ปชช.63%ชี้จับสึกพระเถระ-พระชื่อดัง ไม่กระทบศรัทธาพระพุทธศาสนา
จากกรณี “มติชน” เชิญชวนร่วมแสดงความคิดเห็นการจับสึกพระผู้ใหญ่ และพระชื่อดังว่า มีผลกระทบศรัทธาความเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนาอย่างไร หรือไม่ โดยมีเนื้อหาระบุว่า
กรณีกองปราบปราม จับกุมพระเถระและพระผู้ใหญ่ 5 รูป คดีเงินทอนวัด ได้แก่
1.พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร
2.พระศรีคุณาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ
3.พระครูสิริวิหารการสมจิตร จันทร์ศรี ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสระเกศ
4.พระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ
และ 5.พระอรรถกิจโสภณ เลขาเจ้าคณะกรุงเทพฯ วัดสามพระยา
ส่วนพระเถระอีก 2 รูป คือ พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ กรรมการ มส. เจ้าคณะภาค 10 และพระพรหมเมธี (จำนง ธัมมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ กรรมการ มส. เจ้าคณะภาค 4-5-6-7 (ธรรมยุต) หนีการจับกุม
ตลอดจนมีการนำหมายศาล ไปจับกุม “พระพุทธะอิสระ” หรือ พระสุวิทย์ ทองประเสริฐ ที่วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม คดีอั้งยี่ซ่องโจรที่การ์ดกปปส. ร่วมทำร้ายร่างกายตำรวจสันติบาล 2 นายบาดเจ็บและบาดเจ็บสาหัส คดีปลอมพระปรมาภิไธย และใช้จัดสร้างพระเครื่องนาคปรกอุดปรอท นำมาสู่การสึกพระเถระ พระผู้ใหญ่ตและพระชื่อดังทั้ง 6 รูป นำตัวไปฝากขังที่เรือนจำ (อ่านรายละเอียด : https://www.matichon.co.th/newsroom-analysis/news_971582)
แฟนเพจ “มติชน” มีความเห็นว่ากรณีดังกล่าวทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาและลดความเชื่อมั่นต่อศาสนาหรือไม่ อย่างไร เชิญร่วมแสดงความเห็นที่นี่หรือทวิตเตอร์
ผลปรากฏว่าที่ทวิตเตอร์มติชน ประชาชน 63% โหวตว่าการจับสึกพระผู้ใหญ่ และพระชื่อดังว่า ไม่มีผลกระทบต่อศรัทธาความเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนา ขณะที่ 37% โหวตว่ามีผลกระทบต่อศรัทธาในพระพุทธศาสนา
ส่วนที่เฟซบุ๊กเพจมติชนออนไลน์ แฟนเพจมติชนส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าการจับสึกพระเถระและพระชื่อดังไม่กระทบต่อศรัทธาความเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนา เพราะเรื่องกระทำผิดกฎหมายหรือธรรมวินัย เป็นเรื่องส่วนบุคคล ศาสนาพุทธอยู่มาได้ 2561 ปีและยังจะอยู่ได้ต่อไป ที่ต้องทำก็คือกำจัดพวกที่อาศัยผ้าเหลืองมากระทำผิดธรรมวินัยและกฎหมาย นอกจากนี้มองว่าไม่ว่าพระผู้น้อยหรือพระผู้ใหญ่ถ้ากระทำผิด ก็ควรต้องดำเนินการจับกุมเพื่อให้ศาสนาน่าศรัทธามากขึ้น อย่างไรก็ตามบางส่วนมองว่าเหตุการณ์นี้ไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นศรัทธา ด้วยมองว่าคนที่ไม่นับถือก็จะยังคงไม่นับถือต่อไป
โดยความเห็นต่างๆ มีอาทิ
– ผมยังนับถือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เหมือนเดิม แต่ถ้าไม่กำจัดพระเลวๆ ชั่วๆ ออกไปผมถึงจะหมดศัทธา ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งจับพวกระยำที่แอบอ้างห่มผ้าเหลืองหากิน เขาคุกให้หมด อย่าสนใจใดๆทั้งสิ้นปราบให้หมด
– ศาสนาอยู่มาสองพันห้าร้อยหกสิบเอ็ดปีแล้วไม่ต้องไปปฏิรูปหรอกไม่ใช่เรื่องถ้าจะปฏิรูปก็ขอให้พวกที่หากินกับวัดทั้งคนทั้งพระที่อาศัยผ้าเหลืองหากินต้องมีโทษหนักห้ามลดโทษจับติดคุกยึดทรัพย์ด้วย(ขอโทษเกินสามบรรทัด)
– ผมเลื่อมใสศรัทธาพระพุทธศาสนามั่นคง การจับพระที่ทำผิดกฎหมายนั้นเป็นปัญหาส่วนบุคคล แยกแยะเป็นรายบุคคล ผิดก็ว่าไปตามผิด ถ้ามีการกลั่นแกล้งให้พระผิดก็โทษเจ้าหน้าที่และเป็นบาปกรรมของเจ้าหน้าที่เอง
– ศาสนาก็คือความเชื่อ จะเคารพ ศรัทธาหรือไม่บังคับกันไม่ได้.!!.พระผู้ใหญ่ถ้าทำผิดก็ต้องรับโทษทางกฎหมาย
– ต้องให้เข้มกว่านี้ ซะด้วยซ้ำไป สองเท่าของคนธรรมดาไปเลย เอาตรงๆ ดีซะอีก พระจะได้ระวังมากขึ้น ไม่ใช่เอาผ้าเหลืองมาหาเงิน หรือ ตั้งขบวนการทางการเมืองหาผลประโยชน์ สร้างความแตกแยก วุ่นวาย คิดจะบวชควรตั้งมั่นในการรักษาศีล
– นักการทหารกับนักการเมืองยุทธศาสตร์และยุทธวิธีมันต่างกันหลายขุม หลวงปู่ไม่ได้ปราชิกนะ
– สงสัยตรง? ประเด็น? การจับสึก…มันผิดพระธรรมวินัย? ตรงข้อไหน? ถึงสึกได้ง่ายๆ? แบบนั้น ที่สึกได้ตอนนี้? คือ? ใช้เทคนิคทางศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว? เลยต้องเข้าห้องขัง? เลยต้องโดนจับสึกไปก่อน
– ยังศรัทธาในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เช่นเดิม พระท่านก็เคยเป็นชาวบ้านธรรมดาๆ พอบวชแล้วได้ศึกษาธรรมะ บางท่านก็เข้าถึงลึกซึ้ง บางท่านก็ไม่ได้ลึกซึ้งถึงรสพระธรรม ก็เป็นเรื่องธรรดา
– วัดญี่ปุ่นต้องจ่ายภาษีเข้ารัฐและพระทุกองค์รายได้มาจากมีคนจ้างไปสวดศพและสวดในงานพิธีต่างๆ เป็นต้น รายได้พระทุกองค์เสียภาษี.คนญี่ปุ่นไม่นิยมบริจาคเงิน(เงินมันมีค่าสำหรับเรามาก).คำว่านิกายมันไม่สำคัญและแยกออกจากเงินๆทองๆไม่ได้.ทั้งนิกายไทยนิกายญี่ปุ่นเงินทั้งนั้นเข้ามาเกี่ยวข้อง
– กระบวนการพิสูจน์ความจริงยังไม่เริ่ม เเต่มีการใช้ช่องทางกฎหมาย บังคับให้พระเถระลาสิกขา
– ไม่หรอก..คนที่นับถือพุทธก็คงนับถือต่อไป ส่วนคนที่ไม่ก็คงไม่ต่อไป อย่างการกระทำในครั้งนี้มันเป็นเรื่องของคนที่ไม่นับถือส่วนหนึ่ง การจับพระอิสระเป็นการจับโดยมีหลักฐานเป็นสาธารณะประกอบชัดเจน ส่วนรูปอื่นยังเป็นข้อกล่าวหาลอยอยู่ คือ ยังมิควรถูกสึก เช่น พระพุทธะอิสระ
– หรือพระเถรชั้นผู้ใหญ่ทั้งหลาย กระทำผิดไม่เป็น พระก็คือปุถุชนคนกินข้าวเหมือนกัน ตำรวจจับพระกระทำผิดสิยิ่งจะทำให้พุทธศาสนาน่าศรัทธามากยิ่งขึ้น ดีกว่าปล่อยปละละเลย ทำให้พุทธศาสนิกชนเสื่อมศรัทธาลงไปเรื่อยๆ
– ไม่กระทบ หลักการศาสนา คือการช่วยตัวเองให้พ้นทุกข์โดยยึดคำสอนของพระพุทธเจ้า อริยสัจ 4 ร่วมด้วยปัญญาที่แท้จริงของ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ปฏิบัติธรรมฝึกจิตให้นิ่งไม่ไปยุ่งกับเรื่องกิเลสชั่วๆ ทั้งหลาย ดังนั้นการกระทำของพระที่ผิดศีล 227 ข้อ ท่านก็ไม่ควรอยู่ในพุทธศาสนาต่อไป คนเสื่อม แต่ศาสนาไม่มีวันเสื่อมเพราะเป็นความจริงในธรรม ตำรวจควรทำตามหน้าที่อย่างไม่มีอคติ
– ส่วนตัวเห็นว่า เสื่อมหนัก ไม่น่าไหว้ไม่น่าเสื่อมใส ผิดหลักธรรมคำสอน..บิดเบือน มอมเมาให้คนเชื่อเพื่อให้ได้มาซึ่งวัตถุ ยิ่งใหญ่ยิ่งสาวยิ่งเลอะเทอะ ตั้งกะสะสมรถโบราณ นิยมรถหรู เงินทอง แบ่งพรรคพวก ฝักฝ่าย สายใครสายมัน พระต้องมักน้อยสันโดษ