โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไขข้อข้องใจ ภาษี e-Service คืออะไร ใครต้องจ่ายบ้าง หลังมีผล 1 กันยายน 64

The Bangkok Insight

อัพเดต 02 ก.ย 2564 เวลา 18.10 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2564 เวลา 23.09 น. • The Bangkok Insight

ภาษี e-Service เริ่มบังคับใช้แล้ว 1 กันยายนที่ผ่านมา ส่งผลผู้ประกอบการออนไลน์จากต่างประเทศ ที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม มาดูกันว่าใครต้องเสียภาษีนี้กันบ้าง

ประเทศไทย ประกาศ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 53) พ.ศ. 2564 หรือ พ.ร.บ. e-Service เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 เป็นต้นไป ทำให้ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มออนไลน์จากต่างประเทศต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้กรมสรรพากร

ภาษี e-Service

ภาษี e-Service เป็นการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กับผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ (e-Service) และอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มต่าง ๆ โดยถ้ามียอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จะต้องนำส่ง VAT ให้กรมสรรพากร ซึ่งปัจจุบันคิดอัตรา 7% ของราคาค่าบริการ

การจัดเก็บภาษีดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ระหว่างผู้ประกอบการไทย กับผู้ประกอบการจากต่างประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้ประกอบการไทยต้องยื่นเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% มาตลอด ต่างจากผู้ประกอบการจากต่างประเทศ ยังไม่ถูกจัดเก็บภาษี เพราะยังไม่มีการบังคับใช้กฏหมายกับกลุ่มดังกล่าวมาก่อน

ทั้งนี้ กฏหมายดังกล่าว จึงออกมาเพื่อสร้างความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี และทำให้สามารถจัดเก็บภาษีเข้าประเทศได้เพิ่มขึ้นปีละไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท

ใครต้องเสียภาษี e-Service บ้าง

  • ธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับขายของออนไลน์ เช่น Amazon, Alibaba
  • ธุรกิจให้บริการพื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์ หรือสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook, Google
  • ธุรกิจให้บริการจองโรงแรมที่พักและการเดินทาง เช่น Agoda, Booking, Airbnb
  • ธุรกิจให้บริการเป็นตัวกลางระหว่างผู้ซื้อ-ผู้ขาย เช่น บริการเรียกรถรับ-ส่ง, ขนส่ง
  • ธุรกิจให้บริการสมาชิกดูหนัง-ฟังเพลงออนไลน์ เล่นเกม และแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น Netflix, Disney, Youtube, IQIYI, Spotify, App Store, Play Store, Zoom, Slack

เงื่อนไขผู้เสียภาษี

  • มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
  • ยังไม่ได้จดทะเบียน VAT
  • ต้องจดทะเบียนและดำเนินการทางภาษีผ่านระบบงานภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ (VAT for Electronic Service : VES) บนเว็บไซต์ของกรมสรรพากร

ล่าสุด กรมสรรพากร โพสต์เพจเฟซบุ๊ก "กรมสรรพากร : The Revenue Department" แจ้งว่า กรมสรรพากรพร้อมเก็บภาษี e-Service โดยมีผลบังคับใช้วันที่ 1 กันยายน 2564 เป็นต้นไป พร้อมให้ผู้ประกอบการต้องจดทะเบียน และดำเนินการทางภาษีผ่านระบบงานภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ (VAT for Electronic Service : VES)

𝗩𝗘𝗦 คืออะไร

VES หรือ VAT for Electronic Service เป็นระบบที่กรมสรรพากรได้จัดทำขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ e-Service จากต่างประเทศ ซึ่งสามารถทำธุรกรรมภาษีต่าง ๆ ในระบบนี้ได้ โดยสามารถจดทะเบียนผ่านระบบ VES คลิก https://bit.ly/VESregistrations

3 Step ง่ายผ่านระบบ VES

Step 1 จดทะเบียน

จดทะเบียนผ่านระบบ VES คลิก https://bit.ly/VESregistrations โดยผู้ประกอบการ ต้องจัดเตรียมเอกสารเพื่อใช้ในการจดทะเบียน หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท (ภาษาอังกฤษ) ระบุปีที่ก่อตั้ง และประเทศที่ก่อตั้ง

Step 2 ยื่นแบบ

เมื่อจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (P.P. 30.9) ทุกเดือน ตั้งแต่วันที่ 1 - 23 ของเดือนถัดไป บนระบบ VES ผ่าน www.rd.go.th

Step 3 ชำระภาษี

ชำระภาษีภายในวันที่ 1-23 ของเดือนที่ยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (P.P. 30.9) สามารถชำระภาษีได้ 2 ช่อง ได้แก่ โอนเข้าบัญชีเงินฝากของกรมสรรพากรโดยตรง หรือบัตรเครดิต

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...