โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

'ซุปเปอร์ซาร่า' ร้องขอคืนรถ NGV หลังศาลพิพากษา 'ฟอร์มดี' ถูกต้อง วอนขอความเห็นใจหลังตกเป็นจำเลยสังคมมา 3 ปี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 ก.พ. 2564 เวลา 09.17 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. 2564 เวลา 09.07 น.

“ซุปเปอร์ซาร่า” ร้องขอคืนรถ NGV หลังศาลพิพากษา “ฟอร์มดี” ถูกต้อง วอนขอความเห็นใจหลังตกเป็นจำเลยสังคมมา 3 ปี

นายจินดาสร แสงฤทธิ์ กรรมการบริหาร บริษัทซุปเปอร์ซาร่า จำกัด กล่าวว่า ตามที่บริษัท เป็นโจทก์ฟ้องผู้บริหารกรมศุลกากรกับพวกรวม 7 คน ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กรณีการนำเข้ารถยนต์โดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) ซึ่งมีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าอาเซียน (FORM D) โดยบริษัทได้นำเข้ารถเมล์เอ็นจีวี ชุดแรก จำนวน 99 คัน โดยนำเข้ามายังท่าเรือแหลมฉบัง เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 และผู้ประกอบการได้ยื่นหนังสือ (FORM D) ต่อเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ท่าเรือแหลมฉบัง แต่ปรากฎมีความล่าช้าในการตรวจปล่อยสินค้า ทางผู้นำเข้าจึงยื่นหนังสือไปยังอธิบดีกรมศุลกากร เพื่อวางประกันภาษีในการตรวจปล่อยรถยนต์ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 แต่ภายหลังเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรไม่รับเงื่อนไขที่ทางบริษัทเสนอ และมีการแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 27 และ 99 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 พร้อมให้บริษัทวางประกันค่าภาษีสองเท่า เพื่อนำรถออกจากอารักขาของกรมศุลกากร

นายจินดาสรกล่าวอีกว่า ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้มีคำพิพากษา ตามคดีหมายเลขดำที่ อท.92/2560 และคดีหมายเลขแดงที่ อท.147/2560 เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563 ให้โจทย์เป็นผู้ชนะคดี โดยมีการสั่งจำคุกเจ้าหน้าที่ 3 ราย ที่ใข้อำนาจสั่งการโดยมิชอบรายละ 3 ปี และหลังจากศาลมีคำพิพากษา ทางบริษัทได้มีการยื่นหนังสือไปยังอธิบดีกรมศุลกากร เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563 เพื่อขอรับรถคืนตามคำพิพากษาของศาลที่ได้วินิจฉัยว่า “รถยนต์โดยสารที่พิพาทนั้นยังคงได้ถิ่นกำเนิดสินค้าเป็นประเทศมาเลเซีย ตามหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า คดีปราศจากพยานหลักฐานว่า บริษัทผู้นำเข้าสินค้ารถยนต์โดยสาร ได้รับหลักฐานรับรองถิ่นกำเนิดจากประเทศมาเลเซียไม่ถูกต้อง หรือมีการฉ้อฉลแต่อย่างใด ฉะนั้น ข้อกล่าหาว่าทางบริษัทกระทำความผิด ฐานสำแดงเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงอากร จึงไม่เป็นความผิดแต่อย่างใด……” แต่ปรากฏว่าทางกรมศุลกากรยังมีการเพิกเฉยต่อหนังสือที่ทางบริษัทได้มีการส่งทวงถามเพื่อขอรับรถคืน บริษัทจึงมีการส่งหนังสือไปยังกรมศุลกากรอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อใช้สิทธิในการขอรับรถคืนตามกฎหมายและตามคำพิพากษาของศาล แต่ทางกรมศุลกากรยังคงเพิกเฉย

“ที่ผ่านมาแม้ศาลจะมีคำพิพากษาอย่างชัดเจน แต่มีเจ้าหน้าที่บางรายพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงในการให้ข่าวว่ากรมศุลกากรชนะคดี จึงเป็นการแสดงถึงเจตนาในการบิดเบือนข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้นจนวินาทีสุดท้าย ส่งผลให้บริษัทได้รับความเสียหาย เนื่องจากกรมศุลกากรสั่งอายัดรถแต่เก็บไว้ที่ท่าเรือเอกชน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายแพงมากและยังต้องจ่ายจนกว่าบริษัทจะชำระค่าเช่าและนำรถออก ทางบริษัทจึงขอความเห็นใจมายังภาครัฐ เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบริษัทจะมีใครมารับผิดชอบ” นายจินดาสรกล่าวและว่า อย่างไรก็ตามแม้บริษัทจะได้รับรถคืน แต่สภาพรถที่จอดตากแดดตากฝนเป็นเวลากว่า 3 ปี ทั้งสภาพรถที่ขึ้นสนิมเนื่องจากอยู่ใกล้ทะเล และไม่ได้มีการขับเคลื่อนเป็นเวลานานย่อมก่อเกิดสนิมในส่วนของอุปกรณ์ขับเคลื่อน เวลารีสตาร์ทใหม่สนิมดังกล่าวจะทำให้ลูกสูบเครื่องยนต์เสียหาย ทั้งนี้ยังไม่นับรวม ยาง กระทะล้อ เพลาขับ แบตเตอรี่ หรืออุปกรณ์ต่างที่จะเสียหายจากการไม่ใช้งานและจอดอยู่ใกล้ทะเล จากบริษัทประเมินจากสภาพรถดังกล่าวการซ่อมบำรุงเพื่อปรับปรุงสภาพจะต้องใช้เงินจำนวนไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านบาทต่อคัน ที่สำคัญคู่ค้าที่สั่งซื้อรถเมล์เอ็นจีวีดังกล่าวได้มีการยกเลิกสัญญาเรียบร้อยแล้ว ไม่รู้จะไปขายใคร

นายจินดาสรกล่าวด้วยว่า เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษเจ้าหน้าที่ ที่ใช้อำนาจในการกลั่นแกล้งกักรถบริษัทจนเกิดความเสียหายแล้ว ดังนั้นกรมศุลกาการควรปล่อยรถให้บริษัทโดยปราศจากข้อโต้แย้ง อันเนื่องจากรถไม่ใช่ของกลางในการกระทำความผิด และบริษัทยังคงได้ถิ่นกำเนิดสินค้าเป็นประเทศมาเลเซียตามคำวินิจฉัยของศาล และในมุมของบริษัทถึงแม้จะชนะคดีแต่ก็ถือว่าพ่ายแพ้อยู่ดี เพราะมิอาจประเมินมูลค่าความเสียหายได้ และที่สำคัญได้ตกเป็นจำเลยของสังคมมาตลอดระยะเวลา 3 ปี ซึ่งวันนี้ได้พิสูจน์แล้วว่า บริษัทซุปเปอร์ซาร่าและตนเป็นผู้บริสุทธิ์ถูกกลั่นแกล้งมาตลอดได้รับความเสียหายอย่างใหญ่หลวง อย่างไรก็ดีตนไม่คิดที่จะเอาโทษหรือเอาผิดข้าราชการรายใดให้ต้องรับโทษติดคุกติดตาราง แต่อยากขอร้องกรมศุลกากรให้ส่งมอบรถ 99 คันคืน เพื่อจะได้ลดความเดือดร้อน โดยเฉพาะค่าเช่าที่จอดรถที่ท่าเรือแหลมฉบังเดือนละร่วมล้านบาท ขอให้จบกันแค่นี้ จะได้ไม่มีคดีลูกฟ้องร้องกันอีกต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...