โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"สยามเวลเนส" ไม่หวั่นวิกฤต (ขอ) ประคองธุรกิจ... รอจังหวะฟื้น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 เม.ย. 2563 เวลา 08.09 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2563 เวลา 08.09 น.
วิบูล อุตสาหจิต และ ณรัล วิวรรธนไกร

ท่ามกลางวิกฤต “สยามเวลเนส” หรือ SPA หนึ่งในผู้ให้บริการสปารายใหญ่ มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย หนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ถูกปิดกิจการชั่วคราวตามประกาศควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาล

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “วิบูลย์ อุตสาหจิต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ “ณรัล วิวรรธนไกร” กรรมการบริหาร บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ปจำกัด (มหาชน) หรือ SPA ถึงผลกระทบและแนวทางการทำงานหลังปิดกิจการทั่วประเทศ ไว้ดังนี้

ปิดชั่วคราวดีกว่าทนเปิดต่อ

“วิบูลย์” บอกว่า จากมาตรการคำสั่งปิดกิจการของสถานประกอบการในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ครอบคลุมถึงสปา ร้านนวดแผนไทย และบริการอื่น ๆ อีกหลายประเภท ทำให้บริการทุกประเภทและทุกสาขาในกรุงเทพฯ และในประเทศไทยของ SPA ต้องปิดลงชั่วคราวนั้นเป็นผลดีกับ SPA มากกว่า เพราะสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมาก็เหมือนกับการปิดตัวลงโดยไม่ประกาศอยู่แล้ว เนื่องจากจำนวนผู้ใช้บริการที่ลดน้อยลงเรื่อย ๆ นักท่องเที่ยวต่างชาติก็งดการเดินทางและคนไทยก็เริ่มหลีกเลี่ยงแหล่งชุมชน

ดังนั้น การประกาศปิดชั่วคราวอย่างเป็นทางการ จึงดีกว่าในแง่ที่ว่าบริษัทสามารถรักษาต้นทุนค่าใช้จ่ายและชัดเจนกับการบริหารงาน ทำให้เจ้าของพื้นที่หลายแห่งปรับลดหรือยกเว้นค่าเช่า ส่วนพนักงานและบุคลากรประจำสาขาขณะนี้ให้หยุดงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างไปก่อนเป็นการชั่วคราว

โดยพนักงานประจำของบริษัทจะสามารถขอเงินชดเชยจากประกันสังคมได้ตามนโยบาย รวมถึงสามารถนำเอาวันหยุดพักร้อน วันหยุดสะสม และวันหยุดชดเชยมาใช้ก่อนจนกว่าจะหมด และต้องหยุดโดยไม่รับเงินเดือน

ประคองธุรกิจรอจังหวะฟื้น

“วิบูลย์” บอกด้วยว่า ที่ผ่านมา SPA ได้เสนอความเห็นเรื่องการปิดกิจการชั่วคราวไปบ้าง โดยหวังว่าจะช่วยให้บริษัทรอดพ้นจากวิกฤต แม้จะยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทมากน้อยแค่ไหน แต่บริษัทก็จะพยายามรักษาผลประกอบการให้ใกล้เคียงกับปีก่อนมากที่สุด โดยในขณะนี้ก็ยังคงเปิดให้บริการขายสินค้าผ่านทางออนไลน์อยู่

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เป็นเวลาที่หลายชาติในเอเชีย รวมถึงจีนกำลังค่อย ๆ ฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ดังนั้นจึงเป็นเวลาที่เรารอคอยข่าวดีจากประเทศไทย เพราะถ้าหากเราสามารถยุติการแพร่ระบาดของไวรัสและฟื้นคืนได้ในเวลาใกล้เคียงกันกับตลาดท่องเที่ยวหลักเหล่านี้ น่าจะทำให้นักท่องเที่ยวเอเชียหลายชาติเลือกเดินทางกลับมาท่องเที่ยวในประเทศไทยก่อนเป็นจุดหมายปลายทางแรก ๆ โดยเฉพาะจีนที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน

“ล่าสุดเราได้ข่าวว่าซีทริป บริษัทขายสินค้าและบริการทางด้านการท่องเที่ยวรายใหญ่ของจีนเปิดให้บริการแล้ว โดยชาวจีนสามารถจองสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวภายในประเทศได้ตั้งแต่เมษายนนี้เป็นต้นไป จึงมองว่าในอนาคตนักท่องเที่ยวจีนจะเริ่มออกท่องเที่ยว

นอกประเทศได้ในเวลาอันใกล้ เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ที่เป็นตลาดหลักของ SPA เช่นกัน จึงขึ้นอยู่ที่ไทยว่าจะพร้อมให้นักท่องเที่ยวเดินทางอีกครั้งเมื่อไร”

ปี”62 รายได้รวม 1.34 พันล้าน

“วิบูลย์” ยังบอกอีกว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา แม้ธุรกิจสปาจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง แต่กิจการของ SPA ได้รับผลกระทบน้อยกว่าสปาอื่น ๆ ในตลาด เพราะมีผู้ใช้บริการเป็นนักท่องเที่ยวอิสระและคนไทยในสัดส่วนที่มากกว่านักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์ที่หายไปเลยทันที แต่เริ่มได้รับผลกระทบมากขึ้นในช่วงเวลาที่คนไทยเริ่มชะลอการใช้จ่าย ประกอบกับการยกเลิกวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง ที่ทำให้นักท่องเที่ยวอิสระเดินทางเข้ามายากขึ้นเรื่อย ๆ

ขณะที่ “ณรัล วิวรรธนไกร” กรรมการบริหาร บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPA เสริมว่า ในปี 2562 รายได้สุทธิจากการดำเนินงานของ SPA อยู่ที่ 1,383.69 ล้านบาท เติบโต 26% และมีกำไรสุทธิ 245.47 ล้านบาท เติบโต 19% จากปี 2561 โดยมีการเปิดสาขาใหม่ในประเทศทั้งสิ้น 10 สาขา

“แม้ในปีที่ผ่านมาการท่องเที่ยวไทยจะถูกกระทบจากอัตราค่าเงินบาทที่ค่อนข้างแข็งค่า ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่เริ่มกลับมาเป็นบวกในเดือนกรกฎาคม จึงทำให้ไตรมาส 3-4 ดีตามคาด”

ตั้งเป้าโต 20% ต่อปี

ปัจจุบันสัดส่วนผู้ใช้บริการสปาในเครือประกอบด้วย ชาวจีน (รวมฮ่องกง และไต้หวัน) 55%, ไทย 25%, เกาหลี และญี่ปุ่น 10% ส่วนที่เหลืออีก 10% เป็นผู้ใช้บริการอื่น ๆ โดยมีแบรนด์เรือธง คือ เล็ทส์รีแล็กซ์ (Let”s Relax) สปาระดับ 4 ดาว ที่ถือครองสัดส่วนรายได้กว่า 89% ของบริษัท ตามมาด้วยบ้านสวน มาสสาจ 6%, ระรินจินดา 4% และอื่น ๆ อีก 1%

โดยบริษัทตั้งเป้ารักษาอัตราการเติบโตของรายได้อย่างน้อย 20% ต่อปี ขยายสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ตั้งเป้าเป็นจำนวน 10 สาขาเหมือนก่อนหน้านี้ เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีโมเดลธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น พร้อมเพิ่มยอดการใช้บริการสาขาเดิมและเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อหัวของลูกค้าขึ้นอีก โดยบริษัทเล็งเห็นว่าการเปิดให้บริการสปาในโรงแรมเป็นโมเดลที่น่าสนใจ เนื่องจากลงทุนต่ำและทำได้เร็ว

เตรียมเปิดแบรนด์ใหม่ Q4

นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมที่จะเปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้แบรนด์ Let’s Relax Lifestyle อย่างไม่เป็นทางการ ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ โดยเริ่มต้นด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงมือ หรือแฮนด์โลชั่น 2 สูตร โดยจะเริ่มต้นขายมาร์เก็ตเพลซชั้นนำของประเทศไทย อาทิ ลาซาด้า ช้อปปี้ ฯลฯ

“ตอนนี้เรามีเป้าหมายที่จะขยับจาก mai เข้าสู่ SET โดยมีความ

พร้อมครบทุกด้านแล้ว ขาดแต่เพียงทุนจดทะเบียนของบริษัทที่ไม่ถึงหลักเกณฑ์ที่ SET ตั้งไว้ที่ 300 ล้าน แต่สปามีทุนจดทะเบียนราว 160 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนหลักเกณฑ์อื่น ๆ ไม่มีปัญหา ถือว่ามีความพร้อมอย่างเต็มที่”

ส่วนแผนการลงทุนที่บริษัทได้วางแผนไว้นั้น “ณรัล” อธิบายว่าจะทำในปี 2563 นี้ ได้เดินหน้าไปแล้วบางส่วน คือ การเปิดให้บริการสปา 2 สาขา ได้แก่ บ้านสวนมาสสาจ รามอินทรา 62 และเล็ทส์ รีแล็กซ์ สปา สุขุมวิท ส่วนโครงการอื่นที่อยู่ในแผนอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ว่าจะเข้าสู่เฟส 3-4 หรือไม่ โดยอาจจะมีการเจรจากับเจ้าของที่ดินเพื่อเลื่อนการเปิดบริการเช่นกัน

ไม่เพียงเท่านี้ SPA ยังมองหาโอกาสในการเข้าซื้อและควบรวมกิจการกับกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเวลเนสที่บริษัทถนัด เช่นเดียวกับการขยายสาขาในต่างประเทศที่ปัจจุบันทำรายได้ไม่ถึง 1% แม้บริษัทจะมีสาขาแฟรนไชส์ตั้งอยู่ในจีน กัมพูชา และเมียนมา แต่ในอนาคตบริษัทจะขยายการให้บริการไปในพื้นที่เหล่านี้มากขึ้นต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...