โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปชช.63%ชี้จับสึกพระเถระ-พระชื่อดัง ไม่กระทบศรัทธาพระพุทธศาสนา

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 พ.ค. 2561 เวลา 12.07 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2561 เวลา 12.07 น.

จากกรณี “มติชน” เชิญชวนร่วมแสดงความคิดเห็นการจับสึกพระผู้ใหญ่ และพระชื่อดังว่า มีผลกระทบศรัทธาความเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนาอย่างไร หรือไม่ โดยมีเนื้อหาระบุว่า

กรณีกองปราบปราม จับกุมพระเถระและพระผู้ใหญ่ 5 รูป คดีเงินทอนวัด ได้แก่
1.พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร
2.พระศรีคุณาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ
3.พระครูสิริวิหารการสมจิตร จันทร์ศรี ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสระเกศ
4.พระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ
และ 5.พระอรรถกิจโสภณ เลขาเจ้าคณะกรุงเทพฯ วัดสามพระยา

ส่วนพระเถระอีก 2 รูป คือ พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ กรรมการ มส. เจ้าคณะภาค 10 และพระพรหมเมธี (จำนง ธัมมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ กรรมการ มส. เจ้าคณะภาค 4-5-6-7 (ธรรมยุต) หนีการจับกุม

ตลอดจนมีการนำหมายศาล ไปจับกุม “พระพุทธะอิสระ” หรือ พระสุวิทย์ ทองประเสริฐ ที่วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม คดีอั้งยี่ซ่องโจรที่การ์ดกปปส. ร่วมทำร้ายร่างกายตำรวจสันติบาล 2 นายบาดเจ็บและบาดเจ็บสาหัส คดีปลอมพระปรมาภิไธย และใช้จัดสร้างพระเครื่องนาคปรกอุดปรอท นำมาสู่การสึกพระเถระ พระผู้ใหญ่ตและพระชื่อดังทั้ง 6 รูป นำตัวไปฝากขังที่เรือนจำ (อ่านรายละเอียด : https://www.matichon.co.th/newsroom-analysis/news_971582)

แฟนเพจ “มติชน” มีความเห็นว่ากรณีดังกล่าวทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาและลดความเชื่อมั่นต่อศาสนาหรือไม่ อย่างไร เชิญร่วมแสดงความเห็นที่นี่หรือทวิตเตอร์

ผลปรากฏว่าที่ทวิตเตอร์มติชน ประชาชน 63% โหวตว่าการจับสึกพระผู้ใหญ่ และพระชื่อดังว่า ไม่มีผลกระทบต่อศรัทธาความเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนา ขณะที่ 37% โหวตว่ามีผลกระทบต่อศรัทธาในพระพุทธศาสนา

ส่วนที่เฟซบุ๊กเพจมติชนออนไลน์ แฟนเพจมติชนส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าการจับสึกพระเถระและพระชื่อดังไม่กระทบต่อศรัทธาความเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนา เพราะเรื่องกระทำผิดกฎหมายหรือธรรมวินัย เป็นเรื่องส่วนบุคคล ศาสนาพุทธอยู่มาได้ 2561 ปีและยังจะอยู่ได้ต่อไป ที่ต้องทำก็คือกำจัดพวกที่อาศัยผ้าเหลืองมากระทำผิดธรรมวินัยและกฎหมาย นอกจากนี้มองว่าไม่ว่าพระผู้น้อยหรือพระผู้ใหญ่ถ้ากระทำผิด ก็ควรต้องดำเนินการจับกุมเพื่อให้ศาสนาน่าศรัทธามากขึ้น อย่างไรก็ตามบางส่วนมองว่าเหตุการณ์นี้ไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นศรัทธา ด้วยมองว่าคนที่ไม่นับถือก็จะยังคงไม่นับถือต่อไป

โดยความเห็นต่างๆ มีอาทิ

– ผมยังนับถือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เหมือนเดิม แต่ถ้าไม่กำจัดพระเลวๆ ชั่วๆ ออกไปผมถึงจะหมดศัทธา ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งจับพวกระยำที่แอบอ้างห่มผ้าเหลืองหากิน เขาคุกให้หมด อย่าสนใจใดๆทั้งสิ้นปราบให้หมด

– ศาสนาอยู่มาสองพันห้าร้อยหกสิบเอ็ดปีแล้วไม่ต้องไปปฏิรูปหรอกไม่ใช่เรื่องถ้าจะปฏิรูปก็ขอให้พวกที่หากินกับวัดทั้งคนทั้งพระที่อาศัยผ้าเหลืองหากินต้องมีโทษหนักห้ามลดโทษจับติดคุกยึดทรัพย์ด้วย(ขอโทษเกินสามบรรทัด)

– ผมเลื่อมใสศรัทธาพระพุทธศาสนามั่นคง การจับพระที่ทำผิดกฎหมายนั้นเป็นปัญหาส่วนบุคคล แยกแยะเป็นรายบุคคล ผิดก็ว่าไปตามผิด ถ้ามีการกลั่นแกล้งให้พระผิดก็โทษเจ้าหน้าที่และเป็นบาปกรรมของเจ้าหน้าที่เอง

– ศาสนาก็คือความเชื่อ จะเคารพ ศรัทธาหรือไม่บังคับกันไม่ได้.!!.พระผู้ใหญ่ถ้าทำผิดก็ต้องรับโทษทางกฎหมาย

– ต้องให้เข้มกว่านี้ ซะด้วยซ้ำไป สองเท่าของคนธรรมดาไปเลย เอาตรงๆ ดีซะอีก พระจะได้ระวังมากขึ้น ไม่ใช่เอาผ้าเหลืองมาหาเงิน หรือ ตั้งขบวนการทางการเมืองหาผลประโยชน์ สร้างความแตกแยก วุ่นวาย คิดจะบวชควรตั้งมั่นในการรักษาศีล

– นักการทหารกับนักการเมืองยุทธศาสตร์และยุทธวิธีมันต่างกันหลายขุม หลวงปู่ไม่ได้ปราชิกนะ

– สงสัยตรง? ประเด็น? การจับสึก…มันผิดพระธรรมวินัย? ตรงข้อไหน? ถึงสึกได้ง่ายๆ? แบบนั้น ที่สึกได้ตอนนี้? คือ? ใช้เทคนิคทางศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว? เลยต้องเข้าห้องขัง? เลยต้องโดนจับสึกไปก่อน

– ยังศรัทธาในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เช่นเดิม พระท่านก็เคยเป็นชาวบ้านธรรมดาๆ พอบวชแล้วได้ศึกษาธรรมะ บางท่านก็เข้าถึงลึกซึ้ง บางท่านก็ไม่ได้ลึกซึ้งถึงรสพระธรรม ก็เป็นเรื่องธรรดา

– วัดญี่ปุ่นต้องจ่ายภาษีเข้ารัฐและพระทุกองค์รายได้มาจากมีคนจ้างไปสวดศพและสวดในงานพิธีต่างๆ เป็นต้น รายได้พระทุกองค์เสียภาษี.คนญี่ปุ่นไม่นิยมบริจาคเงิน(เงินมันมีค่าสำหรับเรามาก).คำว่านิกายมันไม่สำคัญและแยกออกจากเงินๆทองๆไม่ได้.ทั้งนิกายไทยนิกายญี่ปุ่นเงินทั้งนั้นเข้ามาเกี่ยวข้อง

– กระบวนการพิสูจน์ความจริงยังไม่เริ่ม เเต่มีการใช้ช่องทางกฎหมาย บังคับให้พระเถระลาสิกขา

– ไม่หรอก..คนที่นับถือพุทธก็คงนับถือต่อไป ส่วนคนที่ไม่ก็คงไม่ต่อไป อย่างการกระทำในครั้งนี้มันเป็นเรื่องของคนที่ไม่นับถือส่วนหนึ่ง การจับพระอิสระเป็นการจับโดยมีหลักฐานเป็นสาธารณะประกอบชัดเจน ส่วนรูปอื่นยังเป็นข้อกล่าวหาลอยอยู่ คือ ยังมิควรถูกสึก เช่น พระพุทธะอิสระ

– หรือพระเถรชั้นผู้ใหญ่ทั้งหลาย กระทำผิดไม่เป็น พระก็คือปุถุชนคนกินข้าวเหมือนกัน ตำรวจจับพระกระทำผิดสิยิ่งจะทำให้พุทธศาสนาน่าศรัทธามากยิ่งขึ้น ดีกว่าปล่อยปละละเลย ทำให้พุทธศาสนิกชนเสื่อมศรัทธาลงไปเรื่อยๆ

– ไม่กระทบ หลักการศาสนา คือการช่วยตัวเองให้พ้นทุกข์โดยยึดคำสอนของพระพุทธเจ้า อริยสัจ 4 ร่วมด้วยปัญญาที่แท้จริงของ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ปฏิบัติธรรมฝึกจิตให้นิ่งไม่ไปยุ่งกับเรื่องกิเลสชั่วๆ ทั้งหลาย ดังนั้นการกระทำของพระที่ผิดศีล 227 ข้อ ท่านก็ไม่ควรอยู่ในพุทธศาสนาต่อไป คนเสื่อม แต่ศาสนาไม่มีวันเสื่อมเพราะเป็นความจริงในธรรม ตำรวจควรทำตามหน้าที่อย่างไม่มีอคติ

– ส่วนตัวเห็นว่า เสื่อมหนัก ไม่น่าไหว้ไม่น่าเสื่อมใส ผิดหลักธรรมคำสอน..บิดเบือน มอมเมาให้คนเชื่อเพื่อให้ได้มาซึ่งวัตถุ ยิ่งใหญ่ยิ่งสาวยิ่งเลอะเทอะ ตั้งกะสะสมรถโบราณ นิยมรถหรู เงินทอง แบ่งพรรคพวก ฝักฝ่าย สายใครสายมัน พระต้องมักน้อยสันโดษ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...