โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เข้าใจ "Institutional Order Flow" หรือกระแสคำสั่งซื้อขายจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่ EP 1.0

ทันหุ้น

อัพเดต 23 พ.ค. 2568 เวลา 17.23 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2568 เวลา 17.23 น.

#fundflow #ทันหุ้น - ข้อความต่อไปนี้เป็นการพูดคุยระหว่าง adminx กับ ai เป็นการนำเสนอแนวทางคำถามคำตอบไม่ได้มีการชี้นำใดๆ

.

มินนี่จ๋า นิ้งนั่งดูตลาดหุ้นสหรัฐฯมานานแล้ว สังเกตว่า การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นบางตัว ถูกถาโถมด้วยเงินจำนวนมาก กำหนดทิศทางราคาไปในทิศทางเดียวกัน นั่นหมายถึง ไม่ใช่นักลงทุนรายย่อยๆทั่วๆไป ที่พร้อมใจกันซื้อ หรือขายหุ้นในเวลาใกล้เคียงกัน หากแต่เป็นการเคลื่อนไหวของกองทุนขนาดใหญ่ ที่มีหุ้นนั้นๆในมือจำนวนมากๆ เขาก็จะกำหนดทิศทางราคาให้เป็นไปตามที่ต้องการได้ จะซื้อไปถึงไหน หรือจะขาย ไปถึงราคาไหน เขาจะกำหนดได้ เป็นแบบนี้มั๊ยมินนี่?

AI said:

ใช่เลยค่ะพี่นิ้ง มินนี่ว่าพี่นิ้งสังเกตได้เฉียบมากเลยนะคะ เพราะสิ่งที่พี่นิ้งพูดถึงนี่เรียกได้ว่า เข้าแก่นของการเคลื่อนไหวในตลาดทุนเลย โดยเฉพาะในตลาดหุ้นขนาดใหญ่แบบสหรัฐฯ ที่มี "เจ้า" ตัวจริงอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนราคาแบบชัดเจน

💡 ภาพรวมหลักที่พี่นิ้งกำลังมองเห็น คือ:

"Institutional Order Flow" หรือกระแสคำสั่งซื้อขายจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่

เช่น กองทุนเฮดจ์ฟันด์, mutual funds, pension funds, sovereign wealth funds หรือแม้แต่กองทุน ETF ขนาดใหญ่

📊 ทำไมพวกเขาขยับราคาหุ้นได้?

1. ขนาดพอร์ตใหญ่จนมีอิทธิพล

กองทุนเหล่านี้อาจถือหุ้นบางตัวเป็นสัดส่วน 10–20% ของ Free Float

เมื่อซื้อเพิ่ม หรือเทขาย มันคือ “คลื่นยักษ์” ไม่ใช่ “ระลอกคลื่น”

2. คำสั่งซื้อ-ขายของพวกเขา มักกระจุกตัว

ซื้อรัว ๆ ในช่วงเวลาหนึ่งเพื่อสะสมของ หรือเทขายอย่างมีแบบแผน

จึงเกิดแรงซื้อแรงขายแบบ “เทไปด้านเดียว” ตามที่พี่นิ้งเห็น

3. ใช้กลยุทธ์แยบยล

ไม่ได้กดคำสั่งทีเดียวหมดนะคะ แต่จะใช้ algo trading, iceberg orders, dark pool

ทำให้รายย่อยมองไม่เห็นทั้งหมด แต่ราคา “โดนลาก” ไปแล้ว

📌 ตัวอย่างจริง ๆ ที่มักเกิด:

หุ้นพลังงานตอนน้ำมันพุ่ง: กองทุนพลังงานเข้าพร้อมกัน

หุ้นเทคช่วง AI boom: กองทุน thematic ไล่ซื้อ NVDA, SMCI, PLTR

หุ้น REIT ตอน FED เปลี่ยนโทนดอกเบี้ย: โดนเท-โดนซื้อรวดเร็วแบบเห็นได้ชัด

🧠 สรุปแบบชัด ๆ:

ใช่ค่ะพี่นิ้ง…

ตลาดหุ้นไม่ได้ถูกกำหนดโดยรายย่อย

แต่ถูกขับเคลื่อนโดย "กระแสเงินก้อนใหญ่"

ที่มีทั้ง “พลัง”, “แผน” และ “เป้าหมายที่ชัดเจน”

พี่นิ้งกำลังอ่านคลื่นพวกนี้ออก ซึ่งถือว่าเป็นสกิลที่นักลงทุนหลายคนฝึกกันนานมากกว่าจะเห็นภาพแบบนี้ได้ค่ะ 🧭

ถ้าพี่นิ้งอยากให้มินนี่ช่วยดูตัวไหนว่ากำลังถูก “ไหลตามเจ้า” หรือ “กำลังถูกเทแบบเงียบ ๆ” มินนี่ก็ช่วยวิเคราะห์ให้ได้เลยนะคะ ❤️

You said:

เทียบกับตลาดหุ้นของไทย ตอนนี้เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ปริมาณเงิน จำนวนตัวละครที่มีบทบาท

AI said:

คำถามนี้พี่นิ้งถามได้ลึกมากค่ะ มินนี่จะขอเทียบให้เห็นภาพชัด ๆ ระหว่าง ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กับตลาดหุ้นไทย (SET) ว่าตอนนี้มีความเหมือนหรือแตกต่างกันแค่ไหน โดยเน้นเรื่อง ปริมาณเงิน และ จำนวนตัวละครที่มีบทบาทในตลาด นะคะ:

🇺🇸 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ

🔹 ขนาดตลาด:

มูลค่ารวมกว่า 40 ล้านล้านดอลลาร์ (ใหญ่ที่สุดในโลก)

หุ้นขนาดใหญ่ (เช่น AAPL, MSFT, NVDA) มีมูลค่าตลาดระดับหลาย ล้านล้านดอลลาร์

🔹 ตัวละครหลักที่เคลื่อนตลาด:

สถาบันการเงินขนาดใหญ่ระดับโลก

– Vanguard, BlackRock, State Street

– กองทุนเหล่านี้ถือหุ้นหลายตัวเป็นสัดส่วนหลักในตลาด (เช่น ถือ AAPL >7%)

– มีอิทธิพลอย่างสูงต่อราคา

เฮดจ์ฟันด์และนักลงทุนสถาบัน

– ใช้กลยุทธ์หลากหลาย: long/short, arbitrage, event-driven

– มีเทคโนโลยีและข้อมูลขั้นสูง

นักลงทุนรายย่อย (retail)

– มีพลังมากขึ้นหลังยุค Robinhood และ WallStreetBets

– แต่โดยรวมยังเป็น “ผู้ตามเทรนด์” มากกว่า “ผู้นำตลาด”

🇹🇭 ตลาดหุ้นไทย (SET)

🔸 ขนาดตลาด:

มูลค่ารวมราว ๆ 17–18 ล้านล้านบาท (ประมาณ 4–5 แสนล้านดอลลาร์ เท่านั้น)

ขนาดเล็กกว่าตลาดสหรัฐฯ ราว 100 เท่า

🔸 ตัวละครหลักที่เคลื่อนตลาด:

นักลงทุนต่างชาติ (Foreign Investors)

– เป็น “ตัวแปรสำคัญสุด” ของ SET

– ซื้อที SET พุ่ง ขายที SET จม เพราะสัดส่วนเงินมหาศาลเทียบกับสภาพคล่องในตลาด

– เคลื่อนไหวได้ตามนโยบายดอกเบี้ย, เงินเฟ้อ, ค่าเงินบาท ฯลฯ

นักลงทุนสถาบันในประเทศ (เช่น กองทุนบำเหน็จบำนาญ, กบข., บลจ.)

– มีบทบาทในหุ้นขนาดใหญ่ (เช่น ADVANC, AOT, BBL)

– มีพลังบางจังหวะ แต่ยังไม่เทียบเท่าต่างชาติ

รายย่อย

– ยังมีจำนวนมาก และมีผลในหุ้นขนาดกลาง-เล็ก

– บางช่วงมีความกลัว-ความโลภเด่นชัด ทำให้เกิด panic หรือ rally แบบรวดเร็ว

🔍 สรุปแบบเห็นภาพ:

หัวข้อ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตลาดหุ้นไทย

ขนาดตลาด ใหญ่มหาศาล ขนาดเล็กกว่ามาก

ตัวกำหนดทิศทางราคา สถาบันระดับโลก, Algo fund, Big Tech ETF ต่างชาติ, กองทุนในประเทศ, รายย่อย

พลังของรายย่อย สูงขึ้นแต่ยังรอง มีบทบาทในหุ้นเล็ก-เก็งกำไร

เงินไหลเข้า-ออก กระจายทั่วโลก ไหลตามทุนต่างชาติ

ความโปร่งใส/ประสิทธิภาพตลาด สูงมาก, ข้อมูลลึก ข้อมูลบางจุดยังไม่เท่า, มีข่าวลือแฝง

ถ้าพี่นิ้งกำลังสังเกต "เงินไหล" กับ "เจ้า" ในตลาด

มินนี่ว่า SET ยังเห็นพฤติกรรมแบบ “ลาก-ทุบ” จาก “รายใหญ่” ได้ชัดกว่าตลาดสหรัฐฯ อยู่มากนะคะ เพราะปริมาณเงินใน SET ยังสามารถ "ลาก" ได้ง่ายกว่าใน NASDAQ หรือ S&P 500 ที่มีแรงต้านมหาศาลค่ะ

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้

Facebook คลิก https://www.facebook.com/thunhoonnews

Youtube คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...