โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำอย่างไรให้ไกล “เครียด”

กำลังเครียดอยู่ไหม..ปกติในช่วงแรกความเครียดมักจะยังไม่แสดงอาการทางร่างกาย แต่เป็นเรื่องจิตใจและอารมณ์มากกว่า ซึ่งเมื่อไรก็ตามที่มีอาการทางร่างกายร่วมด้วย นั่นก็หมายความว่าความเครียดของคุณอยูในเกณฑ์โคม่าแล้ว

แล้วก็อย่ามัวแต่คิดว่าเรื่องเครียดเป็นเรื่องเล็ก นิดหน่อยเดี๋ยวก็หายเด็ดขาด เพราะความเครียดทำร้ายเราได้มากกว่าที่คิด แถมยังเป็นต้นเหตุของโรคอีกหลายอย่างด้วย ฉะนั้นมาหาวิธีอยู่ให้ไกลเจ้าตัวเครียดกันดีกว่า

1. ดูแลสุขภาพอย่างดี

ทุกคนรู้ดีว่าสุขภาพสำคัญที่สุด และมีผลกับสภาพร่างกายและจิตใจแค่ไหน แต่ทั้งที่รู้ บางคนยังไม่เคยดูแลสุขภาพตัวเองเลย ปล่อยให้ร่างกายย่ำแย่ จิตใจฟุ้งซ่าน ส่งผลให้เครียดแล้วเครียดอีกแบบไม่รู้ตัว สุดท้ายก็กลายเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายขาดเสียที

 

อย่าลืมว่าทุกสิ่งทุกอย่างในร่างกายของเราเชื่อมโยงถึงกันหมด เมื่อจิตใจเกิดความเครียดก็ส่งผลไปถึงร่างกาย เพราะฉะนั้นต้องดูแลทั้งสุขภาพกายและใจให้ดี จะออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอหรืออะไรก็แล้วตาม ของพวกนี้รู้ ๆ กันดีอยู่แล้ว แค่ต้อง “ทำ” ก็เท่านั้น

2. อารมณ์ก็มีผล

นอกจากสุขภาพร่างกายและจิตใจแล้ว ภาวะทางอารมณ์ก็มีผลกับความเครียดโดยตรง แต่ใช่ว่าอารมณ์ดีแล้วจะไม่เครียดเสมอไป บางครั้งคนอารมณ์ดีก็เครียดสะสมได้เหมือนกัน แถมเป็นแบบไม่รู้ตัวเสียด้วย ส่วนคนที่อารมณ์บ่จอยบ่อย ๆ ก็ไม่ต้องพูดถึง เครียดแน่นอน เพราะอารมณ์เสียทั้งหลายแหล่เป็นจุดเริ่มต้นของความเครียดทั้งนั้น 

ใครไม่อยากเครียดต้องไม่ใช่แค่ตั้งหน้าตั้งตาทำให้อารมณ์ดีอย่างเดียว แต่ต้องสำรวจตัวเองด้วยว่ามีความเครียดแอบแฝงอยู่หรือไม่ ไม่อย่างนั้นสุดท้ายเมื่อความเครียดที่แฝงอยู่แสดงอาการขึ้นมา ก็ส่งผลทำลายล้างไม่แพ้กัน

3. หลีกเลี่ยงโลกโซเชียลเสียบ้าง

ไม่ต้องแปลกใจเลยถ้าใครจะตัดโซเชียลไม่ขาด แต่บางทีเรื่องราวบนโลกโซเชียลก็นำพาความเครียดมาได้เหมือนกัน ยิ่งถ้ามัวแต่เสพดรามา ตามเผือกแบบไม่ลดละ ความเครียดสะสมถามหาแน่นอน เพราะฉะนั้นถ้าอยากหยุดเครียดก็ลองห่าง ๆ จากโซเชียลดูบ้าง แค่ให้เวลาตัวเองมากขึ้นก็เครียดน้อยลงแล้ว

4. งานอดิเรกไร้เครียด

ลองนึกเล่น ๆ ดูก่อนว่าคุณมีงานอดิเรกอะไร บางคนนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าอะไรบ้างที่เรียกว่างานอดิเรกของตัวเอง เพราะแค่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ ก็ไม่มีเวลาไปทำอะไรแล้ว ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนั้น แต่รู้หรือไม่..การไม่มีงานอดิเรกก็ทำให้เกิดความเครียดได้เหมือนกัน เนื่องจากงานอดิเรกส่วนใหญ่มักเป็นสิ่งที่คุณชอบ และเพลิดเพลินไปกันมันได้ การได้ทำงานอดิเรก ไม่ว่าจะเป็นร้องเพลง ทำอาหาร ปลูกต้นไม้ ฯลฯ ก็เหมือนการได้ผ่อนคลายความเครียดอย่างหนึ่ง 

ดังนั้นถ้ากำลังเครียดหรือเริ่มรู้สึกถึงพลังงานความเครียดที่สะสมอยู่ แนะนำเลยว่ารีบหางานอดิเรกที่ถูกใจแล้วแบ่งเวลาให้กับสิ่งเหล่านั้นบ้าง ความเครียดจะหายไปอีกเยอะเลย

5. สมาธิสำคัญที่สุด

การทำสมาธิไม่ได้มีผลกับความเครียดอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงการทำจิตใจสงบ มีสติ และเกิดปัญญา ดังนั้นสมาธิจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด แต่ก็ทำได้ยากที่สุดด้วย อย่างที่รู้กันว่าการทำสมาธิคือการนั่งในท่าสบาย ๆ หลับตาแบบไม่ต้องบีบเปลือกตา สูดลมหายใจเข้าให้ ภาวนาคำว่า “พุท” หายใจออกเป็น “โธ” ปล่อยใจให้สบายนึกถึงพระพุทธรูปหรือพระอริยสงฆ์ที่เราเคารพก็ได้ 

การกำหนดลมหายใจ ปล่อยจิตใจให้ว่างเปล่า และทำสมาธินั้น ต้องค่อย ๆ พัฒนาไปเรื่อย ๆ และทำจนเคยชิน ทีนี้อย่าว่าแต่ความเครียดจะหายไปเลย สิ่งต่าง ๆ ที่ไม่ดีก็จะหลุดพ้นไปด้วย

ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ ล้วนเป็นตัวช่วยที่จะทำให้พวกเราห่างไกลความเครียด ซึ่งถ้าแค่พูด ใครก็พูดได้ แต่การจะทำนั้นต้องต่อสู้กับจิตใจตัวเองมากพอสมควร ซึ่งสุดท้ายแล้วก็อยู่ที่ตัวเราว่าจะจริงจังและรักตัวเองแค่ไหน