกลับบ้านในย่านมีนบุรี ระหว่างเข้ามาในถนนเรียบรันเวย์ซึ่งเป็นทางตรงจึงใช้ความเร็วเพื่อจะลองรถที่พึ่งไปทำมา จังหวะที่ขับมาด้วยความเร็วเพื่อจะลองรถอยู่นั้น รถกระบะคู่กรณีได้ขับตามหลังจี้ท้ายตนมาด้วยความเร็ว ตนจึงเหยียบเร่งเครื่องหนีขณะมาถึงที่เกิดเหตุรถกระบะได้ขับฉีกแซงขึ้นไปข้างขวา ซึ่งขณะนั้นมีรถวิ่งอยู่ทางเลนขวา ทำให้กระบะไปต่อไม่ได้ด้วยความเร็ว ตนจึงตัดสินใจมุดออกทางด้านซ้ายจนเกือบจะพ้นแล้ว แต่รถกระบะเบี่ยงซ้ายเข้ากระแทกรถเก๋งสีดำจนกระเด็นมากระแทกรถของตนจนหมุนกลางถนนก่อนจะถูกกระบะเข้ามาชนซ้ำข้างประตูจนพุ่งตกข้างทางดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ในละแวกใกล้ที่เกิดเหตุ ได้พบเห็นรถกระบะสีขาวและรถเก๋งสีขาวขับในลักษณะแข่งกันมาจริงด้วยความเร็วสูงผ่านหน้ากล้องไป ก่อนจะมาประสบอุบัติเหตุ อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...