โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"เจ้าสัวคีรี" จ่อบินถกธุรกิจเบตง หลังไปนราธิวาสสนใจลงทุนชายแดนใต้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 ก.พ. 2565 เวลา 02.32 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. 2565 เวลา 07.04 น.

เจ้าสัวแสนล้าน “คีรี กาญจนพาสน์” บินตรง อ.เบตง จ.ยะลา ปลายสัปดาห์นี้ หารือโอกาส-ศักยภาพเศรษฐกิจการลงทุนพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังบินไปคุยกับกลุ่มนักธุรกิจที่จังหวัดนราธิวาสเมื่อกลางเดือนมกราคม 2565 ทำนักธุรกิจชายแดนใต้คึกคัก ด้านหอการค้า จ.นราธิวาส หวังดึงโครงการลงทุนขนาดใหญ่ พัฒนาจังหวัดสร้างงาน สร้างรายได้ เศรษฐกิจดีขึ้นช่วยลดความรุนแรงในพื้นที่ลงได้

ดร.นิเมธ พรหมพยัต ประธานหอการค้าจังหวัดนราธิวาส และอดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในเร็ว ๆ นี้ นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด หรือ BTS เตรียมจะเดินทางไปที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เพื่อพบหารือนักธุรกิจในพื้นที่ถึงศักยภาพของเมืองเบตง

ซึ่งปัจจุบันสามารถเปิดให้บริการสนามบินแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 ได้เดินมาจังหวัดนราธิวาสด้วยเครื่องบินส่วนตัวเป็นครั้งแรก และได้ร่วมพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกลุ่มนักธุรกิจชายแดนภาคใต้เกี่ยวกับภาวะธุรกิจเศรษฐกิจการค้าการลงทุน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โอกาสและศักยภาพเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้

“เป็นโอกาสอันดีที่นายคีรี นักธุรกิจเจ้าของโครงการระดับหลายแสนล้านบาทให้ความสนใจจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนายคีรี กล่าวว่า สภาพทั่วไปของจังหวัดนราธิวาสดีมาก แล้ว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกับถามว่า มีแนวทางที่น่าจะทำการลงทุนอะไรบ้าง ผมจึงได้พรีเซนต์ โดยยกตัวอย่างที่ บมจ.เบียร์สิงห์ไปสร้างอาณาจักรที่ จ.เชียงราย นายบัณฑูร ล่ำซำ อดีตนายธนาคารใหญ่ก็ไปสร้างอาณาจักรที่ จ.น่าน

ส่งผลให้บรรยากาศการค้าการท่องเที่ยวที่ดีขึ้นตามลำดับ ผมเสนอให้นายคีรีนำเงินมาลงทุนโครงการที่จังหวัดนราธิวาสแล้วแต่จะพิจารณาความเหมาะสม พร้อมนำเสนอรูปแบบในสมัยที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี สมัยนั้นผมเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

เช่น โครงการโรงงานอุตสาหกรรม 1 อำเภอ 1 โรงงาน หากลงทุนโรงงานละ 100 ล้านบาท สร้างปีละ 1 แห่ง หลายปีได้หลายโรงงาน โดยการตั้งโรงงานพิจารณาให้ตรงกับบริบทของพื้นที่ เช่น ที่ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส มีพืชผลไม้ทั่วไปปริมาณมาก ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมแปรูปผลไม้กระป๋อง และ อ.แว้ง เป็นเมืองยางพารา สร้างโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปยางพารา และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์

เช่น ถุงมือยาง ล้อยาง ส่วน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เป็นเมืองการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย ติดกับรัฐกลันตัน เป็นต้น หากทำได้จะเป็นการสร้างงาน สร้างเงิน สร้างเศรษฐกิจภาพรวมของพื้นที่และประเทศจะดีขึ้น และเมื่อคนมีงานทำ มีรายได้ ปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยจะคลี่คลาย ความเป็นอยู่จะดีขึ้นตามลำดับ”

ดร.นิเมธกล่าวต่อไปว่า เมื่อนักลงทุนเล็งเห็นว่ากิจการใดเกิดประสิทธิภาพมีผลประกอบการที่ดีมีผลกำไร นักลงทุนก็เข้าซื้อกิจการ และการลงทุนอื่นจะตามมา อย่างไรก็ตาม การลงทุนต่าง ๆ รัฐบาลอาจจะต้องนำร่องก่อนเมื่อเห็นผลประกอบการที่ดีผู้ประกอบการเอกชนรายต่าง ๆ จะลงทุนตามมา หากให้ภาคเอกชนลงทุนก่อน คงไม่มีรายใดที่จะเสี่ยง

ดร.นิเมธกล่าวถึงภาพรวม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ว่า แต่ละจังหวัดมีจุดเด่นแตกต่างกัน เช่น จ.ปัตตานี มีจุดเด่นทางเศรษฐกิจการค้าการลงทุนเป็นเมืองอุตสาหกรรมอาหารทะเล ท่าเรือ มีการประกอบธุรกิจประมงขนาดใหญ่ระดับประเทศ

ส่วน จ.ยะลา มีแหล่งการค้าการท่องเที่ยวที่สำคัญ โดยเฉพาะ อ.เบตง มีสนามบินเพิ่งเริ่มให้บริการระหว่างเบตง-กรุงเทพฯ ส่วน จ.ยะลา เป็นแหล่งพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ ทุเรียน ฯลฯ สำหรับ จ.นราธิวาส เป็นเมืองชายแดนไทย-มาเลเซีย สามารถพัฒนาเศรษฐกิจการค้าการท่องเที่ยว และ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ติดกับรัฐกลันตันและรัฐตรังกานู ประเทศมาเลเซีย เป็นแหล่งยางพาราขนาดใหญ่ พร้อมพืชเกษตรทั่วไป ที่จะทำโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับยางพาราได้

ดร.นิเมธกล่าวต่อไปว่า แต่ขณะนี้สถานการณ์เศรษฐกิจยังซบเซา ทั้งสถานการณ์โควิด-19 ยังแพร่ระบาด ประกอบกับสถานการณ์ความไม่สงบเรียบร้อย และยังถูกซ้ำเติมโดยโรคระบาดยางพาราใบร่วงและในปีนี้หนักกว่าทุกปี ซึ่งมีประมาณ 700,000 ไร่ที่ถูกโรคระบาด ส่งผลให้รายได้หดหายไปเป็นจำนวนมาก ในพื้นที่มีการประกาศหยุดกิจการ ประกาศขายบ้านขายกิจการกันไปทั่ว

สำหรับ จ.นราธิวาส เมืองเศรษฐกิจการค้าการลงทุนที่สำคัญที่สุด คือ การค้าชายแดน อ.สุไหงโก-ลก แนวพรมแดนไทย-มาเลเซีย กับรัฐกลันตัน ฯลฯ แต่ประเทศมาเลเซียยังไม่ประกาศเปิดด่านแนวพรมแดน อ.สุไหงโก-ลก กับรัฐกลันตัน แต่รับทราบว่านายกรัฐมนตรีมาเลเซียจะเปิดด่านประมาณวันที่ 1 มีนาคม 2565

“หากเปิดด่านพรมแดนไทย-มาเลเซีย ได้เศรษฐกิจการค้าก็คงจะดีขึ้น ถึงแม้วันนี้นำเข้า-ส่งออกเฉพาะสินค้าได้ แต่ผู้คนเดินทางข้ามไปมากันไม่ได้ ตอนนี้ทางฝั่งชายแดนประเทศมาเลเซียเองเศรษฐกิจก็ไม่ต่างกันกับบ้านเรากว่าจะฟื้นใหม่ต้องใช้เวลา” ดร.นิเมธกล่าว

กระทรวงพาณิชย์ระบุตัวเลขการค้าชายแดนกับ 4 ประเทศ (มาเลเซีย กัมพูชา เมียนมา และ สปป.ลาว) เดือนธันวาคม 2564 มีมูลค่าการค้ารวม 87,682 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 24.26% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 55,469 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 30.64% และการนำเข้ามูลค่า 32,213 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 14.62% โดยมาเลเซียยังคงเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของไทยต่อเนื่องจากเดือนที่ผ่านมา

สำหรับการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย มูลค่าส่งออก 17,223 ล้านบาท ขยายตัว 24.84% สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ 2,364 ล้านบาท ขยายตัว 20.26% ยางพารา 2,309 ล้านบาท ขยายตัว 9.79% และรถยนต์ อุปกรณ์ 1,145 ล้านบาท หดตัว 12.17% 2) กัมพูชา มูลค่าส่งออก 13,151 ล้านบาท ขยายตัว 27.26% สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ รถยนต์นั่ง 1,748 ล้านบาท ขยายตัว 111.26% เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ 1,029 ล้านบาท ขยายตัว 4.19% รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ 523.50 ล้านบาท ขยายตัว 17.51%

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...