โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เทวดาวังล่าง-เทวดาวังบน” คำเรียกเจ้านายองค์ใด? มีที่มาอย่างไร?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 09 ส.ค. 2565 เวลา 05.50 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2565 เวลา 22.10 น.
ภาพถ่ายทางอากาศพระบรมมหาราชวัง (ภาพจากหนังสือสถาปัตยกรรมพระบรมมหาราชวัง สำนักราชเลขาธิการ พิมพ์เผยแพร่ พ.ศ. 2513)

“เทวดาวังล่าง-เทวดาวังบน” นั้น เป็นคำที่ใช้เรียกพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นกรมหลวงอิศรสุนทร และสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ ส่วนเหตุใดจึงเรียกขานเช่นนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไรนั้น

หนังสือความทรงจำของกรมหลวงบดินทรไพศาลโสภณ (สำนักพิมพ์ต้นฉบับ, พ.ศ. 2552) ต้นฉบับเป็นของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน์กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร ซึ่งมีพระราชกระแสทักท้วงของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้อธิบายไว้ (เพื่อให้ง่ายในการอ่านจึงมีการจัดย่อหน้า, เน้นตัวอักษร) ดังนี้

ว่าด้วยคําพูดของคนเก่า ๆ จะพรรณาถึงถ้อยคําของคนชั้นเก่า ๆ คือ ขุนนางและราษฎรที่เข้าใจกันประหลาด ๆ นั้นที่จะต้องเล็งเห็นความจริงควรจะใช้สืบมาก็มีบ้าง ที่ไม่มีหลักฐานไม่ควรใช้ก็มีบ้าง คือที่เรียกพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อพระองค์ท่านยังดํารงพระยศอยู่ในที่กรมหลวงอิศรสุนทรนั้นว่าเทวดาวังล่าง เรียกสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ แต่พระองค์ยังดํารงอยู่ที่กรมหลวงเสนานุรักษ์นั้นว่าเทวดาวังบน

คําที่ว่ามานี้เพื่อจะเล็งเห็นท่านทั้งสองพระองค์มีพระยศเป็นเจ้าฟ้าที่บนฟ้าก็มีแต่เทวดา จึงได้เรียกว่าเทวดาวังล่างเทวดาวังบน มีคําถามว่าที่ เจ้าฟ้าในยุคนั้นมีถึง 19 พระองค์ เหตุใดจึงเรียกเทวดาอยู่แต่สองพระองค์ก็ควรจะต้องเรียกทั่วกันไปทั้ง 19 พระองค์ จึงจะควรตอบว่าท่านสองพระองค์นี้ ในครั้งนั้นท่านดํารงพระยศเป็นพระบันฑูรใหญ่พระบัณฑูรน้อย (พระกระแส, ถ้าเช่นนั้นจะต้องพูดทําไมถึงเจ้าฟ้า จะว่าเพราะท่านรับพระบัณฑูรทั้งสองพระองค์เขาจึงเรียกว่าเทวดา มิสั้นดีกว่าฤา) ขึ้นแล้ว คนทั้งหลายจึงเพิ่งเห็นว่าเจ้าฟ้ากับเจ้าแผ่นดินเป็นคู่กัน

ถามว่า เมื่อสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสีหนาท ยังมีพระชนม์อยู่ท่านก็เป็นเจ้าฟ้า เหตุใดจึงไม่เรียกว่าเทวดาเล่า

ตอบว่าที่เรียกกันว่ากรมพระราชวังบวรคือเอานามวังมาเรียกใช้ได้เป็นอย่างหนึ่งเหมือนกัน ครั้นจะเรียกพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ว่ากรมพระราชวังพระองค์ใหญ่ กรมพระราชวังพระองค์น้อย ก็ชัดอยู่ด้วยท่านทั้ง 2 พระองค์นี้ไม่ได้เสด็จอยู่ในพระราชวังบวรฯ ท่านยังเสด็จประทับอยู่ที่วังเดิมของท่านทั้ง 2 พระองค์ (พระกระแส, ทําไมจึงไม่เรียกว่าพระบัณฑูรใหญ่ พระบัณฑูรน้อย ตามหมายรับสั่ง ซึ่งไม่เกี่ยวแก่วังและเคยใช้มาแต่โบราณเล็งเห็นอย่างไร) จึงรู้เรียกกันว่าเทวดาวังล่าง เทวดาวังบน ถ้อยคําที่กล่าวมานี้ถ้าจะใคร่ครวญดู ในความเห็นของคนทั้งหลายก็ชอบกลอยู่ แต่คําที่กราบทูลฤาคําใช้ในบาทหมายจึงว่า บัณฑูรใหญ่บัณฑูรน้อย

ซึ่งก็สอดคล้องกับ คำร่ำลืออาถรรพ์ “วังหน้า” กรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อกรมพระราชวังบวรฯ ตรัสสาปแช่งว่า

“ของใหญ่ของโตของกูดีๆ ของกูสร้าง ใครไม่ได้ช่วยเข้าทุนอุดหนุน กูสร้างขึ้นด้วยกำลังข้าเจ้าบ่าวนายของกูเอง นานไปใคร ไม่ใช่ลูกกู เข้ามาเป็นเจ้าของครอบครองขอผีสางเทวดาจงบันดาลอย่าให้มีความสุข”

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 12 กรกฎาคม 2652

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...