โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Poppy เน็ตไอดอลชีวิตวุ่นวายผู้กลายร่างเป็นศิลปินเมทัลที่เข้าชิงแกรมมี่อวอร์ดส์

a day magazine

อัพเดต 20 มี.ค. 2564 เวลา 18.23 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. 2564 เวลา 11.16 น. • ฆฤณ ถนอมกิตติ

Moriah Rose Pereira อยากให้คุณรู้จักเธอในนามPoppy มากกว่า

เธอคือศิลปินสาวที่ล่าสุดมีชื่อเป็นหนึ่งในผู้เข้าชิงรางวัล GRAMMY Awards ในสาขาดนตรีหนักโสตประสาทอย่าง Best Metal Performance ด้วยเพลง BLOODMONEY 

แต่ก่อนหน้านี้ไม่กี่ปี ป๊อปปี้คือศิลปินหน้าใหม่ที่โด่งดังบนโลกอินเทอร์เน็ตพร้อมกับเพลงป๊อปใส ไร้พิษภัยและความหนักหน่วงใดๆ ทั้งสิ้น

อะไรระหว่างทางที่ทำให้แนวเพลงและตัวตนของเธอพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ

การจะตอบคำถามเราคงต้องย้อนไปไกลสักหน่อยเพื่อทำความรู้จักกับ Moriah Rose Pereira 

แต่ก็นั่นแหละ เราขอเรียกเธอว่าป๊อปปี้ดีกว่า

Poppy

ตัวตนปรุงแต่งจากเลือด เนื้อ และเพลง

ป๊อปปี้ปรากฏตัวครั้งแรกในโลกอินเทอร์เน็ตเมื่อปี 2014 พร้อมกับคลิป Poppy Eats Cotton Candy ที่เธอไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่นเลยนอกจากนั่งกินขนมสายไหมโดยไม่พูดไม่จาอยู่หนึ่งนาที

ความแปลกที่เคลือบไว้ด้วยความสดใสทำให้เธอเริ่มเป็นที่พูดถึงในวงแคบๆ หลายคนตั้งคำถามว่าหญิงสาวตัวเล็กผู้มีผมสีน้ำตาลเทาคนนี้คือใคร หลังจากนั้นคลิปแนวนี้ก็ปรากฏในช่องยูทูบของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ คลิปที่เพี้ยนและมีคนพูดถึงมากที่สุดคือคลิป I’m Poppy. ที่เธอออกมาพูดประโยคนี้ด้วยท่าทางต่างๆ วนลูปอยู่ 10 นาที

ปัจจุบันคลิปนี้มียอดผู้เข้าชม 26 ล้านครั้งเข้าไปแล้ว

ถึงนาทีนั้น ชื่อของเธอเริ่มเป็นที่พูดถึงในโลกอินเทอร์เน็ต เธอเริ่มมีกลุ่มแฟนที่หลงใหลในความแปลก และหลายคนก็เริ่มสืบหาอย่างจริงจังว่าหญิงสาวร่างเล็กที่พูดจาราวกับหุ่นยนต์คนนี้เป็นใคร ในระหว่างนั้นเธอก็ปล่อยคลิปของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่คลิปพูดคุยกับหุ่นลองเสื้อ (เธอตั้งชื่อหุ่นว่า Charlotte) ไปจนถึงการคัฟเวอร์เพลง และสุดท้ายเรื่องก็มาเฉลยเมื่อเจ้าของช่องปล่อยซิงเกิลเพลงของตัวเองในชื่อ Everybody Wants To Be Poppy ออกมา

ใช่ นี่คือคาแร็กเตอร์ที่เธอสร้างขึ้นในช่องทางออนไลน์ โดยออกแบบมาอย่างดีเพื่อให้คาแร็กเตอร์นี้แตกต่างจากคนอื่นจนเป็น internet star และเธอก็ทำสำเร็จ

Poppy

“ฉันไม่อยากให้ผู้คนพูดถึงตัวฉันหรือคุยกันว่าฉันอายุเท่าไหร่ ฉันอยากให้พวกเขาพูดถึงงานที่ฉันทำมากกว่า เพราะผู้คนทุกวันนี้หมกมุ่นที่จะพยายามรู้ทุกเรื่องมากเกินไปแล้ว” นี่คือคำสัมภาษณ์แรกๆ ที่ศิลปินสาวบอกกับสื่อเมื่อสปอตไลต์สาดส่องไปหาใหม่ๆ

อาจฟังดูย้อนแย้งอยู่บ้างกับศิลปินที่ทำการตลาดผ่านยูทูบ แต่นี่แหละคือสิ่งที่พวกเขาตั้งใจให้เป็น นั่นคือการจิกกัดความฟอนเฟะในโลกออนไลน์ผ่านคาแร็กเตอร์สาววัยใสที่มีกลิ่นวัฒนธรรมญี่ปุ่นเบาๆ ผสมกับเพลงที่ได้แรงบันดาลใจมาจากอนิเมะและความป๊อปแบบอเมริกัน

ทุกอย่างเหมือนจะมาถูกทาง เธอค่อยๆ ปล่อยผลงานเพลงออกมาเรื่อยๆ นับแต่นั้นตามคาแร็กเตอร์ที่ถูกวางไว้ จนกระทั่งปี 2018 ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

ป๊อปปี้เกิด ดับ และเกิดใหม่อีกครั้ง

ในช่วงเวลาที่ป๊อปปี้เป็นที่รู้จักผ่านยูทูบ ชายคนหนึ่งมักปรากฏตัวในคลิปของเธอเสมอ

ชายคนนี้มีชื่อว่า Titanic Sinclair เบื้องหลังที่เป็นดั่งมันสมองของคาแร็กเตอร์และทุกผลงานเพลงที่ปล่อยออกมา

จะบอกว่าไททานิกคือส่วนหนึ่งของความสำเร็จของเธอก็ว่าได้ แต่พอช่วงต้นปี 2018 ทั้งคู่ก็ตกเป็นข่าวดังในโลกอินเทอร์เน็ต

และตัวละครที่สามในเรื่องราวนี้ที่ชื่อ Mars Argo ก็ปรากฏตัวออกมา

อธิบายอย่างง่ายที่สุด อาร์โกคืออีกหนึ่งตัวละครที่ไททานิกเคยสร้างขึ้นร่วมกับแฟนเก่าในอดีต

ไม่ว่าจะเป็นวิธีนำเสนอตัวเอง จังหวะการพูด ท่าทาง การแต่งกาย หรือแม้กระทั่งเรื่องที่อยากสื่อสารของอาร์โกนั้นคล้ายคลึงกับป๊อปปี้แทบทุกประการ ก่อนที่ไททานิกจะขโมยคาแร็กเตอร์นั้นไปใช้ นั่นเองทำให้อาร์โกออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมจากไททานิก ว่าแท้จริงแล้วเธอมีส่วนสร้างคาแร็กเตอร์ประเภทนี้ขึ้นมาและควรได้รับส่วนแบ่งรายได้ด้วย

มหกรรมการขุดระดับโลกเกิดขึ้นนับแต่นั้น ชาวเน็ตเริ่มค้นเจอว่าแท้จริงแล้วไททานิกมีประวัติการใช้กำลังและข่มขู่อาร์โกจนนำมาสู่การเลิกรา ฝ่ายป๊อปปี้ก็ออกมาปกป้องไททานิกจนนำมาสู่การที่อาร์โกฟ้องไททานิกใหญ่โต เรื่องราวส่วนตัวของป๊อปปี้อย่างชื่อจริงก็ถูกเปิดเผยในช่วงนี้

สุดท้ายคดีความจบลงไปแบบเงียบๆ ศาลตัดสินว่าอาร์โกและป๊อปปี้เป็นคนละคาแร็กเตอร์กัน ถึงอย่างนั้นอาร์โกก็ได้ลิขสิทธิ์ในคาแร็กเตอร์ตัวเองอย่างที่เธอควรได้ ส่วนอีกฝ่ายก็ทำงานต่อไปเพียงแต่มีรอยด่างพร้อยในคาแร็กเตอร์แถมมาด้วย

แต่นั่นเองที่ทำให้เธอพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เริ่มพัฒนาคาแร็กเตอร์ตัวเองใหม่จนนำมาสู่บทบาทที่ส่งให้เธอเป็นที่รู้จักมากขึ้นไปอีก

อัลบั้ม Am I A Girl? ของป๊อปปี้ที่ปล่อยออกมาหลังจากเหตุการณ์นั้นไม่นานมีแนวเพลงที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด 

เนื้อหาในเพลงไม่สดใสเหมือนเดิม ดนตรีลดความเป็นป๊อปและเพิ่มความเป็นอิเล็กทรอนิก ผสมกับฮิปฮอปและเมทัลอย่างมีคุณภาพ เกิดเป็นแนวเพลงแขนงใหม่ที่เธอนิยามด้วยตัวเองว่า ‘Poppy Metal’ ยิ่งเมื่อจังหวะที่เธอออกอัลบั้มใหม่พอดิบพอดีกับกระแสของวง BABYMETAL จากญี่ปุ่นที่มีแนว kawaii metal การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงถือว่าถูกเวลามากๆ

ในแง่ภาพลักษณ์ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากหญิงสาวผมสีน้ำตาลเทากับพื้นหลังสีพาสเทล เธอค่อยๆ เพิ่มความหม่นให้คาแร็กเตอร์ทั้งการเน้นใช้สีขาว-ดำ ใส่เสื้อผ้าเพี้ยนๆ หรือกิริยาท่าทางแปลกๆ 

และเมื่อความไม่เข้ากันทั้งหมดมาหลอมรวมอยู่ด้วยกันแบบสุดทางอย่างนี้ เธอก็เป็นที่รู้จักในวงกว้างในฐานะศิลปินที่น่าจับตา ไม่ใช่แค่เน็ตไอดอลคนหนึ่งที่ทำเพลงอีกต่อไป

ความโหดในโหมดสีชมพู

ปัจจุบันป๊อปปี้แยกทางกับไททานิกแล้วด้วยเหตุผลที่คล้ายคลึงกับตอนที่แยกทางกับอาร์โก

แม้จะขาดคู่คิดที่ช่วยกันปลุกปั้นมาตั้งแต่ต้น แต่เมื่อเจอทางที่ถูกต้อง เธอก็เดินหน้าจนประสบความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ

จริงอยู่ที่ตอนนี้เธอยังมีภาพลักษณ์ของสาวน้อย แต่ความหนักของดนตรีเมทัลก็ค่อยๆ ถูกใส่ลงไปในเพลงมากขึ้น จนปัจจุบันสิ่งนี้แทบเรียกได้ว่าเป็นลายเซ็นของเธอ เรื่องและภาพในเพลงยุคหลังๆ ก็มีความหนัก จริงจัง รวมถึงยังเป็นกระบอกเสียงในหลายๆ ประเด็น

“เพลงของฉันตอนนี้สะท้อนถึงความต้องการที่อยากจะแผดเผาทุกอย่างให้มอดไหม้” ป๊อปปี้ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ papermag เมื่อปีที่แล้ว “สิ่งเหล่านี้มีที่มาจากประสบการณ์การทำงานในวงการดนตรีของฉันเอง ฉันอยากทำลายวัฒนธรรมที่ฉันเจอ คือการมองคนเป็นเครื่องจักรรับคำสั่ง มันไม่ถูกต้องเลยที่เราจะต้องยอมทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองฉายแแสงขึ้นมาและดับหายไปอย่างรวดเร็ว มันสำคัญจริงๆ เหรอที่คนจำคุณได้เพราะเปลือกนอกแต่ไม่มีใครสนใจสักนิดว่าสุดท้ายคุณอยากสื่อสารอะไร”

สิ่งที่เธออยากแผดเผาให้สิ้นซากถูกสื่อออกมาผ่านบทเพลงทั้งหลาย เช่น Concrete ที่พูดถึงการกลบฝังตัวตนเก่าแสนโสมมด้วยคอนกรีตหนา, Sit / Stay ที่เธออยากบอก ‘คนที่คอยสั่งให้เธอทำนั่นทำนี่’ ว่าให้อยู่เฉยๆ เถอะ หรือเพลง Fill The Crown ที่พูดถึงการเป็นตัวของตัวเองอย่างที่อยากเป็น ไม่ต้องไปสนคำครหาใดๆ

ในปีที่ผ่านมาป๊อปปี้เพิ่งเซ็นสัญญากับค่ายเพลงเมทัลเบอร์ใหญ่ในวงการอย่าง Sumerian และปล่อยอัลบั้มI Disagree ออกมา

อัลบั้มที่ว่าเป็นหลักฐานอย่างดีที่พิสูจน์คุณภาพผลงานของเธอ ทั้งดนตรีที่ไปสุดทางในสายเมทัลผ่านฝีมือของโปรดิวเซอร์ระดับเทพหลายคน ในบางเพลงเธอเลือกใช้เสียงว้าก (scream) อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน รายละเอียดของเพลงก็มากขึ้นจนได้รับเสียงชื่นชมมากมาย รวมถึงยังได้ร่วมงานกับศิลปินเมทัลเบอร์ใหญ่อีกหลายคน กระทั่งหนึ่งในเพลงจากอัลบั้มนี้เองที่ส่งเธอขึ้นเวทีใหญ่

BLOODMONEY คือแทร็กที่สามในอัลบั้มI Disagree ที่ตั้งคำถามกับความเชื่อของศาสนาคริสต์โดยตรง เธอเลือกนำเสนอมันออกมาผ่านการจิกกัดแบบที่คุ้นเคย ในเอ็มวีนี้เธอแต่งชุดสีขาวบริสุทธิ์ไล่หวดคนอื่นที่ใส่ชุดสีดำด้วยไม้หน้าสาม พร้อมกับตอนจบที่สถาปนาตัวเองเป็นพระเจ้า ประเด็นแสบสันและงานภาพที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้ BLOODMONEY เข้าชิงรางวัล GRAMMY Awards ปีล่าสุดในสาขา Best Metal Performance

แม้สุดท้ายป๊อปปี้จะชวดรางวัลไป แต่การได้เข้าชิงรางวัลก็ทำให้เธอมีโอกาสได้ขึ้นแสดงสดต่อหน้าสายตาคนทั้งโลก ยิ่งถ้านึกย้อนไปถึงคาแร็กเตอร์สาวน้อยใสๆ เมื่อ 6 ปีก่อนยิ่งถือว่าเธอเดินทางมาไกลมาก และเส้นทางก็ยังไม่จบเสียด้วย

ถึงในอนาคตเราจะไม่รู้ว่าเธอจะเปลี่ยนแนวเพลงอีกไหม แต่ใจความหลักที่ทำให้เราอยากติดตามเธอต่อไปส่วนหนึ่งเป็นเพราะสิ่งที่เธอให้สัมภาษณ์ไว้กับเว็บไซต์Alternative Press

“ตอนนี้ฉันอยากยืนยันที่จะเป็นตัวเอง มันอาจฟังดูขำขันอยู่บ้างนะที่สิ่งเหล่านี้มาจากเสียงเล็กๆ นุ่มๆ ของฉัน แต่ฉันคิดว่าจริงๆ แล้วอาวุธของฉันคือความคิดในหัวนี่ต่างหาก”

Poppy

แหล่งที่มาและภาพ

iampoppy.com

papermag.com

poppy.fandom.com

racked.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...