โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ศรีตรังโกลฟส์’ ชูศักยภาพธุรกิจผู้ผลิตถุงมือยางเบอร์ 3 ของโลก พร้อมเข้าซื้อขายใน ‘ตลท.’

MATICHON ONLINE

อัพเดต 02 ก.ค. 2563 เวลา 16.48 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2563 เวลา 20.47 น.

‘ศรีตรังโกลฟส์’ ชูศักยภาพธุรกิจผู้ผลิตถุงมือยางเบอร์3 ของโลก พร้อมเข้าซื้อขายใน ‘ตลท.’

นางสาวจริญญา จิโรจน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) หรือSTGT ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายถุงมือยางธรรมชาติและถุงมือยางไนไตรล์รายใหญ่ของโลก เปิดเผยว่า ในวันที่2 กรกฎาคม2563 บริษัทฯ ได้นำหุ้นเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยใช้ชื่อย่อ‘STGT’ และสามารถปิดการเสนอขายหุ้นไอพีโอ จำนวนทั้งสิ้น438,780,000 หุ้น หรือคิดเป็น30.7% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังเสนอขายหุ้นไอพีโอครั้งนี้ ที่ราคาเสนอขายสุดท้ายหุ้นละ34 บาท และมั่นใจว่า จากศักยภาพของบริษัทฯ ที่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายถุงมือยางรายใหญ่อันดับ3 ของโลก ผลการดำเนินงานที่เติบโตได้ดีในช่วงที่ผ่านมา และภาพรวมความต้องการใช้ถุงมือยางที่เติบโตได้ดีทั้งก่อนและหลังเกิดการระบาดของโควิด-19 จะสนับสนุนให้บริษัทฯ เป็นหุ้นที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน

นางสาวจริญญากล่าวว่า หลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทฯ วางแผนขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง จาก ณ วันที่31 มีนาคม2563 ที่มีกำลังการผลิตติดตั้งรวมประมาณ32,619 ล้านชิ้นต่อปี จากโรงงาน3 แห่ง จะขยายกำลังการผลิตติดตั้งเป็นมากกว่า50,000 ล้านชิ้นต่อปีภายในปี2567 เป็นมากกว่า70,000 ล้านชิ้นภายในปี2571 และเป็นประมาณ100,000 ล้านชิ้นต่อปีในปี2575 ตามลำดับ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการผลิตรองรับการขยายตลาดทั่วโลก นอกจากนี้มีแผนขยายตลาดใหม่ๆ ในกลุ่มประเทศที่มีโอกาสเติบโตสูง อาทิ ทวีปเอเชียแปซิฟิกแอฟริกา อเมริกาใต้ ฯลฯ ซึ่งกำลังพัฒนาระบบสาธารณสุขและสุขอนามัยและมีแนวโน้มความต้องการใช้ถุงมือยางเพิ่มขึ้น

นางสาวจริญญากล่าวว่า ส่วนภาพรวมการดำเนินงานปี2562 บริษัทฯ มีรายได้รวม12,224.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน10.3% และมีกำไรสุทธิ613.91 ล้านบาท เนื่องจากมีปริมาณการขายสินค้าเพิ่มขึ้นจากการขยายตลาดใหม่ๆ และการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส1/2563 มีรายได้รวม3,873.28 ล้านบาท เติบโต28.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ421.89 ล้านบาท เติบโต184.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

“บริษัทฯ มีเป้าหมายรักษาการเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายถุงมือยางรายใหญ่1 ใน3 ของโลก โดยเน้นเพิ่มกำลังการผลิตถุงมือยางธรรมชาติและรักษาสัดส่วนผลิตถุงมือยางไนไตรล์ที่ใช้น้ำยางสังเคราะห์เป็นวัตถุดิบที่เหมาะสม นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ภายในโรงงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิต โดยจะยึดถือการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด‘Touch of Life’ เพราะทุกสัมผัสนั้นมีความหมายต่อชีวิต และวิชั่นองค์กรที่ต้องการส่งมอบการปกป้องทุกสัมผัสด้วยความห่วงใย สู่ทุกชีวิตทั่วโลก” นางสาวจริญญากล่าว

นายวราห์ สุจริตกุล กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่าSTGT นับเป็นหุ้นไอพีโอบริษัทแรกที่เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหลังเกิดโควิด-19 และนับเป็นการเสนอขายหุ้นสามัญ ภายในประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดทุนไทยอีกด้วย โดยในช่วงที่ผ่านมาได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อย เนื่องจากเป็นบริษัทที่มีศักยภาพทางธุรกิจแข็งแกร่ง เป็นผู้ผลิตถุงมือยางชั้นนำรายใหญ่ของโลกที่มีการส่งออกสินค้าจำหน่ายกว่า140 ประเทศทั่วโลก และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยโรคระบาด เนื่องจากการสวมใส่ถุงมือยางสามารลดโอกาสติดเชื้อโรคจากการสัมผัสได้

นายวราห์กล่าวว่า นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีขีดความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ดี เนื่องจากมี บริษัทศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด(มหาชน) หรือSTA ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำยางธรรมชาติแบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของโลกเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และโรงงานตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ที่เป็นแหล่งเพาะปลูกยางพาราอีกด้วย ขณะที่ภาพรวมความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ถุงมือยางทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมา มีอัตราขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ไม่มีการระบาดของโควิด-19 สะท้อนจากการประเมินความต้องการใช้ถุงมือยางทั่วโลกในปี2562 โดยสมาคมผู้ผลิตถุงมือยางแห่งมาเลเซีย(MARGMA) อยู่ที่ประมาณ300,000 ล้านชิ้น เติบโตเฉลี่ย12.2% ต่อปี นับจากปี2559 ที่มีความต้องการใช้212,000 ล้านชิ้น จากการขยายตัวของอุตสาหกรรมทางการแพทย์และความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมต่างๆ แสดงถึงศักยภาพการเติบโตที่ดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...